12 ส.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

สงครามเครื่องดื่มเดือด “กระทิงแดง” พุ่งชนแสนล้าน

สมรภูมิเครื่องดื่มเดือดพล่านขึ้นทันที เมื่อกลุ่ม ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม ภายใต้โครงสร้างองค์กรใหม่ “กลุ่มธุรกิจ TCP” ประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่ในรอบ 60 ปี เตรียมทุ่มเม็ดเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อพุ่งชนเป้าหมายที่ขยายใหญ่ขึ้น ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง” แต่ต้องการเ…

สงครามเครื่องดื่มเดือด “กระทิงแดง” พุ่งชนแสนล้าน

สมรภูมิเครื่องดื่มเดือดพล่านขึ้นทันที เมื่อกลุ่ม ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม ภายใต้โครงสร้างองค์กรใหม่ “กลุ่มธุรกิจ TCP” ประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่ในรอบ 60 ปี เตรียมทุ่มเม็ดเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อพุ่งชนเป้าหมายที่ขยายใหญ่ขึ้น ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง” แต่ต้องการเติบโตในทุกกลุ่มเครื่องดื่ม ทุกแบรนด์ เพื่อผลักดันรายได้เติบโตขึ้น 3 เท่า ยอดขายทะลุ 1 แสนล้านบาท ใน 5 ปี

จากองค์กรธุรกิจที่เข้าถึงยาก ไม่เน้นออกสื่อ ตั้งแต่ยุคนายเฉลียว อยู่วิทยา มาถึงทายาทรุ่นที่ 2 ไม่ว่าจะเป็น เฉลิม อยู่วิทยา หรือ สราวุฒิ อยู่วิทยา ที่เหมือนจะเดินตามรอยพ่อ เน้นทำงานบุกตลาดอยู่เบื้องหลัง แม้สามารถขยายอาณาจักรเติบโตอย่างต่อเนื่องและส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในกว่า 170 ประเทศทั่วโลกแล้ว แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทั้งระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก การยกเครื่องในกลุ่มกระทิงแดงจึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดเผยว่า บริษัทจำเป็นต้องปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ ภายใต้ชื่อ กลุ่มธุรกิจ TCP โดยดึง 4 บริษัทเข้ามาบริหาร คือ บริษัท ที.ซี. ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตสินค้าเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว (สแน็ก) ของกลุ่ม, บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด รับผิดชอบการทำตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม, บริษัท ที.จี. เวนดิ้ง แอนด์ โชว์เคส อินดัสทรีส์ จำกัด เจ้าของและบริหารจัดการตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติสำหรับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มและแบรนด์อื่นๆ และบริษัท เดอเบล จำกัด ดูแลการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม และรับจ้างจัดจำหน่ายให้แบรนด์อื่นๆ

ทั้งหมดเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความเป็นเอกภาพ แต่การปรับเปลี่ยนชื่อ “TCP” ยังมีรากสำคัญจากชื่อ “ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล” และตอกย้ำความสำเร็จของนายเฉลียว อยู่วิทยา ที่สามารถเจาะตลาดทั่วโลก โดยนับจำนวนสินค้าของกลุ่มกระทิงแดงจำหน่ายใน 170 ประเทศทั่วโลก มากกว่า 10,000 ล้านกระป๋อง

แน่นอนว่า สินค้าของกลุ่ม TCP ยอดขายเกือบ 70% มาจากเครื่องดื่มให้พลังงาน หรือกลุ่มชูกำลัง โดยมีแบรนด์หลัก คือ กระทิงแดง และแตกแบรนด์จับทั้งกลุ่มตลาดแมสและตลาดพรีเมียม โดยกลุ่มตลาดแมส ได้แก่ กระทิงแดง คลาสสิก, กระทิงแดง ทีโอเปล็กซ์-แอล (ขวดเล็ก), กระทิงแดง เอ็กซ์ตร้า เอบีซี (ฝาแดง) กระทิงแดง เอ็กซ์ตร้า ซิงค์ (ฝาดำ) รวมทั้งเพิ่มแบรนด์ “โสมพลัส” ซึ่งเป็นเครื่องดื่มชูกำลังผสมโสมเกาหลีแท้ 100% จับกลุ่มแมสที่เน้นเรื่องสุขภาพด้วย

