จากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ บ้านเรือน และสถานประกอบการ ธนาคารหลายแห่งจึงออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ทั้งการพักชำระหนี้ ลดค่างวด ลดดอกเบี้ย และจัดสินเชื่อเพิ่มเติมสำหรับการซ่อมแซมบ้าน ฟื้นฟูอาชีพ และกิจการ
มาตรการที่ประกาศออกมาในครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งลูกค้ารายย่อย ลูกค้าสินเชื่อบ้าน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจ โดยรายละเอียดและเงื่อนไขแตกต่างกันไปตามประเภทสินเชื่อและหลักเกณฑ์ของแต่ละธนาคาร
ทีทีบี ออกมาตรการ “ตั้งหลัก” ช่วยลูกค้าผู้ประสบอุทกภัย
ทีทีบีออกมาตรการ “ตั้งหลัก” เพื่อช่วยเหลือลูกค้าบุคคล ผู้ประกอบการธุรกิจ และเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมุ่งช่วยบรรเทาภาระทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง และสนับสนุนการฟื้นฟูชีวิตและธุรกิจ
สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน สามารถพักชำระเงินต้นนาน 3 เดือน โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ย หรือขอวงเงินกู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้านผ่านสินเชื่อที่ธนาคารกำหนด โดยมีข้อเสนออัตราดอกเบี้ย 0% ในช่วง 2 เดือนแรกตามเงื่อนไขของมาตรการ ขณะที่สินเชื่อรถยนต์และรถแลกเงินสามารถพักชำระค่างวดได้นานสูงสุด 3 เดือน
ส่วนลูกค้าสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิตสามารถพักชำระหนี้ได้นาน 3 รอบบัญชี โดยดอกเบี้ยยังคิดตามปกติ ขณะที่ลูกค้าธุรกิจและเอสเอ็มอี สินเชื่อระยะยาวสามารถพิจารณาชำระแบบปลอดเงินต้นได้นานสูงสุด 6 เดือน สินเชื่อหมุนเวียนสามารถพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืนเงินต้นสูงสุด 6 เดือน และสินเชื่อเช่าซื้อธุรกิจสามารถพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืนหรือปรับลดค่างวดลงสูงสุด 70% ของยอดผ่อนเดิม เป็นเวลา 6 เดือน
ผู้ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการ “ตั้งหลัก” ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 โดยลูกค้าธุรกิจและเอสเอ็มอีสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจหรือศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจของทีทีบีได้โดยตรง

ออมสินพักเงินต้น–ยกดอกเบี้ย 3 เดือน พร้อมสินเชื่อฟื้นฟู
ธนาคารออมสินประกาศมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงพักหนี้ธนาคารระบุว่าจะยกให้ทั้งหมด ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวดจะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย จากนั้นลูกหนี้จะกลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกกลุ่ม ยกเว้นสินเชื่อบางประเภทตามเงื่อนไข โดยผู้มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะได้รับการทยอยแจ้งสิทธิ์ผ่าน SMS หรือจดหมายโดยตรง
นอกจากมาตรการพักหนี้ ออมสินยังจัดชุดสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ โดยปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก สำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุนในช่วงวิกฤต มีสินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินสูงสุด 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน และผ่อนชำระได้สูงสุด 24 เดือน ส่วนสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติมีวงเงินสูงสุด 50,000 บาทต่อราย ผ่อนชำระได้สูงสุด 60 เดือน โดยทั้งสองสินเชื่อคิดดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก
สำหรับการฟื้นฟู ออมสินมีสินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัย วงเงินสูงสุด 300,000 บาทต่อราย เพื่อใช้ซ่อมแซมเครื่องมือทำกินหรือเป็นทุนหมุนเวียนกลับมาประกอบอาชีพ ขณะที่สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยมีวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย สำหรับผู้ที่บ้านได้รับความเสียหายและต้องการซ่อมแซม
สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สถานประกอบการได้รับความเสียหายหรือจำเป็นต้องลงทุนในสิ่งป้องกันภัย ออมสินมีสินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเอสเอ็มอีที่ประสบภัยพิบัติ วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาทต่อราย โดยผ่อนชำระได้สูงสุด 7 ปี และมีเงื่อนไขแตกต่างกันตามรูปแบบการค้ำประกัน

กสิกรไทย พักเงินต้น–ลดค่างวด พร้อมสินเชื่อซ่อมบ้าน
ธนาคารกสิกรไทยออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต และพื้นที่ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย
สำหรับลูกค้าบุคคล สินเชื่อบ้านกสิกรไทยสามารถพักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 3 เดือน พร้อมเปิดให้กู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน โดยคิดดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 3 เดือน และฟรีค่าประเมินหลักประกัน
นอกจากนี้ บัตรเครดิตกสิกรไทย สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan และบัตรเงินด่วน Xpress Cash สามารถพักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 3 เดือน ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์สามารถปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% เป็นเวลา 6 เดือน และขยายระยะเวลาผ่อน 3 เดือน
สำหรับลูกค้าธุรกิจ กสิกรไทยให้ความช่วยเหลือผ่านการพักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยจากวงเงินสินเชื่อเดิมสูงสุด 3 เดือน โดยลูกค้าสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569

