28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

New&Trend

กลุ่มดุสิตธานี เผยโฉม Sales Gallery เดินหน้า “ดุสิต อจารา หัวหิน” The Only Thai Branded Residence

กลุ่มดุสิตธานี เผยโฉม Sales Gallery เดินหน้า “ดุสิต อจารา หัวหิน” The Only Thai Branded Residence

DAHH-Sales-Gallery-Launch_1-Copy.jpg

กลุ่มบริษัทดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เดินเกมรุก Thai Branded Residences ที่พักอาศัย Low, Rise, Low Density หนึ่งเดียวบนหัวหิน เปิดตัว “Sales Gallery” โครงการ ดุสิต อจารา หัวหิน ต่อยอดความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ในการบริหารโรงแรมและที่พักอาศัยระดับลักชัวรี่กว่า 75 ปีของดุสิตธานี

หลังจากเปิดตัวโครงการ “ดุสิต อจารา หัวหิน” (Dusit Ajara) ที่พักอาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ พร้อมพื้นที่สีเขียวกว่า 60% บนพื้นที่ศักยภาพของหัวหิน ซึ่งนับเป็นโครงการที่สองที่กลุ่มดุสิตธานีพัฒนาด้วยตนเองในฐานะ Property Developer ต่อจากโครงการ “Dusit Residences and Dusit Parkside at Dusit Central Park” ไปไม่นาน ล่าสุด กลุ่มบริษัทดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เดินเกมรุกอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว “Sales Gallery” ของโครงการ ดุสิต อจารา หัวหิน พร้อมเปิดจอง

01_DAHH_The-Overall-Copy.jpg

โดยโครงการใหม่นี้สะท้อนความตั้งใจของกลุ่มฯ ในการนำร่องแนวคิด “The Only Thai Branded Residence” ซึ่งหมายถึงการเป็นแบรนด์ไทยเพียงรายเดียวในตลาด Branded Residences ระดับโลกที่สามารถพัฒนาและบริหารโครงการภายใต้แบรนด์ของตนเองได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ และดูแลโครงการด้วยบริการระดับโรงแรมมาตรฐานสากล โดยยึดหัวใจหลัก “Gracious Hospitality” ผสานอัตลักษณ์ความเป็นไทย ความพิถีพิถัน และความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับ แตกต่างจากโครงการทั่วไปที่มักใช้แบรนด์ต่างชาติเข้ามาเสริมมูลค่า

คุณณัฐภาณุ์-ศรียุกต์สิริ-Copy.jpg

ณัฐภาณุ์ ศรียุกต์สิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดุสิต เอสเตท จำกัด กล่าวว่า “ความหมายของคำว่า Ajara คือ Everlasting โครงการ ดุสิต อจารา หัวหิน เป็นโครงการที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญของกลุ่มดุสิตธานี ทั้งด้านการบริหารโรงแรม (Hotel Management) และการบริการ (Hospitality Services Management) สะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่มดุสิตธานีในการขยายตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตร้าลักชัวรี่ ในรูปแบบ Branded Residences ให้ตอบโจทย์ความต้องการด้าน Well-being สร้างสุขภาพกายและใจ และเป็นสังคมที่ดีสำหรับคนทุกช่วงวัย (Multi-generational Living Concept) ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตในประเทศไทยและทั่วโลก โดยสานต่อเสน่ห์ของหัวหินบนพื้นที่ต้นกำเนิดของ Dusit Resort & Polo Club ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก”

