จากธุรกิจสระว่ายน้ำที่ก่อตั้งในปี 2502 สู่ผู้ให้บริการระบบน้ำครบวงจร SN Group กำลังต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่ตลาดอุตสาหกรรม ตั้งแต่การผลิตและบำบัดน้ำ ไปจนถึงการรีไซเคิลน้ำ รองรับโอกาสจาก Data Center โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ และนิคมอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายขยับบทบาทจากผู้รับงานโครงการ สู่พันธมิตรที่ช่วยลูกค้าบริหารต้นทุนและทรัพยากรในระยะยาว
น้ำเป็นทรัพยากรพื้นฐานที่ทุกอุตสาหกรรมต้องใช้ แต่สำหรับโรงงานที่ต้องควบคุมคุณภาพการผลิตอย่างเข้มงวด น้ำที่ไม่ได้มาตรฐานอาจสร้างต้นทุนเพิ่ม ขณะที่ระบบน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพอาจกระทบตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไปจนถึงความต่อเนื่องของสายการผลิต
โจทย์นี้กำลังเปลี่ยนบทบาทของธุรกิจน้ำ จากเดิมที่เน้นการจัดหาอุปกรณ์และติดตั้งระบบ ไปสู่การให้บริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การผลิตน้ำ การบำบัดน้ำเสีย ไปจนถึงการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้ภาคธุรกิจใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นี่คือโอกาสที่ SN Group ต้องการคว้าไว้ หลังสะสมประสบการณ์ในธุรกิจน้ำมา 67 ปี จากจุดเริ่มต้นของบริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด ในปี 2502 ซึ่งเริ่มต้นจากระบบสระว่ายน้ำ ก่อนขยายสู่ระบบผลิตน้ำและบำบัดน้ำเสียสำหรับภาคอุตสาหกรรม
วันนี้ บริษัทกำลังขยับตำแหน่งทางธุรกิจสู่การเป็นผู้ให้บริการ Integrated Water Solutions หรือโซลูชันด้านน้ำครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ ก่อสร้าง ติดตั้ง และทดสอบระบบ ไปจนถึงการบริหารและดูแลในระยะยาว
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงการทิ้งธุรกิจเดิม แต่เป็นการนำความเชี่ยวชาญที่สะสมจากหลายตลาดมาต่อยอด โดยเฉพาะตลาดอุตสาหกรรมที่คุณภาพน้ำ ประสิทธิภาพการผลิต และต้นทุนทรัพยากรมีความเชื่อมโยงกันโดยตรง

ระบบบำบัดน้ำในนิคมอุตสาหกรรม
จากสระว่ายน้ำ สู่ระบบน้ำที่ตอบโจทย์หลายอุตสาหกรรม
จุดเริ่มต้นของ SN Group ย้อนกลับไปในปี 2502 เมื่อ นายสนั่น นภาศัพท์ ก่อตั้งบริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยธุรกิจระบบสระว่ายน้ำ ก่อนขยายไปสู่งานน้ำพุ น้ำตก และการเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องกรองน้ำ Culligan ในประเทศไทย
การเติบโตระยะต่อมาเกิดจากการขยายขอบเขตความเชี่ยวชาญไปสู่งานระบบน้ำที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ในปี 2534 บริษัทเข้าสู่ธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม โดยรับออกแบบและก่อสร้างระบบผลิตน้ำสำหรับอุตสาหกรรม ระบบผลิตน้ำประปา และระบบบำบัดน้ำเสีย ก่อนร่วมทุนกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดตั้ง Global Utilities Service หรือ GUSCO ในปี 2543 เพื่อให้บริการบริหารจัดการสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกในนิคมอุตสาหกรรม
ต่อมาในปี 2553 มีการจัดตั้ง GEM Environmental Management เพื่อให้บริการระบบผลิตน้ำ บำบัดน้ำเสีย และรีไซเคิลน้ำแก่โรงงานและนิคมอุตสาหกรรม
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2558 เมื่อ ส.นภา, GUSCO และ GEM ผสานความร่วมมือภายใต้ SN Group พร้อมกำหนดแนวทาง “The Complete Water Solutions” เพื่อเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญของแต่ละธุรกิจเข้าด้วยกัน

สุทธิพัณ พิศาลบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือเอสเอ็นกรุ๊ป (SN Group)
ผลที่ต้องการไม่ใช่เพียงการเพิ่มประเภทบริการ แต่คือการทำให้บริษัทสามารถดูแลโจทย์ด้านน้ำของลูกค้าได้กว้างขึ้น ตั้งแต่งานสระว่ายน้ำและภูมิทัศน์น้ำในโครงการอสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงระบบน้ำสำหรับโรงงานและการจัดการสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบัน สุทธิพัณ พิศาลบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด ทายาทรุ่นที่ 3 เข้ามาขับเคลื่อนการเติบโตระยะต่อไป โดยมองว่าประสบการณ์ที่สะสมมาเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างกัน
