คำสั่งศาลสูงอังกฤษเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เพิ่มแรงกดดันทางกฎหมายต่อ VietJet หลัง FW Aviation เดินหน้าบังคับชำระหนี้จากคำพิพากษาหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับสัญญาเช่าเครื่องบิน Airbus A321 จำนวน 4 ลำ โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเสี่ยงที่ทรัพย์สินจะถูกเคลื่อนย้ายจนยากต่อการบังคับคดี
VietJet สายการบินต้นทุนต่ำจากเวียดนาม เผชิญคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั่วโลกจากศาลสูงอังกฤษ แผนกพาณิชย์ (High Court of Justice, Commercial Court) เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 หลัง FW Aviation Holdings 1 Limited (FWA) ยื่นคำร้องเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาที่มีมูลค่ารวมประมาณ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
คดีนี้ไม่ได้เริ่มจากการสั่งซื้อเครื่องบินใหม่หรือการขยายเส้นทางบิน แต่มีต้นตอจากข้อพิพาทเรื่องการชำระค่าเช่าเครื่องบิน Airbus A321 จำนวน 4 ลำ ก่อนที่ข้อพิพาทจะนำไปสู่คำพิพากษาหลายครั้ง และกลายเป็นกระบวนการติดตามทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้ในหลายประเทศ
คำสั่งล่าสุดจึงเป็นมาตรการทางกฎหมายเพื่อรักษาทรัพย์สินที่อาจนำมาใช้ชำระหนี้ ไม่ใช่คำสั่งให้ VietJet หยุดดำเนินกิจการหรือยึดเครื่องบินทุกลำไปแล้วในทันที
จากข้อพิพาทสัญญาเช่า สู่หนี้ตามคำพิพากษากว่า 250 ล้านดอลลาร์
จุดเริ่มต้นของคดีอยู่ที่สัญญาเช่าเครื่องบิน Airbus A321 จำนวน 4 ลำ ภายใต้ข้อตกลงทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการเช่าเครื่องบิน โดยข้อพิพาทเกิดขึ้นในช่วงที่ VietJet ไม่ชำระค่าเช่าตามสัญญาในปี 2564 ซึ่งเป็นช่วงการระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุมการเดินทางส่งผลกระทบต่อธุรกิจการบิน
เมื่อสัญญาเช่าถูกยกเลิกในเดือนตุลาคม 2564 ผู้ให้เงินทุนและเจ้าหนี้เดิมได้ดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องที่เกิดจากสัญญา ต่อมา FWA ซึ่งเข้าถือสิทธิในการเรียกร้องหนี้ ได้ดำเนินคดีเพื่อเรียกเงินที่เห็นว่า VietJet ยังมีภาระต้องชำระ
คำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวข้องทยอยออกมาเป็นลำดับ โดยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 ศาลมีคำสั่งให้ VietJet ชำระเงินต้น 11,317,948.92 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่าย ซึ่งมูลค่ารวมตามรายงานอยู่ที่ประมาณ 18.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ต่อมาในเดือนเมษายน 2568 ศาลมีคำพิพากษาอีกคดีให้ VietJet ชำระเงินประมาณ 182 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เกี่ยวข้องกับค่าเช่าค้างชำระและค่าเสียหายจากการยกเลิกสัญญา นอกจากนี้ ยังมีคำพิพากษาอีกครั้งเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ให้ชำระเงิน 18,369,129.23 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในวันที่ 28 สิงหาคม 2569
ตามคำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวข้อง ยอดหนี้ที่ FWA พยายามบังคับชำระเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อรวมภาระตามคำพิพากษาและองค์ประกอบทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
ศาลระบุว่า VietJet ชำระเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการพิจารณาอุทธรณ์ในวันถัดมา แต่โดยรวมแล้ว ศาลเห็นว่าบริษัทชำระหนี้ตามคำพิพากษาไปเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับยอดที่เรียกร้อง
ข้อมูลดังกล่าวเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ FWA เดินหน้าขอคำสั่งอายัดทรัพย์สิน เพื่อป้องกันไม่ให้การบังคับชำระหนี้ในภายหลังทำได้ยากขึ้น
เหตุผลของศาล: ความเสี่ยงที่ทรัพย์สินจะถูกเคลื่อนย้าย
คำสั่งอายัดทรัพย์สินทั่วโลกเกิดจากคำร้องของ FWA ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ซึ่งขอให้ศาลออกคำสั่งคุ้มครองทรัพย์สินหลังมีคำพิพากษา รวมถึงให้เปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต่อการบังคับคดี
