เมื่อแบรนด์สตรีทแฟชั่นที่เริ่มจากร้านเล็กๆ ในสยามสแควร์ตัดสินใจทำเสื้อผ้าวิ่ง และร่วมกับโพคารี่ สเวท เพิ่มธีมและเสื้อผ้าให้งานวิ่งที่จัดมาเป็นปีที่ 5
เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2553 ร้านค้าปลีกขนาดราว 9 ตารางเมตร เปิดตัว ณ ตึกสยามกิตติ์ ย่านสยามสแควร์ ภายใต้ชื่อ Converse Carnival จำหน่ายรองเท้า Converse ที่คัดรุ่นมาเป็นพิเศษ ในวันนั้นยังไม่มีใครพูดถึงเสื้อวิ่ง เส้นชัย หรือเหรียญรางวัล
16 ปีต่อมา ชื่อ Carnival ปรากฏบนเสื้อ Official Running Shirt ของงาน POCARI SWEAT RUN Carnival 2027 ซึ่งกำหนดจัดวันที่ 16–17 มกราคม 2570 ที่ลานพลาซ่า สนามกีฬาอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก โดยผู้จัดเตรียมรองรับนักวิ่งกว่า 7,000 คน

ภาพจาก www.carnivalbkk.com
เริ่มจากคนชอบสนีกเกอร์
Carnival ก่อตั้งโดย อนุพงศ์ คุตติกุล หรือ "ปิ๊น" ซึ่งเริ่มจากความชอบสะสมสนีกเกอร์และศึกษาที่มาของแต่ละรุ่น เขาเคยเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเลือกซื้อรองเท้า และเห็นว่าในไทยมีผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งที่ชอบสิ่งเดียวกันและพร้อมจ่ายเพื่อสินค้าที่หาได้ยาก

ร้านแรกจึงเริ่มจากการคัดสินค้าให้ตรงกับคนกลุ่มเฉพาะ ไม่ได้พยายามขายให้ทุกคน โดย Carnival ถือเป็นหนึ่งในร้านสนีกเกอร์ยุคแรกที่ให้น้ำหนักกับโซเชียลมีเดียและการตลาดออนไลน์ โดยเพจ Facebook มีผู้กดถูกใจถึง 100,000 รายภายในราว 6 เดือนหลังเปิดร้าน

ภาพจาก www.carnivalbkk.com
หลังจากนั้นธุรกิจขยายเป็นลำดับ ปี 2554 เปิดร้านแห่งที่สองและเพิ่มแบรนด์ เช่น Vans, New Balance, Nike และ Onitsuka Tiger ปี 2555–2556 เริ่มออกแบบเสื้อผ้า Carnival ของตัวเอง โดยมีรากจากวัฒนธรรมฮิปฮอป สเกตบอร์ด และสตรีทแฟชั่น ปี 2557 เปิด UPPERGROUND by CARNIVAL ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อรวมสนีกเกอร์และแบรนด์แฟชั่นระดับสูงจากต่างประเทศ ข้อมูลประวัติบริษัทระบุว่า ปี 2558 แบรนด์มีผู้ติดตามกว่า 700,000 ราย มีพนักงาน 50 คน และขยายร้านออนไลน์ รวมถึงธุรกิจจัดจำหน่ายทั่วประเทศ
จุดเปลี่ยนที่สำคัญคือการเลือกทำเสื้อผ้าแทนที่จะทำรองเท้าของตัวเอง เพราะเห็นโอกาสเติบโตในธุรกิจเสื้อผ้า และสามารถใช้ความเข้าใจเรื่องการแต่งตัวให้เข้ากับสนีกเกอร์มาพัฒนาสินค้าได้ การมีแบรนด์ของตัวเองยังทำให้บริษัทควบคุมการออกแบบ การเล่าเรื่อง และการทำคอลเลกชันร่วมกับพันธมิตรได้มากขึ้น ไม่ต้องแข่งในฐานะผู้จำหน่ายเพียงอย่างเดียว

ภาพจาก www.carnivalbkk.com
จากสตรีทแวร์สู่เสื้อวิ่ง
ปัจจุบันเว็บไซต์ของ Carnival แยกหมวด Carnival Running และ Carnival Golf ออกจากเสื้อผ้า Carnival ทั่วไป หมวดวิ่งมีเสื้อยืด เสื้อกล้าม กางเกง แจ็กเกต หมวก ถุงเท้า และกระเป๋า ตัวอย่างเช่น Carnival Running Berlin Solaris Race Singlet ราคาเริ่มต้น 2,990 บาท และ Berlin Flow Jacket ราคาเริ่มต้น 3,290 บาท (ราคาตามที่แสดงบนเว็บไซต์ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงตามรุ่นและช่วงเวลา)
อนุพงศ์ซึ่งปัจจุบันนั่งในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แบรนด์ Carnival Running ให้เหตุผลของการขยายตัวว่า "ปัจจุบันการออกกำลังกายไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของสุขภาพ แต่กลายเป็นพื้นที่แสดงออกถึงตัวตนและไลฟ์สไตล์อย่างชัดเจน ซึ่งในวันนี้สตรีทแวร์กับสปอร์ตแวร์ถือเป็นเรื่องเดียวกัน"