กรุงไทย ลดภาระการเงิน พร้อมเสริมสภาพคล่อง
ธนาคารกรุงไทยออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยครอบคลุมการลดดอกเบี้ย ลดค่างวดชำระหนี้ และการเสริมสภาพคล่องสำหรับการดำรงชีพและซ่อมแซมทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย
ลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 31 ธันวาคม 2569 และต้องยื่นความประสงค์ภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่วันเกิดเหตุ โดยรายละเอียดอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขสินเชื่อแตกต่างกันตามประเภทสินเชื่อและหลักเกณฑ์ของธนาคาร

ธนาคารกรุงเทพ ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้พร้อมสนับสนุนสินเชื่อ
ธนาคารกรุงเทพ ออกมาตรการต่างๆ ดังนี้
สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ มีการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกหนี้ เช่น ลดยอดผ่อนชำระ ขยายเวลาการชำระหนี้ ปลอดการชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราว ระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน รวมถึงสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่เพิ่มเติม เพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้น ซ่อมแซมสถานประกอบกิจการและฟื้นฟูกิจการ และสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจ SME ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี
สำหรับลูกค้าสินเชื่อรายย่อย ธนาคารได้จัดเตรียมมาตรการเพื่อผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระดับความรุนแรง
นอกจากนี้ธนาคารได้จัดเตรียมสินเชื่อสำหรับลูกค้าที่จะขอกู้เพิ่มและลูกค้าใหม่ โดยสนับสนุนสินเชื่อเงินกู้บัวหลวงพูนผล ผ่อนได้นานสูงสุด 5 ปี อัตราดอกเบี้ยพิเศษ MRR-2% (4.50%) ต่อปี และฟรีค่าสำรวจและประเมินราคาหลักประกัน เพื่อนำเงินไปใช้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย

ธอส. ออก 7 มาตรการ ช่วยลูกค้าบ้านเสียหายจากน้ำท่วม
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. ออก 7 มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วม โดยเปิดให้ลูกค้ายื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ
มาตรการแรกสำหรับลูกค้าปัจจุบันที่หลักประกันได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย สามารถพักชำระหนี้ 3 เดือน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% และไม่มีเงินงวดผ่อนชำระ หากหลักประกันได้รับความเสียหายรุนแรงจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ สามารถพักชำระหนี้ได้นาน 6 เดือน พร้อมอัตราดอกเบี้ย 0% และไม่มีเงินงวดผ่อนชำระในช่วงที่ได้รับความช่วยเหลือ
สำหรับลูกค้าที่ต้องการกู้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย สามารถกู้ได้สูงสุด 300,000 บาทต่อราย โดยวงเงิน 100,000 บาทแรกคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีที่ 1% ต่อปี และวงเงิน 200,000 บาทถัดมาคิดอัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี
ส่วนมาตรการที่ 2 เปิดให้ลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่กู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมหรือปลูกสร้างทดแทนหลังเดิม วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาทต่อรายต่อหลักประกัน โดยเดือนที่ 1–3 คิดดอกเบี้ย 0% และปลอดชำระเงินงวด จากนั้นจึงเข้าสู่อัตราดอกเบี้ยตามช่วงเวลาที่กำหนด
สำหรับลูกค้า NPL ธอส.มีมาตรการประนอมหนี้ทั้งกรณีหลักประกันได้รับความเสียหายและกรณีได้รับผลกระทบด้านรายได้ รวมถึงมาตรการสำหรับลูกค้าสถานะบัญชีปกติและ NPL ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร โดยพิจารณาเป็นรายกรณี
กรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลังและไม่สามารถซ่อมแซมได้ ธอส.มีมาตรการปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะส่วนของที่ดินคงเหลือ โดยพิจารณาเป็นรายกรณี นอกจากนี้ยังมีมาตรการพิจารณาสินไหมเร่งด่วน หรือ Fast Track สำหรับลูกค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติ ตามรายละเอียดและเงื่อนไขของกรมธรรม์
มาตรการของธนาคารทั้ง 5 แห่งในเอกสารจึงครอบคลุมตั้งแต่การพักชำระเงินต้นและค่างวด การลดหรือพักดอกเบี้ย ไปจนถึงสินเชื่อสำหรับซ่อมแซมบ้าน ฟื้นฟูอาชีพ และช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยแต่ละธนาคารกำหนดประเภทสินเชื่อ วงเงิน ระยะเวลา และเงื่อนไขการเข้าร่วมแตกต่างกัน ผู้ได้รับผลกระทบจึงควรตรวจสอบสิทธิ์และเงื่อนไขกับธนาคารแต่ละแห่งก่อนเข้าร่วมมาตรการ