ประเด็นที่ศาลพิจารณาไม่ใช่เพียงว่า VietJet มีหนี้ค้างชำระหรือไม่ แต่รวมถึงความเสี่ยงที่ทรัพย์สินอาจถูกเคลื่อนย้ายหรือจัดการในลักษณะที่ทำให้เจ้าหนี้ไม่สามารถติดตามทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้ได้
ผู้พิพากษา Pushpinder Singh Saini พิจารณาพฤติการณ์การบังคับคดีที่ผ่านมา ตลอดจนหลักฐานเกี่ยวกับการจัดการสิทธิและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งซื้อเครื่องบินในอนาคตของ VietJet
ในคำพิพากษา ศาลให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงที่ว่า แม้ VietJet จะมีฐานะทางการเงินและความสามารถในการสั่งซื้อเครื่องบินจำนวนมาก แต่กลับชำระหนี้ตามคำพิพากษาเพียงเล็กน้อย ผู้พิพากษาจึงเห็นว่าหลักฐานสนับสนุนความเสี่ยงต่อการบังคับคดี
ศาลใช้ถ้อยคำเปรียบเทียบว่า VietJet มีลักษณะเป็นลูกหนี้ที่ “ไม่ยอมจ่าย” มากกว่าลูกหนี้ที่ “ไม่สามารถจ่ายได้” ซึ่งเป็นข้อสรุปของผู้พิพากษาจากหลักฐานที่นำเสนอในคดี ไม่ใช่การตัดสินว่าบริษัทกระทำความผิดอาญา
ก่อนหน้านี้ FWA เคยยื่นขอคำสั่งอายัดทรัพย์สิน แต่คำร้องครั้งก่อนถูกปฏิเสธในปี 2568 เนื่องจากหลักฐานในขณะนั้นยังไม่เพียงพอที่จะแสดงความเสี่ยงในการเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน ศาลระบุว่าคำร้องครั้งใหม่มีหลักฐานเพิ่มเติมที่แตกต่างจากเดิม จึงต้องพิจารณาอีกครั้งบนข้อเท็จจริงชุดใหม่
คำสั่งซื้อเครื่องบินในอนาคตถูกนำมาพิจารณา
อีกประเด็นสำคัญของคดีคือสิทธิและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งซื้อเครื่องบินในอนาคตของ VietJet ซึ่งศาลระบุว่ามีคำสั่งซื้อเครื่องบินจาก Boeing และ Airbus รวมกันประมาณ 300 ลำ
FWA กล่าวหาว่า VietJet โอนมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งซื้อเครื่องบินบางส่วนไปยัง Angelica Holding Limited (AHL) บริษัทที่จดทะเบียนในหมู่เกาะเคย์แมน ผ่านข้อตกลงที่เรียกว่า PDP Participation Agreements
VietJet ชี้แจงว่าธุรกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการจัดหาเงินทุนและการปรับโครงสร้างทางการเงินตามการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่การกระทำเพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้
อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาพิจารณาหลักฐานเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลและความน่าเชื่อถือของคำชี้แจงบางส่วนที่เคยนำเสนอต่อศาล และเห็นว่าประเด็นนี้สนับสนุนข้อกังวลเรื่องความเสี่ยงต่อการบังคับคดี
อายัดทรัพย์สิน ไม่ได้หมายถึงยึดเครื่องบินทั้งหมดแล้ว
คำสั่งที่ศาลสูงอังกฤษออกเป็นคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั่วโลก (Worldwide Freezing Order) โดยรายงานเกี่ยวกับคำสั่งระบุวงเงินสูงสุดไว้ที่ 251.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องไม่ได้จำกัดเฉพาะเครื่องบินที่ใช้งานอยู่ แต่ครอบคลุมทรัพย์สินและสิทธิทางเศรษฐกิจหลายประเภท เช่น เครื่องบินที่เช่าใช้อยู่ เครื่องบินที่สั่งซื้อแต่ยังไม่ได้รับมอบ เงินที่จ่ายล่วงหน้าสำหรับการส่งมอบเครื่องบิน เงินประกันสัญญาเช่า เงินสำรองค่าบำรุงรักษา รวมถึงทรัพย์สินบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์และรายได้จากการขายตั๋วที่อยู่กับตัวแทน ตามรายละเอียดที่สื่อรายงานจากคำสั่งศาล
อย่างไรก็ดี คำสั่งอายัดทรัพย์สินไม่ควรถูกตีความว่าเครื่องบินทุกลำของ VietJet ถูกเจ้าหน้าที่เข้ายึดแล้ว หรือสายการบินต้องหยุดบินทันที ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของคำสั่ง ประเภททรัพย์สิน และการบังคับใช้ในเขตอำนาจศาลที่เกี่ยวข้อง
การมีคำสั่งจากศาลอังกฤษยังไม่เท่ากับการที่คำสั่งนั้นถูกบังคับใช้โดยอัตโนมัติในทุกประเทศ การติดตามและบังคับคดีกับทรัพย์สินในต่างประเทศยังขึ้นอยู่กับกระบวนการทางกฎหมายในแต่ละเขตอำนาจศาล
กรณีนี้จึงเป็นเรื่องของการคุ้มครองทรัพย์สินเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ไม่ใช่การประกาศปิดกิจการของ VietJet
ความพยายามบังคับคดีในต่างประเทศ