“ตลอด 67 ปีที่ผ่านมา เราสั่งสมความเชี่ยวชาญด้านระบบน้ำในหลากหลายรูปแบบและหลายอุตสาหกรรม” สุทธิพัณกล่าว พร้อมอธิบายว่าทิศทางของ SN Group คือการนำจุดแข็งของทั้ง 3 บริษัทมาทำงานร่วมกัน เพื่อให้เข้าใจโจทย์ของลูกค้าตั้งแต่ต้นจนจบ และพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและความยั่งยืนในระยะยาว


น้ำพุ One Bangkok
3 กลุ่มธุรกิจ เชื่อมตั้งแต่ประสบการณ์ผู้ใช้ถึงกระบวนการผลิต
SN Group แบ่งธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Water for Experience, Water for Life และ Water for Sustainability ซึ่งสะท้อนการขยายบทบาทจากงานระบบน้ำเพื่อสร้างประสบการณ์ ไปสู่การดูแลคุณภาพน้ำสำหรับชีวิตประจำวันและระบบการผลิตของภาคอุตสาหกรรม
กลุ่มแรก Water for Experience ครอบคลุมสระว่ายน้ำ น้ำพุ และภูมิทัศน์น้ำสำหรับโรงแรม รีสอร์ต โครงการที่อยู่อาศัย และพื้นที่สาธารณะ โดยบริษัทระบุผลงาน อาทิ น้ำพุดนตรีในโครงการ One Bangkok โครงการ Andamanda Phuket ตลอดจนงานสระว่ายน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกใน Aman Nai Lert Bangkok และ Six Senses The Forestias
ตลาดนี้เชื่อมโยงกับธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ซึ่งระบบน้ำเป็นมากกว่าสาธารณูปโภค เพราะยังเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์และภาพลักษณ์โครงการ
อีกหนึ่งผลงานคือสระว่ายน้ำสแตนเลสสำหรับ Aquatic Center ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งใช้เทคโนโลยี Modular Stainless Steel จากอิตาลี บริษัทระบุว่าสามารถติดตั้งได้ภายในประมาณ 60 วัน และรองรับมาตรฐานการแข่งขันระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ SN Group ยังเป็นพันธมิตรกับ Myrtha Pools ผู้พัฒนาเทคโนโลยีสระว่ายน้ำจากอิตาลี โดยมีขอบเขตการเป็นตัวแทนครอบคลุมประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สระน้ำ Dusit Laguna Phuket
กลุ่มที่สอง Water for Life มุ่งเน้นคุณภาพน้ำที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค สุขภาพ การแพทย์ และ Wellness ตั้งแต่เครื่องกรองน้ำดื่มไปจนถึงระบบจัดการคุณภาพน้ำสำหรับโรงพยาบาล โรงแรม สปา และสำนักงาน
บริษัทระบุว่าธุรกิจ Wellness เติบโตเท่าตัวในช่วงปี 2566-2567 ตามการลงทุนของโรงแรม สปา และบริการสุขภาพ
อีกตลาดที่บริษัทมองเห็นโอกาสคือเครื่องกรองน้ำสำหรับสำนักงานและร้านกาแฟ ซึ่งต้องการคุณภาพน้ำที่สม่ำเสมอเพื่อควบคุมมาตรฐานรสชาติ พร้อมลดการพึ่งพาน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติก
ส่วนกลุ่มที่สาม Water for Sustainability เป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงกับประสิทธิภาพการผลิตและการจัดการสิ่งแวดล้อมโดยตรง ครอบคลุมระบบผลิตน้ำ บำบัดน้ำเสีย และนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ในภาคอุตสาหกรรม
ผลงานที่บริษัทระบุ ได้แก่ โรงงานรีไซเคิลน้ำในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ซึ่งดำเนินงานมานานกว่า 20 ปี ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Zero Liquid Discharge หรือ ZLD ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ โครงการรีไซเคิลน้ำเสียของ CPF และงานระบบผลิตน้ำในโรงไฟฟ้าแม่เมาะ
เทคโนโลยีที่ใช้มีตั้งแต่ SBR, Ultrafiltration และ Reverse Osmosis ไปจนถึง ZLD โดยเลือกให้เหมาะกับคุณภาพน้ำ ข้อกำหนดของกระบวนการผลิต และต้นทุนของลูกค้าแต่ละราย
จุดสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนที่สุดเสมอไป แต่คือการออกแบบระบบให้เหมาะกับการใช้งานจริง เพื่อช่วยลดการใช้น้ำ ลดปริมาณน้ำทิ้ง และควบคุมค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน


สระว่ายน้ำซีเกมส์ กกท.
