เพราะ “อาหารที่ดี” คือรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กไทยที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต นั่นทำให้ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) เดินหน้าโครงการ “CRG ปั้นครัว ปันสุข” ที่ใช้ความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจร้านอาหารที่มีมากว่า 47 ปี มาส่งเสริมมาตรฐานครัวอนามัยในโรงเรียน และส่งต่อองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในระยะยาว พร้อมตั้งเป้าสู่การเป็นแฟล็กชิพของโครงการ CSR
ณัฐ วงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มเซ็นทรัล เปิดเผยว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคม โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศ โครงการ “CRG ปั้นครัว ปันสุข” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อต่อยอดแนวคิดการดูแลผู้คนและพันธมิตร (CARE for People & Partner) ที่ให้ความสำคัญเรื่อง Care for Society ภายใต้แนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนขององค์กร

“CRG เราอยู่ในธุรกิจบริหารจัดการร้านอาหารมา 47 ปี มีร้านอาหารเป็นพันสาขา เรามีครัวเต็มไปหมดและมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ ซึ่งเราเชื่อมาตลอดว่า ‘อาหารที่ดี’ ไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติอร่อย แต่อาหารที่ดีคือรากฐานที่สำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งเขาจะเติบโตขึ้นเป็นอนาคตของประเทศ จึงเป็นที่มาของโครงการ ‘CRG ปั้นครัว ปันสุข’ เราตั้งใจนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในธุรกิจอาหารมาช่วยและจัดการอาหารที่ดี สะอาด มีสุขอนามัย และเป็นประโยชน์สำหรับเด็กๆ”
โดยปี 2569 ถือเป็นการ Kick off โครงการ ‘CRG ปั้นครัว ปันสุข’ ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้น พบว่าหลายโรงเรียนยังเผชิญข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ พื้นที่ครัวที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ระบบการจัดเก็บวัตถุดิบที่ยังไม่เป็นระบบ และขาดองค์ความรู้ด้านโภชนาการที่เหมาะสม โดย CRG เริ่มต้นที่โรงเรียนวัดหนองไม้ซุง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โรงเรียนขนาดเล็ก ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และเป็นโรงเรียนในโครงการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืนของเซ็นทรัลทำ

สิ่งที่โครงการ ‘CRG ปั้นครัว ปันสุข’ ทำ คือการเข้าไปยกระดับครัวโรงเรียนแบบองค์รวม ตั้งแต่การปรับปรุงพื้นที่ครัวให้ถูกสุขอนามัย การวางระบบการจัดเก็บวัตถุดิบและอุปกรณ์ ไปจนถึงกระบวนการปรุงอาหารที่ปลอดภัยตามหลักมาตรฐาน
นอกเหนือจากการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว CRG ยังมุ่งเน้น ‘การให้ความรู้’ ควบคู่ไปกับการลงมือปฏิบัติจริง โดยจัดกิจกรรมอบรมเพื่อเสริมสร้างทักษะการประกอบอาหารที่ถูกสุขลักษณะและมีโภชนาการที่เหมาะสมให้แก่บุคลากรในโรงเรียน พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้การปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ เพื่อนำมาใช้ในโครงการอาหารกลางวัน และสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในชุมชน
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของโครงการ คือการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะภายในโรงเรียน เพื่อสร้างวินัยและพฤติกรรมที่ดีให้กับเด็กๆ ในระยะยาว ควบคู่กับการสนับสนุนกองทุนอาหารกลางวัน เพื่อให้นักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะชีวิตผ่านแนวคิดการเปิดประสบการณ์ฝึกงานและการเรียนรู้ร่วมกับองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนก้าวสู่อนาคตอย่างมีคุณภาพ

“CRG สร้างร้านอาหารใหม่ๆ ปีละเกินร้อยสาขา ตอนนี้เรามีร้านอาหาร 24 แบรนด์ จำนวนสาขา 1,450 สาขา ดังนั้นความชำนาญในเรื่องการก่อสร้าง การทำให้ถูกสุขลักษณะ การวางแปลนต่างๆ ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการก่อสร้างเราเชี่ยวชาญ มีการนำทีมก่อสร้าง ทีมพัฒนา ของ CRG มาช่วยการปรับปรุงครัว ส่งต่อองค์ความรู้เรื่อง QA – Quality Assurance ความสะอาด ขั้นตอนต่างๆ มาตรฐานการทำครัว วัตถุดิบ การจัดเก็บ มาตรฐานการปรุงอาหาร”
“นอกจากนั้น CRG ยังมี Delicious Lab เป็นศูนย์วิจัยพัฒนาอาหารเมนูใหม่ๆ ขึ้นมา ทางทีมนี้ก็จะมาช่วยในการพัฒนาสูตรอาหาร เราเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำเลย คือ สอนการปลูกผักเพื่อเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร แนะนำสูตรอาหารอร่อยๆ ให้นักเรียนได้ฝึกเป็นผู้ประกอบการตัวน้อย เรียนรู้การคิดต้นทุน ราคาขาย ช่องทางจำหน่าย และการทำบัญชี ซึ่งได้ฝ่ายบุคลากรของ CRG มาช่วยเตรียมความพร้อมให้กับน้องๆ เพื่อเพิ่มทักษะชีวิตและสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้“