DAHH-Show-Unit_1-Copy-scaled-e1755871255953.jpg

โดยณัฐภาณุ์ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมว่า ดุสิต อจารา หัวหิน ตั้งอยู่บนพื้นที่ 20 ไร่ ซึ่งเดิมเคยเป็นสนามโปโลภายในบริเวณของโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มาก่อน ทั้งนี้โครงการผ่านการวางผังโครงการในแบบ Low Rise, Low Density มีจำนวนทั้งสิ้น 96 ยูนิต ประกอบด้วย 7 อาคาร แบ่งเป็นอาคารสูง 3 ชั้น และ 6 ชั้น เริ่มตั้งแต่ 1 ห้องนอน พื้นที่ 66-88 ตร.ม., 2 ห้องนอน พื้นที่ 115-156 ตร.ม., 3 ห้องนอน พื้นที่ 180 ตร.ม. และเพนท์เฮ้าส์ ขนาดพื้นที่ 300 ตร.ม. ซึ่งมีเพียง 4 ยูนิต ทั้งนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 14 ล้านบาท โดยราคาต่อตารางเมตรจะอยู่ราวๆ 250,000 – 270,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นราคาเฉลี่ยของ Branded Residences ในแถบหัวหิน ตัวโครงการมีการวางคอนเซ็ปต์ของพื้นที่สีเขียวที่มีขนาดใหญ่กว่า 60% ให้สามารถเชื่อมต่อเข้ากับธรรมชาติขนาดใหญ่ ภายใต้แนวคิดของ “Bridging Oasis” เสมือนการเชื่อมต่อและการเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติตลอดช่วงเวลาพักผ่อน

02_DAHH_Residence-Copy.jpg

สำหรับการวางกลุ่มอาคารได้มีการคำนึงถึงเรื่อง Cross Ventilation และ Universal Design และการเสริมสร้าง Sustainable Living ทั้งในแง่ของการเลือกวัสดุที่ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับทุกช่วงวัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเลือกสีสันตามธรรมชาติสอดรับกับผืนธรรมชาติอย่างกลมกลืน สำหรับภายในแต่ละยูนิตถูกออกแบบเป็น Fully Fitted โดยดีไซน์ให้มีหน้ากว้าง (Wide Frontage) เพื่อเปิดรับแสงและลมธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ สามารถแบ่งพื้นที่ใช้สอยเพื่อรองรับความต้องการหลากหลายรูปแบบ ทั้งพื้นที่ที่สมาชิกสามารถใช้เวลาร่วมกัน “Multi-generational Sharing Space” พื้นที่กึ่งกิจกรรมส่วนตัว “Semi-private Space” และพื้นที่ส่วนตัว “Private Area” มาพร้อมระเบียงขนาดใหญ่ที่มอบวิวทิวทัศน์และการสัมผัสธรรมชาติที่แตกต่างกันจากฟอร์มและพันธุ์ไม้นานาชนิดโดยพื้นที่ชั้น 1 จะมี Private Garden เป็นของตัวเอง นอกจากนี้ ยังมียูนิตพิเศษอย่าง Penthouse ที่มอบวิวทัศน์แบบ Sea View และฟังก์ชั่นการ Combine Unit ที่สามารถเชื่อมต่อขยายพื้นที่ห้องเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับความต้องการของแต่ละครอบครัวได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งนี้จะมีการเริ่มการก่อสร้างในปี 2026 และแล้วเสร็จในปี 2028