เมื่อน้ำรีไซเคิลไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องต้นทุน
การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่กำลังมีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมมากกว่าการเป็นเพียงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เพราะเกี่ยวข้องทั้งกับความมั่นคงของแหล่งน้ำและความต่อเนื่องของการผลิต
“เรื่อง Water Reuse และ Recycle ไม่ใช่แค่หัวข้อด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของการผลิตด้วย” สุทธิพัณกล่าว
สำหรับโรงงานที่ต้องพึ่งพาน้ำในกระบวนการผลิต ความผันผวนของแหล่งน้ำ ต้นทุนทรัพยากร และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงานโดยตรง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานโลกก็ต้องให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นี่เป็นเหตุผลที่ SN Group ต้องการขยายบริการจากระบบน้ำไปสู่การจัดการทรัพยากรที่เชื่อมโยงกับพลังงาน โดยนำเสนอโซลูชันด้านน้ำควบคู่กับพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดต้นทุนพลังงานในกระบวนการผลิตและบำบัดน้ำ พร้อมดำเนินโครงการ SN Carbon Footprint ตามเป้าหมายด้านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าของการลงทุนในระบบรีไซเคิลน้ำและพลังงานหมุนเวียนขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโรงงาน ทั้งปริมาณน้ำที่ใช้ คุณภาพน้ำที่ต้องการ เงินลงทุน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การประเมินผลตอบแทนจึงต้องอาศัยข้อมูลของแต่ละโครงการ ไม่สามารถใช้ผลลัพธ์เดียวกันกับลูกค้าทุกรายได้
สำหรับ SN Group โจทย์ทางธุรกิจคือการทำให้ความเชี่ยวชาญด้านน้ำตอบโจทย์ลูกค้าได้มากกว่าการติดตั้งระบบ แต่ต้องช่วยให้ลูกค้าบริหารทรัพยากรและต้นทุนได้อย่างเหมาะสมในระยะยาวด้วย

Data Center และโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ เปิดโอกาสตลาดใหม่
อีกตลาดที่บริษัทให้ความสำคัญคือการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีความต้องการจากธุรกิจ Data Center โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์ หรือ PCB
อุตสาหกรรมเหล่านี้มีข้อกำหนดด้านระบบสาธารณูปโภคและคุณภาพน้ำแตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน การมีแหล่งน้ำเพียงพอจึงอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่ต้องพิจารณาคุณภาพน้ำที่เหมาะสม ระบบบำบัดน้ำเสีย และความพร้อมในการดูแลระบบอย่างต่อเนื่องด้วย
ความต้องการดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญทั้งการออกแบบ ติดตั้ง และบริหารระบบระยะยาว เข้ามามีบทบาทตั้งแต่ช่วงวางแผนโครงการ แทนที่จะเข้ามารับงานเฉพาะเมื่อโรงงานเริ่มดำเนินการแล้ว
สำหรับ SN Group เป้าหมายคือการขยับจากผู้รับงานรายโครงการไปสู่พันธมิตรที่ร่วมวางแผนความพร้อมด้านน้ำกับนิคมอุตสาหกรรมและโรงงาน ตั้งแต่การผลิตน้ำ การบำบัดน้ำเสีย ไปจนถึงการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดไม่ได้หมายความว่าผู้ให้บริการทุกรายจะได้รับประโยชน์โดยอัตโนมัติ ธุรกิจนี้ต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้เฉพาะทาง ความน่าเชื่อถือในการดูแลโครงการระยะยาว และความสามารถในการเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะกับโจทย์ของลูกค้า
SN Group จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรและการทำงานร่วมกับพันธมิตรเทคโนโลยี อาทิ Culligan, Grundfos Water Treatment, Myrtha Pools, Aquionics และ Hayward เพื่อเสริมความสามารถในการให้บริการที่ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