ส่วนกลุ่มตลาดพรีเมียมจะเน้นนวัตกรรม ได้แก่ กระทิงแดง G2 กระทิงแดง G3 เรดบูล เอ็กซ์ตร้า และเรดดี้ ซึ่งเพิ่มส่วนผสมและรสชาติแนวใหม่ เช่น เรดดี้ โกจิเบอรี่ เรดดี้บู้ท เรดดี้พลัส เรดดี้พิงค์ เรดดี้แบล็ค และเรดดี้ซ่าส์ เน้นจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตสูง มีมูลค่ารวม 3,300 ล้านบาท และถ้านับเม็ดเงินรวมของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังทั้งหมด ประมาณ 35,000 ล้านบาท เป็นมูลค่าในตลาดแมสสูงถึง 22,000 ล้านบาท

ปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมีผู้เล่นรายใหญ่ผูกขาดมาอย่างยาวนาน 3 อันดับแรก ได้แก่ M-150 มีส่วนแบ่งตลาด 57% คาราบาวแดง 21.1% และกระทิงแดง 16.3% ที่เหลืออีก 5-6% เป็นแบรนด์อื่นๆ ซึ่งล่าสุดมีผู้เล่นรายใหม่กระโดดเข้าสู่สมรภูมิ อย่าง “อิชิตันกรุ๊ป” เปิดตัวเครื่องดื่มชูกำลัง “T247” ไฮบริด เอนเนอร์จี้ดริ้งค์ สูตรโสมและน้ำผึ้ง และสูตรคอลลาเจนและซิงค์ สำหรับผู้ชาย โดยเน้นส่วนผสมบำรุงผิวพรรณ และตั้งเป้าปลุกปั้นรายได้ 700 ล้านบาทภายในปี 2560

ขณะที่เบอร์ 2 คาราบาวแดง ปีนี้เน้นเจาะตลาดต่างประเทศผ่านสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง ทั้งการเซ็นสัญญาสนับสนุนอีเอฟแอล คัพ (EFL Cup) ภายใต้ชื่อ “คาราบาวคัพ” เป็นระยะเวลา 3 ปี (ค.ศ.2017-2020) และเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการให้สโมสรฟุตบอล ฟลาเม็งโก (Flamengo) ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงและมีผู้ชมชื่นชอบติดตามมากที่สุดแห่งหนึ่งของบราซิล ระยะเวลา 6 ปี (ปี 2560-2565) วงเงินสนับสนุนมูลค่าราว 2,204 ล้านบาท เพื่อเปิดตลาดใหม่ รวมถึงละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และออสเตรเลีย

ต้องถือว่าคู่แข่งในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังต่างมีเงินทุนก้อนใหญ่และเร่งบุกขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งกระทิงแดงในฐานะเบอร์ 3 ย่อมต้องรักษาฐานให้ได้ทั้งหมด

อีกตลาดที่กำลังร้อนแรงและมีผู้เล่นเพิ่มขึ้นเช่นกัน คือ ตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่ ซึ่ง “สปอนเซอร์” ของกลุ่ม TCP ยังยึดครองส่วนแบ่งไว้อย่างเหนียวแน่นจากตลาดรวมที่มีมูลค่าประมาณ 5,500 ล้านบาท

ล่าสุด ผลิตภัณฑ์สปอนเซอร์แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสปอนเซอร์ รสออริจินอล สปอนเซอร์แอคทีฟ สปอนเซอร์บีเฟรช สปอนเซอร์พลัสซี กับกลุ่มใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ภายใต้แบรนด์ “ไลฟ์ บาย สปอนเซอร์ (Life by Sponsor)” เครื่องดื่มรูปแบบใหม่ที่ผสมระหว่างเครื่องดื่มอัดลมและวิตามิน มี 2 รสชาติ คือ กลิ่นซิตรัส และกลิ่นเลมอนไลม์ ซึ่งชนกับ “ฮันเดรด พลัส” ของค่ายไทยเบฟอย่างชัดเจน

