12 ส.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

New&Trend

เกาหลีใต้นำทีม 10 สตาร์ทอัพบุกตลาดท่องเที่ยวไทย ดัน Travel Tech ปูทางสู่หุ้นส่วนธุรกิจระยะยาว

ศูนย์ส่งเสริมสตาร์ทอัพการท่องเที่ยวเกาหลี นำทีม 10 สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีการท่องเที่ยว บุกตลาดท่องเที่ยวไทย ตั้งเป้าสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ…

เกาหลีใต้นำทีม 10 สตาร์ทอัพบุกตลาดท่องเที่ยวไทย ดัน Travel Tech ปูทางสู่หุ้นส่วนธุรกิจระยะยาว

ศูนย์ส่งเสริมสตาร์ทอัพการท่องเที่ยวเกาหลี นำทีม 10 สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีการท่องเที่ยว บุกตลาดท่องเที่ยวไทย ตั้งเป้าสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ สู่การลงทุนด้านเทคโนโลยีท่องเที่ยว พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่

ศูนย์ส่งเสริมสตาร์ทอัพการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Startup Center: KTSC) เปิดดำเนินงานในประเทศไทยตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2567 นับเป็นแห่งที่ 3 ต่อจากสิงคโปร์และโตเกียว โดยพัฒนาบทบาทจากแพลตฟอร์ม soft-landing สำหรับสตาร์ทอัพเกาหลี ไปสู่การเป็น “ตัวกลางขับเคลื่อนความร่วมมือทางธุรกิจ” ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการเกาหลีกับภาคธุรกิจไทยในหลายมิติ มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการขยายตลาดของสตาร์ทอัพท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีนวัตกรรมด้านแพลตฟอร์มท่องเที่ยว, คอนเทนต์เสมือนจริง และ AI ตั้งแต่การวิเคราะห์ศักยภาพธุรกิจ การวิจัยตลาด และการทดลองใช้เทคโนโลยี (PoC) โดยมุ่งหวังให้เกิดการปรับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับตลาดไทย ตลอดจนการอำนวยความสะดวกด้านข้อกฎหมายและกระบวนการจัดตั้งธุรกิจในประเทศไทย

นายยัง คยองซู รองประธานบริหาร สายงานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization: KTO) กล่าวว่า “เรามองประเทศไทยไม่ใช่แค่ฐานตลาด แต่คือพาร์ตเนอร์ระดับภูมิภาคที่พร้อมเติบโตไปด้วยกัน ธุรกิจไทยมีความแข็งแกร่งในด้านการให้บริการ ขณะที่เกาหลีมีจุดแข็งด้านนวัตกรรม หากเราสามารถเชื่อมสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันได้อย่างรวดเร็ว เราจะเป็นผู้เล่นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้เปรียบในตลาดท่องเที่ยวยุคใหม่ ซึ่งรัฐบาลเกาหลีใต้ให้การสนับสนุนกลุ่มสตาร์ทอัพศักยภาพสูงเหล่านี้ผ่านทาง KTSC”

ทั้งนี้ ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปเยือนเกาหลีกว่า 180,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สะท้อนภาพการฟื้นตัวของการเดินทางระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่มองหาประสบการณ์ด้านความงาม สุขภาพ และการท่องเที่ยวเฉพาะทางที่เกาหลีมีความได้เปรียบเชิงคุณภาพ

ล่าสุด KTSC นำ 10 สตาร์ทอัพเทคโนโลยีการท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ ร่วมโชว์ศักยภาพบนเวที KTSC Demo Day 2025 ซึ่งจัดโดยศูนย์ส่งเสริมสตาร์ทอัพการท่องเที่ยวเกาหลี ภายในงาน Techsauce Global Summit 2025 โดยมีเป้าหมายจับมือภาคธุรกิจไทย สู่การลงทุนด้านเทคโนโลยีท่องเที่ยว และต่อยอดสู่การพัฒนาระบบบริการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ขณะเดียวกันหลายรายก็ได้เริ่มเปิดการเจรจาและเตรียมพัฒนาโครงการร่วมกับผู้ประกอบการในไทยแล้วเช่นกัน

งาน Demo Day ครั้งนี้นับเป็นเวทีเปิดตัวครั้งแรกของสตาร์ทอัพเกาหลีในประเทศไทย ภายหลังการเปิดตัว KTSC กรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ การลงนาม MOU ระหว่าง KTO และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรมท่องเที่ยวในระดับทวิภาคีผลักดันการพัฒนา Travel Tech อย่างเป็นระบบ ผ่านกิจกรรมร่วม เช่น โครงการ Travel Tech

โดยส่วนหนึ่งของสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมในงานครั้งนี้ ประกอบด้วย

1. DOWHAT ดำเนินธุรกิจแพลตฟอร์ม ‘DOWHAT’ ระบบบริหารจัดการโรงแรมแบบครบวงจร ที่ช่วยรวมการจัดการลูกค้าและผู้ดูแลโรงแรมไว้ในที่เดียว พร้อมระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยมีประวัติความร่วมมือกับผู้ให้บริการ PMS (ระบบจัดการโรงแรม) และบริษัททางด้าน IoT ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

2. Lala Station ให้บริการแพลตฟอร์มไลฟ์คอมเมิร์ซบน OTA ที่รองรับการแปลภาษาแบบเรียลไทม์หลายภาษา ด้วยระบบ SaaS ล่าสุดได้ร่วมทุนกับเครือสหพัฒน์ ในไทย เพื่อขยายการให้บริการและรุกตลาดในประเทศไทยอย่างแข็งแกร่ง