คุณศิรเดช-โทณวณิก-_1-Copy.jpg

ด้าน ศิรเดช โทณวณิก รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจโรงแรม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สำหรับโครงการดุสิต อจารา หัวหิน คือ การต่อยอดความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มากกว่า 75 ปี ในวงการโรงแรมและการบริการระดับโลก โดยนำหัวใจของการบริการด้วยความเข้าใจ จริงใจ และใส่ใจ มาผสมผสานเข้ากับการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการพักอาศัย เพื่อให้ทุกเจเนอเรชันในครอบครัวได้รับความสะดวกสบายและความสุขที่แท้จริง ด้วยบริการในรูปแบบ Branded Residences ซึ่งนับเป็นจุดเเกร่งเพียงโครงการเดียวในหัวหินที่มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือกว่า กับ The Only Thai Branded Residence อาทิ บริการ Concierge ส่วนตัวที่พร้อมช่วยเหลือทุกความต้องการตลอด 24 ชั่วโมง บริการทำความสะอาดในห้องพักและดูแลพื้นที่ส่วนกลางอย่างมืออาชีพ ไปจนถึงบริการเสริมที่ครอบคลุม ตั้งแต่การบริการ Room Service การบริการเชฟส่วนตัวและจัดงานเลี้ยงในบ้าน การบริการรถรับ-ส่ง พร้อมทั้งกิจกรรมพิเศษเพื่อสร้างความสัมพันธ์และคุณภาพชีวิต อาทิ การเรียนทำอาหาร ศิลปะ งานฝีมือ ออกกำลังกายโยคะ ไทชิ และเรียนรู้เรื่องการทำเกษตรแบบยั่งยืนในฟาร์มออร์แกนิค นอกจากนี้ ยังมอบความเหนือระดับด้วยสิทธิพิเศษให้แก่ลูกบ้าน ด้วยสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก Dusit Gold ระดับแพลตินัม ที่รองรับการใช้บริการโรงแรมในเครือดุสิตทั่วโลก”

คุณภฤศธร-สกุลไทย_2-Copy.jpg

ทั้งนี้ โครงการดุสิต อจารา หัวหิน ได้มืออาชีพอย่าง บริษัท พี ไอ เอ อินทีเรีย จำกัด (PIA) มาดูแลเรื่องการออกแบบตกแต่งภายในโดยเฉพาะ ซึ่ง ภฤศธร สกุลไทย Senior Partner บริษัท พี ไอ เอ อินทีเรีย จำกัด (PIA) กล่าวว่า นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายความสามารถในการดีไซน์พื้นที่ขนาดใหญ่ของแต่ละยูนิตให้มีเอกลักษณ์และความแตกต่างไม่เหมือนกัน เพื่อสร้างสรรค์ที่พักอาศัยในรูปแบบ Multi-generational Living โดยการออกแบบพื้นที่ภายในคำนึงถึงความต้องการและการใช้งานที่หลากหลายของคนทุกช่วงวัย รวมทั้งได้คำนึงถึงการออกแบบที่เป็นไปตามคอนเซ็ปของ Universal Design ทำให้สามารถแบ่งฟังก์ชั่นการใช้งานได้หลากหลาย แบ่งเป็น พื้นที่ที่สมาชิกสามารถใช้เวลาร่วมกัน “Multi-generational Sharing Space” ประกอบไปด้วย ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว เพื่อให้สมาชิกใช้เวลาและทำกิจกรรมร่วมกัน พื้นที่กึ่งกิจกรรมส่วนตัว “Semi-private Space” จะเป็นพื้นที่ทางเข้ายูนิตโดยสามารถ เลือกที่จะเปิดโล่งรับลมเป็น Semi-outdoor ร่วมกับพื้นที่ส่วนของเซอร์วิสต่างๆ เช่น Storage และ Helper’s room เป็นต้น และ Private area พื้นที่ส่วนตัวที่สุดที่มอบประสบการณ์แห่งการพักผ่อนกับ Master bedroom และห้องนอนอื่นๆ

DAHH-Show-Unit_2-Copy.jpg

นอกจากนี้ ยังเพิ่มตัวเลือกสำหรับการ combine ยูนิตที่สามารถเชื่อมพื้นที่ห้องนั่งเล่นให้ใหญ่ขึ้นรองรับกิจกรรมของทุกเจน การเพิ่มฟังก์ชั่น connecting door เพื่อเชื่อมโยงที่พักอาศัยและยังคงความเป็นส่วนตัวสำหรับครอบครัวใหญ่ หรือปรับเปลี่ยน Pantry เป็น Asian  Kitchen รองรับการใช้ชีวิตจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับการเลือกใช้วัสดุภายในทีมงานคำนึงถึงการใช้งานจริงในระยะยาว ทำให้เกณฑ์ในการเลือกวัสดุระดับพรีเมี่ยมที่ตอบสนองเรื่องความแข็งแรงทนทาน เรียบหรู ดูแลรักษาง่าย อาทิ ไม้ กระเบื้อง หรือหิน แต่ผสมผิวสัมผัสให้หลากหลาย เพื่อสร้างมิติและความกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งต้องมอบฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้จริง และเป็นมิตรกับทุกคนในครอบครัว อาทิ พื้นกันลื่น และวัสดุที่ปลอดภัยลดสารระเหย เป็นต้น

