เทศกาลดนตรีใจกลางกรุงเทพฯ กำลังก้าวข้ามบทบาทจากการเป็นเพียงพื้นที่สร้างความบันเทิง ไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มขับเคลื่อนความยั่งยืนสำหรับคนรุ่นใหม่ เมื่อ "Chang Music Connection Presents Melody Of Life 17" เตรียมเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตลอด 3 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 16 - 18 ตุลาคม 2569 โดยความร่วมมือระหว่าง SPICYDISC, กลุ่มเซ็นทรัล และน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง
การกลับมาในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ยกขบวนศิลปินกว่าร้อยชีวิตมาร่วมสร้างความสุขบน 4 เวทีคอนเสิร์ต แต่ยังเชื่อมโยง 4 มิติสำคัญ ได้แก่ ความยั่งยืน (Sustainability) ดนตรี (Music) ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) และการประกวดสร้างสรรค์ (Contest) ภายใต้คอนเซปต์ "MUSIC FOR TOMORROW" ที่เชื่อมโยงความสนุกเข้ากับวิถีชีวิตรักษ์โลกแบบ Carbon Neutral Event อย่างลงตัว เพื่อให้ทุกจังหวะของความบันเทิงดำเนินไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

“Melody Of Life” เทศกาลดนตรีที่ใช้พลังของเสียงเพลง สร้างการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เป็นหนึ่งในเทศกาลใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดและจัดต่อเนื่องมายาวนานที่สุดของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นเทศกาลแรกของไทยที่ได้รับการรับรองการจัดงาน Carbon Neutral Event โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก การบริหารจัดการขยะ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน ภายใต้แนวคิด Carbon Neutral Event and Net Zero Event

บริหารจัดการขยะมุ่งสู่ Carbon Neutral Event
หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของงานคือการดำเนินงานผ่านโครงการ “เซ็นทรัล ทำ” เพื่อยกระดับสู่ Carbon Neutral Event ด้วยการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง จากข้อมูลการจัดงานในปีที่ผ่านมา สามารถรวบรวมและคัดแยกขยะได้รวม 2,081.07 กิโลกรัม หรือกว่า 2 ตัน แบ่งเป็นขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ 1,424.68 กิโลกรัม (68.5%) ซึ่งถูกนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง เศษอาหาร 458.7 กิโลกรัม (22%) ขวด PET 134.1 กิโลกรัม (6.4%) และขยะรีไซเคิลประเภทอื่น 63.59 กิโลกรัม (3.1%) โดยขยะรีไซเคิลไม่ได้ถูกส่งไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง

สำหรับการจัดงานครั้งที่ 17 คาดว่าจะมีปริมาณขยะในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา หรือประมาณ 2.1 ตัน ภายในงานจึงจัดให้มี จุดคัดแยกขยะอย่างชัดเจน 4 จุด พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านการแยกขยะคอยให้คำแนะนำ เพื่อให้ขยะแต่ละประเภทได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด และเพิ่มโอกาสในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ควบคู่กับการลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น และสนับสนุนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวผ่านโครงการ Plant Together

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล (Central Group) และตัวแทนจากโครงการ "เซ็นทรัล ทำ" สะท้อนถึงทิศทางความยั่งยืนครั้งนี้ว่า
"Melody Of Life เป็นเทศกาลดนตรีรักษ์โลกที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน และเราอยากให้ทุกครั้งที่ทุกคนมาร่วมงาน ไม่ได้มีเพียงความสุขจากเสียงเพลงเท่านั้น แต่ยังได้มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย แนวคิด Carbon Neutral เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญที่เราต้องการผลักดัน โดยเริ่มจากสิ่งที่ทุกคนสามารถร่วมกันทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้ทรัพยากร การคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง หรือการสนับสนุนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวผ่านโครงการ Plant Together เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกคน และทุกการลงมือทำสามารถสร้างคุณค่าให้กับสิ่งแวดล้อมได้"