3. Healing Paper เปิดตัวแอปพลิเคชันภาษาไทย ‘UNNI (강남언니)’ แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเชิงความงามและการแพทย์จากเกาหลีใต้ ที่ให้ข้อมูลด้านศัลยกรรมและการรักษา รวมทั้งเชื่อมต่อผู้ใช้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับโรงพยาบาลในเกาหลี เป็นสะพานสำคัญในการเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระหว่างไทยและเกาหลีใต้

4. Seoul Unniedeul (Star Secret Korea) ดำเนินแพลตฟอร์มทัวร์คอมเมิร์ซที่ผสมผสานประสบการณ์ K-Beauty และสไตล์แฟชั่น มุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภคผู้หญิงในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนำเสนอกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดเป้าหมายอย่างตรงจุด

5. Nanugi World อยู่ในระหว่างดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบางพื้นที่ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม ‘Churros Edu Trip’ ที่ให้บริการท่องเที่ยวเชิงการศึกษาเชื่อมโยงกับการศึกษาต่อในต่างประเทศ สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ควบคู่กับการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่

ปัจจุบัน KTSC  มี 12 บริษัทเข้าร่วมโครงการ โดย 2 ราย ได้แก่ Lala Station และ Seoul Unniedeul (Star Secret Korea) ได้จดทะเบียนบริษัทในไทยแล้ว และมีความร่วมมือมากกว่า 16 โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

สตาร์ทอัพอย่าง Gadget Korea, Healing Paper (GangnamUnni) และ Star Secret Korea ต่างอยู่ระหว่างการขยายธุรกิจ โดยมี KTSC ทำหน้าที่เป็นพาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยโดยตรง ปัจจุบัน Healing Paper มีผู้ใช้งานจากไทยกว่า 2,000 รายต่อเดือน ขณะที่ Star Secret Korea เตรียมเปิดตัวสินค้า K-beauty กว่า 300 รายการที่ออกแบบเฉพาะสำหรับตลาดไทย

ขณะเดียวกัน GroundK ผู้ให้บริการโซลูชันการเดินทางครบวงจรสำหรับลูกค้าองค์กร ทั้งในด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ Mobility และบริการท่องเที่ยว ได้จับมือกับ The Trago แพลตฟอร์มจองตั๋วเรือและเรือเฟอร์รี่ออนไลน์ของไทย ถือเป็นหนึ่งในความร่วมมือทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริงจากการสนับสนุนของ KTSC ตลอดปีที่ผ่านมา

นายยัง คยองซู กล่าวทิ้งท้ายด้วยมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ว่า “ถ้าการท่องเที่ยวจะอยู่รอดในเศรษฐกิจแบบนี้ เราต้องเปลี่ยนเกม ไม่ใช่แค่เพิ่มงบโฆษณาหรือทำโปรโมชั่น แต่ต้องยกระดับ ‘ระบบ’ ที่รองรับการเดินทางจริง ๆ และถ้าใครยังมองว่าดิจิทัลเป็นแค่เครื่องมือ ก็อาจพลาดทั้งโอกาสและตลาด เราไม่ได้มองว่าไทยเป็นแค่ตลาดปลายทาง แต่เรามองว่าไทยคือพาร์ตเนอร์ที่กล้าทดลอง กล้าปรับ และพร้อมเติบโตไปกับเราในสนามที่ยังเปิดกว้าง”

โดยองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีเผยข้อมูลที่น่าสนใจไว้ว่า

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัว วัยรุ่น คู่รัก วัยทำงาน โดยมีพฤติกรรมท่องเที่ยวดังนี้

- เดินทางด้วยตัวเอง (individual traveler / FIT)

- เน้นคุณภาพบริการเฉพาะด้าน เช่น Medical Wellness / K-beauty / คลินิกศัลยกรรม

- วางแผนล่วงหน้า ใช้แพลตฟอร์มจองออนไลน์-เปรียบเทียบราคา

- เที่ยวเชิงลึกในย่านใหม่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เฉพาะแหล่งท่องเที่ยวกระแสหลัก

- สื่อสารผ่านแอปฯ แปลภาษา / ใช้ eSIM เพื่อความสะดวก

จุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยในเกาหลี

อันดับแรกยังคงเป็น “โซล” เน้นช็อปปิ้ง คลินิกความงาม (กังนัม), คาเฟ่-สตรีทแฟชั่น, พิพิธภัณฑ์ K-culture

“ปูซาน” ท่องเที่ยวริมทะเล ศิลปวัฒนธรรม

“คยองกี–อินชอน” เช่น สวนสนุก สกีรีสอร์ท โรงเรียนสอนภาษา

“เชจู”  Wellness retreat, farm stay, กิจกรรมกลางแจ้ง

นอกจากนี้ยังมีการเที่ยวเมืองรอง เช่น แทกู คยองจู เรียนทำอาหาร, เรียนภาษ, เทศกาลกินไก่กับเบียร์ ในฤดูร้อน, ซอลลานัมโด (전라남도 / Jeollanam-do) จังหวัดทางตอนใต้ ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทั้งทะเล ภูเขา และพื้นที่ชุ่มน้ำ เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม Wellness จึงเริ่มได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวไทยสาย Slow Travel และเดินทางด้วยตัวเอง

ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวคนไทยต่อทริป

ประมาณการค่าใช้จ่าย 30,000 - 50,000 บาท/คน/ทริป โดยระยะเวลาในการท่องเที่ยวเฉลี่ย 5 วัน

ทั้งนี้ตั้งเป้าตัวเลขคนไทยเดินทางไปเที่ยวเกาหลีสิ้นปี 2568 ไว้ที่ 360,000 คน