22 ต.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

New&Trend

Speed & Safety เมื่อ SME ไทยใช้ AI เร่งสปีดธุรกิจ แต่ยังเลือกเดินเกมปลอดภัยรับปี 2570

Speed & Safety เมื่อ SME ไทยใช้ AI เร่งสปีดธุรกิจ แต่ยังเลือกเดินเกมปลอดภัยรับปี 2570

Mr.Ben Lin.png

ความเร็ว กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ลูกค้าคาดหวังจากโลกธุรกิจ และผู้ประกอบการ SME ไทยส่วนใหญ่กำลังใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญ

ผลสำรวจ Lalamove SME Survey 2026 จากการสำรวจผู้ใช้งานลาลามูฟในประเทศไทยกว่า 2,000 ราย (ช่วงเดือนสิงหาคม–กันยายน 2569) ซึ่งเกินครึ่งเป็นผู้ประกอบการ SME ชี้ให้เห็นว่า 93% ของ SME ไทยยอมรับว่า เทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติ (Automation) มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้การดำเนินธุรกิจรวดเร็วขึ้น

TH_SME survey 2026 Infographic_1.png

ข้อมูลยังระบุอีกว่า SME เกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 49.8% นำ AI และระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจแล้ว ขณะที่อีก 22.4% อยู่ระหว่างการพิจารณา โดย 3 งานหลักที่ AI เข้ามามีบทบาทมากที่สุด ได้แก่:

  • งานการตลาดและคอนเทนต์ (67%)
  • งานบริการลูกค้าและการสื่อสาร (41.6%)
  • งานบริหารจัดการ การวิเคราะห์ข้อมูล และจัดทำรายงาน (28.3%)

แม้เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วได้ดีขึ้น แต่ความระมัดระวังยังคงเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน

ผลสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการที่กังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2570 มีสัดส่วนอยู่ที่ 46.8% แม้จะลดลงจากระดับ 53.3% ในการสำรวจมุมมองปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เริ่มฟื้นตัว แต่การที่ SME เกือบครึ่งหนึ่งยังกังวล ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจส่วนใหญ่เลือกใช้กลยุทธ์ "เน้นบริหารสภาพคล่องและลดความเสี่ยง" มากกว่าการทุ่มเงินลงทุนเชิงรุก

TH_SME survey 2026 Infographic_2.png

อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของ SME ไทยคือเรื่องขนส่ง โดย 41.7% คาดว่าต้นทุนโลจิสติกส์จะปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ความต้องการฝั่งผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ปัจจัยหลักมาจาก:

  1. ความคาดหวังของลูกค้าที่ต้องการส่งไวยิ่งขึ้น (55.2%)
  2. ปริมาณคำสั่งซื้อและลูกค้าที่เพิ่มขึ้น (44.3%)
  3. การขยายจุดให้บริการหรือสถานที่จัดส่งของธุรกิจ (29.7%)

ความต้องการบริการขนส่งจึงไม่ได้มีแค่ความเร็ว แต่ต้องการความยืดหยุ่นสูง ไม่ว่าจะเป็นบริการจัดส่งหลายจุด (39.2%), บริการคนขับช่วยยกของ (38.2%) ไปจนถึงการจัดส่งนอกเวลาทำการ (31.7%)

คุณเบน ลิน กรรมการผู้จัดการ ลาลามูฟ ประเทศไทย สะท้อนถึงภาพรวมนี้ว่า

“ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในการช่วยให้การดำเนินธุรกิจรวดเร็วขึ้น ผู้บริโภคเองก็มีความคาดหวังต่อบริการจัดส่งที่รวดเร็วและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SME ไทยต้องรับมือกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นและความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ลาลามูฟเข้าใจถึงความท้าทายเหล่านี้ และพร้อมเป็นพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ที่ผู้ประกอบการสามารถไว้วางใจ ด้วยบริการขนส่งที่ยืดหยุ่น คุ้มค่า และเข้าถึงได้ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัว ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และเติบโตได้อย่างมั่นใจในโลกธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ สัดส่วนกลุ่มลูกค้าธุรกิจของลาลามูฟยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนการเรียกใช้บริการจากภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 36% ในเดือนกันยายน 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และปัจจุบันคิดเป็น 25% ของฐานผู้ใช้งานทั้งหมดในประเทศไทย