นอกจากนี้ “เซ็นทรัล ทำ” ยังสนับสนุนโครงการ “Plant Together ชวนปลูก เพิ่มพื้นที่สีเขียวไปด้วยกัน” เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ผ่านการบริจาคเพื่อปลูกต้นไม้ในราคาเพียงต้นละ 50 บาท โดยรายได้จากการบริจาคทั้งหมดสมทบทุนเข้ามูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อม ผู้สนใจสามารถร่วมปลูกต้นไม้และเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกได้ที่ Tham-dee.com/plant-together เพื่อนำไปปลูกต้นไม้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร สร้างกำแพงต้นไม้กันฝุ่น PM2.5 ช่วยดูดซับคาร์บอน ลดโลกร้อน เกิดความหลากหลายทางชีวภาพและสร้างรายได้ให้ชุมชนผู้เพาะกล้าไม้ ให้มีอาชีพ รวมทั้งสนับสนุนวิถีคนเมืองให้รักพื้นที่สีเขียวอีกด้วย


พื้นที่ประสบการณ์และการแข่งขันของคนรุ่นใหม่
นอกเหนือจากมิติการอนุรักษ์ธรรมชาติ งานยังจัดสรรพื้นที่ประสบการณ์เพื่อรองรับศักยภาพของครีเอเตอร์รุ่นใหม่:
- โซนอาหาร ตลาดแฟชั่น และสินค้าค่ายเพลง: พื้นที่รวมร้านอร่อยและสินค้าแฟชั่นชิคๆ ให้เดินชิม เดินช็อป พร้อมบูธสินค้าออฟฟิเชียลจากค่ายเพลงพันธมิตร สำหรับพักเติมพลังก่อนกลับไปสนุกต่อหน้าเวที
- SPAWN MUSIC CONTEST: เวทีปล่อยของคัดสรรศิลปินและวงดนตรีรุ่นใหม่ทั้งระดับมัธยมศึกษาและมหาวิทยาลัย ที่จะได้รับโอกาสต่อยอดจากการแข่งขันขึ้นแสดงจริง และร่วมพัฒนาผลงานกับค่าย SPICYDISC
- HARMONY FOREST CO-LAB: พื้นที่ Art Installation จากวัสดุหมุนเวียน ที่เปลี่ยนขยะพลาสติกในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นงานศิลปะเชิงโต้ตอบ ให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ทางศิลปะและมีส่วนร่วมได้จริง
- EXHIBITION ART SHOWCASE (A City Gallery for the Next Generation): นิทรรศการรวบรวมผลงานศิลปะ งานออกแบบ และ Prototype Project จากนิสิตนักศึกษาและครีเอเตอร์รุ่นใหม่ นำมาจัดแสดงใจกลางเมือง
- พื้นที่ประกวดงานออกแบบสร้างสรรค์: รวมผลงานจากผู้เข้าร่วม Key Visual Design Contest ที่มาร่วมตีความภาพลักษณ์งานผ่านมุมมอง PEOPLE - MUSIC - PLANET รวมถึงผลงานจาก Visual Concert Design Co-Lab ที่ได้รับการคัดเลือกให้นำไปฉายบนเวทีคอนเสิร์ตจริงภายในงาน



ไฮไลต์ 4 เวทีคอนเสิร์ต ตอบโจทย์ทุกแนวดนตรี
ด้านความบันเทิง นำเสนอผ่าน 4 เวทีหลัก ครอบคลุมหลากหลายแนวเพลง:
- EARTH STAGE: เวทีใหญ่รวมศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ Slot Machine, Tilly Birds, F.HERO, Lomosonic, The Parkinson, Whal & Dolph, Meyou, Maiyarap และ Max Jenmana
- SUN STAGE: เปิดประเดิมตั้งแต่วันศุกร์ รวมวงอินดี้และศิลปินหลากสไตล์ อาทิ Pae Arak, Sqweez Animal, Better Weather, Moving and Cut, Television Off, The Richman Toy, Nap A Lean, Electric.Neon.Lamp และ The Paradise Bangkok Molam International Band
- WAVE STAGE: รวมเพลงฟังติดหู ป๊อปสนุกๆ ไปจนถึงโชว์ชวนขยับตาม นำโดย No One Else, ละอองฟอง, Serious Bacon, Playground, Slapkiss, Fool Step, Tigger, Flower.Far และ The Rube ft. Lula
- WIND STAGE: เวทีส่งต่อพลังสดใหม่ของศิลปิน T-POP อาทิ VIIS, Hatobito, Viinx, Slamduck, MarkPoom, Deadkat และกลุ่มศิลปินฝึกหัด

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ เพลงธีมประจำ Melody Of Life ที่สร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์ THE BOYKOR ร่วมถ่ายทอดโดย "ลุลา" พร้อมการเปิดตัว Mascot สัญลักษณ์ใหม่ที่สะท้อน DNA ความรักในเสียงเพลงและธรรมชาติอย่างลงตัว