25 ส.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

New&Trend

บทใหม่ “บ้านปู” หลังควบรวม BPP เดินหน้า 4 ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต

บทใหม่ “บ้านปู” หลังควบรวม BPP เดินหน้า 4 ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต

Banpu NewCo.jpg

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ประกาศความพร้อมหลังควบรวมกิจการกับ BPP เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กลยุทธ์ “Energy Symphonics” ด้วยวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ มุ่งสู่การเป็นผู้ออกแบบและเชื่อมโยงระบบพลังงานผ่านแพลตฟอร์มพลังงานครบวงจร (Integrated Energy Platform) สะท้อนจุดมุ่งหมายแบรนด์ “ขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลกด้วยความรับผิดชอบ” ครอบคลุมการดำเนินงานในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และสหรัฐอเมริกา

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บ้านปูกำลังก้าวสู่บทใหม่ของการเติบโตด้วยโครงสร้างธุรกิจพลังงานที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีการเติบโตทางพลังงานสูง และมีความพร้อมรองรับกลุ่มธุรกิจไฮเปอร์สเกลเลอร์ (Hyperscalers) ที่มีความต้องการใช้พลังงานสูง ถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่จะสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้นและอุตสาหกรรมพลังงาน

Khun Sinon CEO of Banpu_2.jpg

การขับเคลื่อนธุรกิจของบ้านปูแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย

  • กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas): เชื่อมโยงธุรกิจก๊าซธรรมชาติสู่การผลิตไฟฟ้า ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติเป็น 960 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวันในปี 2569 จาก 836 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวันในปีที่ผ่านมา พร้อมต่อยอดกำลังการผลิตไฟฟ้า 1.5 กิกะวัตต์จากโรงไฟฟ้า Temple I&II ไปสู่การพัฒนาโครงการใหม่ใน Jack County รัฐเท็กซัส บนพื้นที่กว่า 6,000 เอเคอร์ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS) ผ่าน BKV ตั้งเป้ากักเก็บ 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีภายในปี 2571 รวมถึงการเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) เพื่อรองรับกลุ่มคลาวด์คอมพิวติ้งและศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่
  • กลุ่มธุรกิจเหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining): มุ่งเน้นการบริหารจัดการแหล่งพลังงานและแร่เชิงกลยุทธ์เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอน เช่น การนำก๊าซมีเทนจากเหมืองใต้ดินมาผลิตไฟฟ้า และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในเหมืองที่อินโดนีเซีย นอกจากนี้ ยังขยายการลงทุนสู่แร่กลยุทธ์ ได้แก่ นิกเกิล (Nickel) และบอกไซต์ (Bauxite) เพื่อรองรับห่วงโซ่คุณค่าเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต
  • กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+): ขยายการผลิตไฟฟ้าที่มั่นคงตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งจากพลังงานความร้อน พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และการซื้อขายพลังงาน โดยมองหาโอกาสลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT ในสหรัฐฯ และเอเชีย พร้อมตั้งเป้าพัฒนาโครงการ BESS รวม 10 โครงการ ความจุรวม 2,340 เมกะวัตต์ชั่วโมงภายในปี 2572 เช่น โครงการ Megamouth (200 เมกะวัตต์ชั่วโมง) ในสหรัฐฯ และโครงการ Wooreen (1,400 เมกะวัตต์ชั่วโมง) ในออสเตรเลีย
  • กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech): ส่งมอบ Net-Zero Solutions แบบครบวงจรเพื่อสนับสนุนเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ของกลุ่มอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน AI พร้อมลงทุนในเทคโนโลยี AI และพลังงานอนาคตระยะเริ่มต้นผ่าน Corporate Venture Capital (CVC)

พร้อมกันนี้ บ้านปูได้เปิดตัวมาสคอตประจำแบรนด์ “Flamo” เพื่อใช้เป็นตัวแทนในการสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น