กลุ่มเครื่องดื่มเกลือแร่ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพตามเทรนด์การออกกำลังที่ได้รับความนิยมสูง บรรดาค่ายเครื่องดื่มสุขภาพต่างหันมาช่วงชิงเม็ดเงิน ทั้งทิปโก้ฟูดส์ ต่อยอดเปิดตัว “ทิปโก้เวฟ” เครื่องดื่มเกลือแร่จากมหาสมุทรแปซิฟิก นิวซีแลนด์

ที่น่าสนใจ คือ บริษัท โอซูก้า นิวทรา ซูติคอล (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท โอซูก้า ฟาร์มาซูติคอล จำกัด ประเทศญี่ปุ่น สัดส่วน 90% บริษัท ไทยโอซูก้า จำกัด 5% บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) 2.5% และบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) 2.5% เพื่อดำเนินธุรกิจ Total Health Care Company ในประเทศไทย และตั้งเป้าหมายเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดในประเทศไทย โดยเลือกประเดิมผลิตภัณฑ์แรก คือ เครื่องดื่มเกลือแร่ระดับพรีเมียม “โพคารี่สเวท” เน้นกลุ่มเป้าหมายหลักอายุ 25-44 ปี รักสุขภาพ ชอบออกกำลังกายและมองหาทางเลือกใหม่ๆ

มีรายงานว่า ช่วงก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โอซูก้าเดินสายนำผลิตภัณฑ์โพคารี่สเวทเข้าสนามฟุตบอลทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงจังหวัดหลักๆ เพื่อสร้างการรับรู้กับกลุ่มลูกค้าหลักและได้ผลตอบรับดีมาก จนกระทั่งล่าสุดเร่งสร้างการรับรู้ผ่านโมเดิร์นเทรดอย่างเข้มข้น

แหล่งข่าวจากวงการเครื่องดื่มระบุว่า ปี 2560 เป็นปีที่สงครามเครื่องดื่มรุนแรงกว่าปีก่อนๆ ซึ่งกลุ่มกระทิงแดง ในฐานะเบอร์ต้นๆ ของตลาด พยายามสร้างแบรนด์ใหม่ๆ และเจาะเซกเมนต์เฉพาะกลุ่มมากขึ้น การออกไลฟ์ บาย สปอนเซอร์ หรือการเปิดตัวแมนซั่มฟรุตโซดา เครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ที่ผสมโซดาลงในเซกเมนต์ฟังก์ชันนัล คาร์บอเนต ซอฟต์ดริงก์ รูปแบบกระป๋อง เป็นกลยุทธ์การขยายฐานจากกลุ่มผู้ชายสู่กลุ่มลูกค้าในตลาดน้ำอัดลม ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 50,000 ล้านบาท เนื่องจากแบรนด์แมนซั่มประสบความสำเร็จมาก ใช้เวลาไม่ถึงปีกลายเป็นผู้นำในตลาด Causal Healthy Drink ที่มีมูลค่า 2,000 ล้านบาท

ที่สำคัญ การปรับภาพลักษณ์จาก “กระทิงแดง” สู่ “TCP” เป็นการล้างภาพ “บริษัทชูกำลัง” เพื่อเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและเครื่องดื่มที่เน้นนวัตกรรมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่องให้พลังงาน เครื่องดื่มเกลือแร่ ฟังก์ชันนัลดริงค์ ชาขาวพร้อมดื่ม และน้ำผลไม้พร้อมดื่ม เชื่อแน่ว่า TCP เตรียมขยายไลน์และแบรนด์ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้ามากขึ้น

การขยับตัวของกลุ่มกระทิงแดงย่อมสั่นสะเทือนถึงบริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะ “ไทยเบฟ” และ “บุญรอดบริวเวอรี่” ที่กำลังเร่งขยายธุรกิจนอนแอลกอฮอล์อย่างที่สุด