ก่อนคำสั่งล่าสุด FWA ได้พยายามติดตามบังคับชำระหนี้ในหลายประเทศ รวมถึงสิงคโปร์ ซึ่งมีรายงานว่าเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 FWA ได้รับคำสั่งในสิงคโปร์ให้ยึดเครื่องบิน VietJet จำนวน 9 ลำที่ปฏิบัติการในเส้นทางที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาของศาลอังกฤษกล่าวถึงความพยายามในการบังคับคดีดังกล่าว รวมถึงการดำเนินการของ VietJet ที่ทำให้การติดตามทรัพย์สินของเจ้าหนี้มีความซับซ้อนขึ้น ขณะที่ VietJet ให้เหตุผลเกี่ยวกับข้อจำกัดและภาระผูกพันทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบิน
นอกจากนี้ คำพิพากษายังระบุว่า ศาลเวียดนามปฏิเสธการรับรองคำพิพากษาของศาลอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ทำให้การติดตามทรัพย์สินและบังคับชำระหนี้ในเขตอำนาจศาลต่าง ๆ เป็นส่วนสำคัญของข้อพิพาท
รายละเอียดเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าทำไม FWA จึงขอให้ศาลอังกฤษออกคำสั่งอายัดทรัพย์สินในวงกว้าง โดยเป้าหมายคือรักษาทรัพย์สินที่อาจนำมาใช้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา ไม่ใช่เพียงเรียกให้บริษัทชำระเงินตามกำหนดเท่านั้น
Thai Vietjet ในไทยได้รับผลกระทบหรือไม่
สำหรับตลาดไทย ประเด็นที่ต้องแยกให้ชัดคือ VietJet Aviation Joint Stock Company ซึ่งเป็นจำเลยในคดีอังกฤษ กับ Thai Vietjet ซึ่งเป็นสายการบินที่ดำเนินงานในประเทศไทย เป็นคนละนิติบุคคล
ข้อมูลของ Centre for Aviation (CAPA) ระบุว่า VietJet Group ถือหุ้นใน Thai Vietjet สัดส่วน 9% ขณะที่ผู้ถือหุ้นรายอื่น ได้แก่ Thai Vietjet Aviation Company Limited ในสัดส่วน 52% และ International Investment Company Limited ในสัดส่วน 39%
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า VietJet Group มีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยใน Thai Vietjet ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นทั้งหมด ในทางกฎหมาย คำสั่งอายัดทรัพย์สินที่ออกเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ระบุชื่อ VietJet Aviation Joint Stock Company เป็นจำเลย ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า Thai Vietjet เป็นคู่กรณีในคดี หรือว่าทรัพย์สินของ Thai Vietjet อยู่ภายใต้ขอบเขตคำสั่งอายัดดังกล่าวหรือไม่ และยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเครื่องบินของ Thai Vietjet ถูกอายัด หรือการให้บริการเที่ยวบินในประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำสั่งนี้
คดีหนี้ที่กลายเป็นเรื่องการบังคับใช้คำพิพากษาข้ามประเทศ
ข้อพิพาทระหว่าง VietJet กับ FWA แสดงให้เห็นลำดับของคดีตั้งแต่การผิดนัดตามสัญญาเช่าเครื่องบิน การฟ้องร้องและคำพิพากษาหลายครั้ง ไปจนถึงการพยายามบังคับชำระหนี้ในหลายเขตอำนาจศาล
ประเด็นหลักที่ศาลสูงอังกฤษพิจารณาในเดือนตุลาคม 2569 คือความจำเป็นในการคุ้มครองทรัพย์สินเพื่อไม่ให้การบังคับคดีในอนาคตถูกขัดขวาง โดยอาศัยหลักฐานเกี่ยวกับการชำระหนี้ที่ผ่านมา ความพยายามติดตามทรัพย์สินของเจ้าหนี้ และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในคำสั่งซื้อเครื่องบิน
สำหรับ VietJet คำสั่งดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงทางกฎหมายที่สำคัญ แต่ไม่ควรนำไปสรุปต่อว่าเป็นการล้มละลาย การหยุดดำเนินงาน หรือการยึดเครื่องบินทั้งหมด เพราะคำสั่งอายัดทรัพย์สินมีวัตถุประสงค์และผลทางกฎหมายแตกต่างจากเหตุการณ์เหล่านั้น
ข้อมูลที่ยืนยันได้ในขณะนี้จึงอยู่ที่การออกคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั่วโลกโดยศาลสูงอังกฤษ เพื่อสนับสนุนการบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาที่ FWA พยายามเรียกคืนประมาณ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนผลกระทบต่อการดำเนินงานในอนาคตต้องพิจารณาจากการบังคับใช้คำสั่งและพัฒนาการทางกฎหมายที่เกิดขึ้นต่อไป
แหล่งข้อมูล: คำพิพากษา FW Aviation (Holdings) 1 Ltd v VietJet Aviation Joint Stock Company [2026] EWHC 2633 (Comm) ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2569