สำหรับการวางผังโครงการได้มีการจัดวางยูนิตแบบ 2-Bedroom ไว้ที่หัวมุมของอาคารเพื่อเปิดรับวิวทั้ง 2 ด้าน และ Penthouse บริเวณพื้นที่บริเวณชั้น 5 และ 6 ของอาคาร ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทะเลหัวหินและปลายขอบฟ้าได้

DAHH-Show-Unit_4-Copy.jpg

ในส่วนของ Sales Gallery ที่มีการเปิดตัวล่าสุดนั้น ณัฐภาณุ์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “เราได้สร้างสรรค์ Dusit Ajara Hua Hin Sales Gallery ของโครงการดุสิต อจารา หัวหิน เพื่อสะท้อนความหรูหราผ่านแนวคิด Multi-generational Living ที่พักอาศัยที่ดีที่สุดบนทำเลศักยภาพของหัวหิน โดยได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารจริงเพื่อจัดแสดงห้องตัวอย่างจำนวน 2 ยูนิต ประกอบด้วย ห้องแบบ 1 ห้องนอน 88 ตารางเมตร  และ 2 ห้องนอน 156 ตารางเมตร ภายในพื้นที่ได้ตกแต่งในสไตล์เรียบหรู Timeless  ที่เน้นการใช้สี Earth Tone ผ่านการใช้วัสดุของไม้ หรือวัสดุเทียบสีไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่นของความเป็นบ้าน และการเลือกใช้สีครีมขาวหรือสีโทนเทาอ่อนอมน้ำตาล เพื่อเพิ่มความสว่าง สงบ โปร่งสบายให้พื้นที่บริเวณ Multi-generational Sharing Space เป็นต้น พร้อมทั้งสอดแทรกเรื่องราวการใช้ชีวิตสไตล์หัวหินที่ถูกรองรับด้วยการบริการ Branded Residences เพื่อให้ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมสามารถสัมผัสบรรยากาศจริงของพื้นที่ และประสบการณ์ของที่พักอาศัยที่ออกแบบอย่างประณีตในทุกรายละเอียดของโครงการ ดุสิต อจารา หัวหิน สนนราคา เริ่มต้น 14 ล้านบาท”

Branded Residences: เทรนด์อสังหาฯ ระดับพรีเมียมที่เติบโตทั่วโลก

ทั้งนี้ข้อมูลจาก CBRE Global รายงานว่า “Branded Residences ไม่เพียงเป็นเครื่องมือในการสร้างรายได้ให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังเป็นการนำจุดแข็งของแบรนด์ ทั้งในด้านคุณภาพ การออกแบบ และการบริการระดับพรีเมียม มายกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้โครงการได้สูงถึง 25-30% อีกด้วย ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นได้จากการเติบโตของตลาดในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเอเชีย-แปซิฟิก (เติบโต 36%) EMEA หรือยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (เติบโต 77%) รวมถึงทวีปอเมริกา (เติบโต 46%) ซึ่งต่างก็มีอุปสงค์ต่อโครงการลักษณะนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ภูเก็ต” ครองอันดับ 1 ของ 10 เดสติเนชันที่ได้รับความนิยมในการพัฒนา Branded Residences ตามด้วยมะนิลา กรุงเทพฯ กัวลาลัมเปอร์ พัทยา ดานัง ฮาลองเบย์ เซบู ปีนัง และหัวหิน” ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของเมืองตากอากาศอย่างหัวหิน ที่ยังคงเป็นหมุดหมายสำคัญในการดึงดูดการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ ที่มาพร้อมแบรนด์และมาตรฐานการบริการในระดับโลก