สุทธิพัณประเมินว่า ตลาดระบบน้ำสำหรับนิคมอุตสาหกรรมมีผู้ให้บริการด้านน้ำดีประมาณ 6-7 ราย และด้านน้ำเสียอีก 6-7 ราย ขณะที่ผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญทั้งสองด้านมีจำนวนไม่มากนัก
“ไม่ค่อยมีใครที่ทำเป็นทั้งน้ำเสีย น้ำประปา เหมือนเรา”
ความครอบคลุมดังกล่าวเป็นจุดที่บริษัทต้องการใช้สร้างความแตกต่าง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะจุด
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทระบุว่ารายได้จากงานฝั่งนิคมอุตสาหกรรมเติบโตประมาณ 20-30% หลังตลาดชะลอตัวในช่วงหลังโควิด-19 ขณะที่กลยุทธ์ระยะต่อไปคือการเพิ่มบริการให้กับลูกค้าเดิม หรือ Cross-selling
ตัวอย่างเช่น นิคมอุตสาหกรรมที่บริษัทดูแลระบบน้ำดีและน้ำเสียอยู่แล้ว อาจต่อยอดไปสู่ระบบรีไซเคิลน้ำหรือพลังงานแสงอาทิตย์ได้ ขณะเดียวกัน โรงงานภายในนิคมก็เป็นอีกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะโรงงานที่ต้องการน้ำคุณภาพสูงกว่าน้ำประปาทั่วไป
กลยุทธ์นี้ทำให้ความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิมมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการหาลูกค้าใหม่ เพราะบริษัทสามารถต่อยอดความเชี่ยวชาญและบริการจากฐานงานที่มีอยู่ได้ โดยความสำเร็จในเชิงรายได้ยังขึ้นอยู่กับขอบเขตงานและการตัดสินใจลงทุนของลูกค้าแต่ละราย

เป้าหมายระดับภูมิภาค กับบททดสอบการเติบโตระยะยาว
หลังดำเนินงานมา 67 ปี และผ่านงานมากกว่า 10,000 โครงการ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น กัมพูชาและมัลดีฟส์ SN Group วางเป้าหมายในช่วง 3-5 ปีข้างหน้าไว้ที่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Water and Environmental Technology ระดับภูมิภาค
การไปถึงเป้าหมายดังกล่าวไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขยายฐานลูกค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องรักษาคุณภาพงาน พัฒนาบุคลากร และสร้างความสามารถในการดูแลระบบที่มีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในเชิงธุรกิจ การให้บริการตั้งแต่การออกแบบและติดตั้งไปจนถึงการบริหารระบบเปิดโอกาสให้บริษัททำงานร่วมกับลูกค้าได้หลายช่วงของโครงการ แต่จะสร้างรายได้ต่อเนื่องและผลตอบแทนได้มากน้อยเพียงใด ต้องพิจารณาจากรูปแบบสัญญา สัดส่วนรายได้ และผลการดำเนินงานจริง
สิ่งที่ SN Group กำลังเดิมพันจึงไม่ใช่แค่การขยายจากธุรกิจสระว่ายน้ำไปสู่งานอุตสาหกรรม แต่เป็นการนำประสบการณ์ที่สะสมมาหลายทศวรรษมาสร้างความสามารถในการแก้โจทย์ด้านน้ำที่ซับซ้อนขึ้น ตั้งแต่คุณภาพน้ำ ต้นทุนการผลิต ไปจนถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
“การเติบโตที่ดีต้องทำให้ลูกค้าเติบโตได้ด้วย ถ้าเราช่วยให้ลูกค้าใช้น้ำและพลังงานได้คุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง นั่นคือการเติบโตที่มีความหมายของเราเช่นกัน” สุทธิพัณกล่าว
สำหรับธุรกิจที่เริ่มต้นจากสระว่ายน้ำเมื่อ 67 ปีก่อน ความท้าทายในบทต่อไปจึงอยู่ที่การพิสูจน์ว่า ความเชี่ยวชาญด้านน้ำสามารถต่อยอดเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจได้จริงเพียงใด ในวันที่น้ำไม่ได้เป็นเพียงสาธารณูปโภค แต่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กำหนดต้นทุน ประสิทธิภาพการผลิต และความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม