ภาคการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงไฮซีซันปลายปีพร้อมโจทย์ความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นด้านการเดินทางหลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขังช่วงวันที่ 26–27 กันยายนที่ผ่านมา ตลอดจนการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลสถิติการใช้จ่ายภาคบริการยังสะท้อนถึงพื้นฐานที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจในพื้นที่
ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี (KTC) ระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน 2569 ระบุว่า ชลบุรีเป็นจังหวัดที่มียอดใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและร้านอาหารสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศหากไม่นับรวมกรุงเทพมหานคร โดยมีอัตราการเติบโตขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต เคทีซี เปิดเผยว่า ข้อมูลเชิงพฤติกรรมของผู้บริโภคชี้ให้เห็นว่า ชลบุรียังคงศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวได้หลากหลายกลุ่ม โดยการเดินทางในหนึ่งทริปเกิดการกระจายรายได้ไปยังหลายกิจกรรม ทั้งที่พัก ร้านอาหาร รวมถึงกลุ่มโรงแรมที่มีบริการด้านสุขภาพ หรือ Wellness ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
แม้มียอดใช้จ่ายเติบโต แต่ผู้ประกอบการในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยระยะสั้น โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขังในช่วงปลายเดือนกันยายน ซึ่งส่งผลให้เกิดการยกเลิกห้องพักในพื้นที่พัทยาราว 10–20%

นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี ระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือความเร็วในการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการสื่อสารข้อมูลที่เป็นจริงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะก่อนเข้าสู่เดือนตุลาคม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางจากนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล เช่น ยุโรปและรัสเซีย
“หากการแก้ไขปัญหาหรือการสื่อสารล่าช้าจนยืดเยื้อ อาจส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหลัก” นายธเนศกล่าว
นอกจากปัญหาเฉพาะหน้า นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี ยังชี้ให้เห็นถึงโจทย์ระยะยาวด้านการบริหารจัดการต้นทุนของผู้ประกอบการ จากราคาแพ็กเกจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากราคาตั๋วเครื่องบินและพลังงาน ซึ่งกระทบต่อการเจรจาธุรกิจระหว่างบริษัททัวร์กับโรงแรม ขณะที่นักท่องเที่ยวในปัจจุบันให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและคุณภาพของการบริการเป็นหลัก

สำหรับแนวนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ อย่างโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ที่มีแนวคิดพิจารณาเลื่อนไปดำเนินโครงการในช่วงโลว์ซีซันปี 2570 นั้น ภาคเอกชนเห็นพ้องว่าการกำหนดช่วงเวลาควรสอดคล้องกับจังหวะที่ผู้ประกอบการต้องการแรงหนุนมากที่สุด พร้อมเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยเหลือกำหนดสัดส่วนต้นทุนการเดินทางควบคู่ไปกับค่าที่พัก เนื่องจากค่าโดยสารและพลังงานคิดเป็นสัดส่วนหลักของค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวของคนไทย
แม้ต้องเผชิญปัจจัยท้าทาย ชลบุรียังคงมีจุดแข็งด้านความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่ใกล้กรุงเทพฯ และมีความหลากหลายของสินค้าการท่องเที่ยว ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวชายทะเล โรงแรมสำหรับครอบครัว ศูนย์การค้า ร้านอาหาร ไปจนถึงท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยมีพื้นที่อย่างบางแสนและศรีราชาเข้ามาช่วยเสริมการรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หลากหลายยิ่งขึ้น