ทั้งนี้ CRG ตั้งเป้าสร้างการเปลี่ยนแปลงจากโครงการ ‘CRG ปั้นครัว ปันสุข’ ไว้ใน 3 ด้าน ได้แก่
ด้านกายภาพ - สภาพของครัว ห้องเก็บของ ระบบน้ำ บ่อดักไขมันต่างๆ ต้องสะอาด ดูดี น่าใช้ และถูกต้องตามสุขลักษณะ
ด้านความรู้ - บุคลากรของโรงเรียนและนักเรียนต้องได้รับการอบรมมาตรฐานครัวอนามัย นักเรียนได้เรียนรู้การปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ ที่สามารถนำมาใช้ในการทำอาหารกลางวัน และยังต่อยอดสู่ชุมชน ส่งเสริมการแยกขยะ เพื่อให้เป็นพฤติกรรมที่ติดตัวเด็กๆ ต่อไปในอนาคต
ด้านโภชนาการ – ให้ความรู้เรื่องการสร้างมื้ออาหารที่มีคุณภาพทางโภชนาการ และยังสนับสนุนในเรื่องกองทุนอาหารกลางวันเพื่อสร้างคุณภาพที่ดีให้กับเด็กๆ อย่างต่อเนื่อง

ในระยะยาว CRG คาดหวังว่า เด็กๆ จะมีสุขอนามัยที่ดีในเรื่องโภชนาการ และเข้าใจในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว สำหรับโรงเรียนจะมีครัวอนามัยที่ดีและมีมาตรฐานในการประกอบอาหาร ที่สามารถดำเนินการต่อได้อย่างยั่งยืนในอนาคต และที่สำคัญคือ CRG ตั้งเป้าว่า โครงการ ‘CRG ปั้นครัว ปันสุข’ จะก้าวสู่การเป็นโมเดลต้นแบบ เพื่อสามารถขยายสู่โรงเรียนอื่นๆ ได้ในอนาคต

ด้านนางสาวน้ำอ้อย สุนทรพฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองไม้ซุง กล่าวว่า “โครงการนี้ช่วยยกระดับครัวของโรงเรียนอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องความสะอาด ความเป็นระเบียบ และความมั่นใจในคุณภาพอาหารที่เด็กๆ ได้รับ อีกทั้งองค์ความรู้ที่ได้รับยังสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในระยะยาว การเข้ามาของ CRG ทำให้โรงเรียนเป็นระบบมากขึ้น ไม่ใช่แค่การมาให้ของ แต่ยังสร้างทักษะการดำเนินชีวิต ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กๆ เราเชื่อว่าเด็กๆ จะสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปใช้ในครอบครัวและชุมชนต่อไปได้”

ทั้งนี้ CRG มีแผนติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประเมินมาตรฐานครัวอนามัยและการให้คำปรึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้โรงเรียนสามารถดูแลและพัฒนาต่อยอดได้ด้วยตนเอง พร้อมวางแนวทางขยายโมเดล “ปั้นครัว ปันสุข” สู่โรงเรียนในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ เพื่อสร้างมาตรฐานอาหารกลางวันที่ยั่งยืนในวงกว้าง โดยตั้งเป้ายกระดับต้นแบบครัวโรงเรียนจำนวน 2 แห่งในระยะแรก ก่อนขยายผลสู่โรงเรียนในพื้นที่อื่นอย่างต่อเนื่อง
ณัฐ วงศ์พานิช ทิ้งท้ายไว้ว่า “การเอามาให้ เอามาบอก เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย และเราก็ทำอยู่สม่ำเสมอ แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือ จะทำต่ออย่างไรถึงจะยั่งยืน เพราะให้ปลาอย่างเดียวเดี๋ยวปลาก็หมด ให้ผักเดี๋ยวผักก็หมด ให้ครัวเดี๋ยวครัวก็เก่าแล้ว แต่ถ้าให้วิธีหาปลาก็จะอยู่ได้อย่างยั่งยืน ต้องเรียนรู้วิธีบำรุงรักษา เรียนรู้วิธีปลูกผัก พอเด็กเขาได้เรียนมันก็ติดตัวเขา ในอนาคตเขาก็นำไปทำต่อได้ นี่คือประโยชน์ที่ยั่งยืนในอนาคต CRG ตั้งใจทำโครงการนี้ให้เป็นต้นแบบ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่ดี ผ่านการเริ่มต้นจาก ‘มื้ออาหารที่มีคุณภาพ’ ของเด็กไทยในวันนี้ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนในวันข้างหน้า”