12 ส.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

New&Trend

“สินทรัพย์ประกันภัย” โชว์วิสัยทัศน์ปี’59 ปรับองค์กรกระชับ ทิ้งพอร์ตแท็กซี่ลดขาดทุน

“สินทรัพย์ประกันภัย” โชว์วิสัยทัศน์ปี’59 เน้นปรับปรุงองค์กรให้กระชับ จัดการบริหารต้นทุนลดค่าใช้จ่าย ตัดพอร์ตแท็กซี่ทิ้งเหตุเคลมสูง ลดขาดทุน วางเป้าไว้ใกล้เคียงกับปี’58 ที่ 980 ล้านบาท คาดครึ่งปีหลังผลประกอบการจะดีขึ้น

“สินทรัพย์ประกันภัย” โชว์วิสัยทัศน์ปี’59 ปรับองค์กรกระชับ ทิ้งพอร์ตแท็กซี่ลดขาดทุน

“สินทรัพย์ประกันภัย” โชว์วิสัยทัศน์ปี’59 เน้นปรับปรุงองค์กรให้กระชับ จัดการบริหารต้นทุนลดค่าใช้จ่าย ตัดพอร์ตแท็กซี่ทิ้งเหตุเคลมสูง ลดขาดทุน วางเป้าไว้ใกล้เคียงกับปี’58 ที่ 980 ล้านบาท คาดครึ่งปีหลังผลประกอบการจะดีขึ้น ดร.สมนึก สงวนสิน ประธานกรรมการบริหาร บมจ. สินทรัพย์ประกันภัย เปิดเผยว่า “ในปี 2559 บริษัทมีการปรับปรุงและบริหารจัดการองค์กร โดยเฉพาะการบริหารต้นทุนและลดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ บริษัทมองว่าหากบริหารจัดการในส่วนของต้นทุนบริหารได้ จะทำให้บริษัทมีผลการดำเนินงานที่เป็นบวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งบริษัทได้ปรับลดเป้ายอดขายในปีนี้ลงมาเหลือใกล้เคียงกับปี 2558 คือประมาณ 980 ล้านบาท หรืออาจเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากแผนเดิมที่เคยตั้งเป้าไว้ประมาณ 1,200 ล้านบาท” “เราเน้นเรื่องคุณภาพและผลิตภัณฑ์ ไม่แข่งเรื่องราคา เพราะประกันภัยมีการแข่งขันราคาสูงมาก มีการตัดราคากันจนสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้มีการนัดพูดคุยหารือกับผู้บริหารของบริษัทประกันต่างๆ เร็วๆนี้ เพื่อมิให้มีการแข่งขันตัดราคากันจนทำให้ราคาในตลาดลดลงต่ำไปกว่านี้” อย่างไรก็ดี ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ฐานลูกค้าหลักของบริษัทคือกลุ่มรถแท็กซี่ ซึ่งเริ่มมีอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 89-110% จากเดิมที่ในช่วง 3 ปีแรกที่เริ่มทำตลาดนั้นอยู่ที่ระดับ 58% จนต้องมีการปรับเบี้ยประกันเพิ่ม25% เพื่อไม่ให้บริษัทต้องขาดทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งในส่วนของงานรับประกันภัยรถแท็กซี่ส่วนใหญ่จะเป็นการรับประกันภัยประเภทชั้นสาม โดยบริษัทมุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าสหกรณ์และกลุ่มแท็กซี่บุคคล รวมถึงโบรกเกอร์และตัวแทน “ลูกค้าแท็กซี่ส่วนใหญ่ทำประกันภัยประเภทชั้น 3 และมีเบี้ยรวมกันอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท/ปี แต่เมื่อสถิติการเคลมไม่ดี มีสินไหมสูง ขาดทุนเดือนละ 2 ล้านบาท เมื่อถึงเวลาต่ออายุประกันก็ต้องเพิ่มเบี้ยอีก 2 พันบาท จากเดิมทำไว้ที่ 8 พันบาท ก็เพิ่มเป็น 1 หมื่นบาทเพื่อให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นและดึงตัวเลขค่าเคลมให้ลดลงมา จึงทำให้ลูกค้าแท็กซี่ที่เคยทำประกันกับเราหันไปทำกับบริษัทอื่นที่ถูกกว่าแทน” ดร. สมนึกกล่าว ดร.สมนึกกล่าวถึงอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยของบริษัทฯ ต่ออีกว่า ไม่แตกต่างไปจากบริษัทอื่นแต่อย่างใดและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของอุตสาหกรรมประกันภัยบ้านเรา เพราะเป็นบริษัทขนาดกลางที่เน้นในเรื่องการดูแลลูกค้าและการบริการ ซึ่งคาดว่าในครึ่งปีหลังนี้ผลประกอบการของบริษัทน่าจะราบรื่นและดีขึ้นตามลำดับ หลังจากที่ลดการรับประกันภัยแท็กซี่ลง ทั้งนี้ต้องดูว่างานประกันภัยแต่ละงานที่รับงานเข้ามานั้นมันขาดทุนหรือไม่ เพราะในแวดวงของผู้ประกอบการนั้นไม่มีการได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันเท่าใดอย่าง พีเอ หรือรถยนต์ เราไม่ดันทุรังที่จะเก็บพอร์ตที่ไม่ดีไว้ มันไม่มีประโยชน์ “ประกันภัยทุกวันนี้สู้กันด้วยOE หรือ Operating Expense ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การจัดการองค์กรที่เหมาะสม นำเทคโนโลยี หรือ ITเข้ามาเสริม คนของเราก็ไม่มากและไม่ทำให้เราเดือดร้อนบวกลบปีหนึ่ง ถ้าลบก็ไม่เกิน 10-20 ล้านบาท หรือถ้าบวกก็ประมาณ 30-40 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เราแข่งขันได้ เราพยายามทำองค์กรของเราให้กระชับ” ดร.สมนึกกล่าว ปัจจุบันบริษัทสินทรัพย์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีพอร์ตการรับประกันภัย โดยแบ่งสัดส่วนเป็นพอร์ตรถยนต์ 85% และ 15% เป็นงานนอนมอเตอร์และเบ็ดเตล็ด ดร.สมนึกได้กล่าวในตอนท้ายว่า บริษัทได้ร่วมมือกับ บริษัทไรเดอร์ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด และ สปีด แชลแนล ดำเนินโครงการ พ.ร.บ. อิ่มใจ โดยจำหน่ายประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับจำนวน 1 แสนกรมธรรม์ภายในระยะเวลา 6 เดือน โดย 1 กรมธรรม์บริษัทจะสบทบทุน 100 บาท เพื่อร่วมสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช ซี่งจะสร้างเสร็จในปี 2562 โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. นี้เป็นต้นไป