ความท้าทายของแบรนด์แฟชั่นที่เข้าตลาดกีฬาคือความน่าเชื่อถือด้านการใช้งาน อนุพงศ์ยอมรับว่าผู้บริโภคจำนวนมากมอง Carnival Running เป็นแบรนด์แฟชั่น "เพราะเรามาจากแฟชั่น" แต่เขาบอกว่าตั้งใจให้แบรนด์เป็นแบรนด์ด้านสมรรถนะจริง ๆ และระบุว่าสินค้าทุกชิ้นผ่านการทดสอบด้วยตัวเขาเองมากกว่า 1,000 กิโลเมตร โดยเขาวิ่งเฉลี่ยสัปดาห์ละ 60–80 กิโลเมตร
ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้บริหารก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ เขาเล่าว่าไม่เคยคิดจะวิ่งมาราธอนมาก่อน ระยะที่คิดว่าเต็มที่คือ 5, 10 และ 15 กิโลเมตร ไปจนถึงฮาล์ฟมาราธอน จนโพคารี่ สเวท (POCARI SWEAT) ชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมเมื่อปลายปีที่แล้ว หลังจากนั้นเขาตั้งเป้าทำเวลา ฝึกซ้อมจริงจังโดยมีโค้ชวางตารางให้ และวิ่งมาราธอนถึง 3 รายการภายใน 6 เดือน รวมถึงโตเกียวมาราธอน

ส่วนคุณณัฐกิตติ์ เพ็งมีศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โอซูก้า นิวทราซูติคอล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งดูแลโพคารี่ สเวท เล่าว่าเห็นอนุพงศ์นำเสื้อผ้าที่แบรนด์พัฒนามาใส่ซ้อมและลงแข่งเอง ทำให้ทีมโพคารี่เชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า
ในด้านชุมชนนักวิ่ง อนุพงศ์เล่าว่า Carnival Running เคยจัดกิจกรรมวิ่งแบบโซเชียลมาแล้วหลายครั้ง และมีความฝันว่าสักวันจะจัดงานวิ่งขนาดใหญ่ แต่ยังไม่พร้อมทำเองทั้งหมด

“โพคารี่ สเวท” เครื่องดื่มที่เข้าไปอยู่กับงานกีฬา
โพคารี่ สเวท เริ่มทำตลาดในไทยเมื่อปี 2541 ในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ตำแหน่งของแบรนด์จึงผูกกับการออกกำลังกายและการชดเชยน้ำและอิเล็กโทรไลต์ที่เสียไปกับเหงื่อมาตั้งแต่ต้น
งาน POCARI SWEAT RUN ซึ่งเป็นงานวิ่งที่แบรนด์จัดเอง เข้าสู่ปีที่ 5 ในปี 2570 ณัฐกิตติ์ระบุว่า ปีที่ผ่านมามีนักวิ่งสมัครเข้าร่วมกว่า 6,300 คน ผู้จัดงานเล่าว่าในปีแรกตั้งใจจัดงานขนาดราว 3,000 คน การเติบโตของจำนวนผู้สมัครจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้งานนี้เป็นพื้นที่น่าสนใจสำหรับแบรนด์พันธมิตร
ด้านมาตรฐานการจัดงาน อลงกรณ์ เจียมอนุกูลกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรซอัพ เวิร์ค จำกัด และผู้อำนวยการแข่งขัน ระบุว่า เส้นทางแข่งขันผ่านการตรวจวัดร่วมกับสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ มีทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่แข่งขันและบริเวณจัดงาน มีประกันอุบัติเหตุสำหรับนักวิ่งทุกคน และมีจุดรีเฟรชเมนต์ของ POCARI SWEAT ตลอดเส้นทาง

การแบ่งบทบาทในงานวิ่งที่มีผู้เข้าร่วม 7,000 คน
อนุพงศ์บอกว่าเป็นแฟนของโพคารี่ สเวท อยู่แล้ว เคยลงวิ่งในงานนี้ และรู้ว่านักวิ่งแย่งกันสมัครทุกปี เขากล่าวว่า "การที่จะได้มาทำกับโพคารี่ เป็นความฝันของเรา" และตอบรับคำชวนทันที ขณะที่ณัฐกิตติ์เล่าว่า จุดตั้งต้นร่วมกันคือ "ความสุขของการวิ่ง" ไม่ว่านักวิ่งจะให้น้ำหนักกับสมรรถนะหรือแฟชั่น
การแบ่งบทบาทค่อนข้างชัดเจน อนุพงศ์กล่าวว่า เขาไม่ต้องการเข้าไปยุ่งกับมาตรฐานการจัดงาน เพราะเห็นว่าทีมงานทำได้ดีอยู่แล้ว Carnival จึงเสริมในส่วนเสื้อผ้าและธีมงาน โดยย้ำกับนักวิ่งที่ชอบงานนี้อยู่แล้วว่า "เราไม่ได้มารื้อทุกอย่างหมด"

ธีมของปีนี้คือ FLUID MOTION หรือ "ให้ทุกก้าวลื่นไหลเหมือนสายน้ำ" แรงบันดาลใจมาจากจังหวะการวิ่งและการเคลื่อนไหวของน้ำ ถ่ายทอดเป็นกราฟิกเส้นสายและรูปทรงน้ำ ผสานเอกลักษณ์ของ POCARI SWEAT กับโลโก้ของ Carnival Running ลงบนชุด Race Pack ทั้งเสื้อและกระเป๋า อนุพงศ์เล่าว่าเสื้อในเรซแพ็กเป็นดีไซน์เดียวกันทุกระยะ แตกต่างกันที่ด้านหลังซึ่งระบุระยะที่สมัคร และระบุว่าใช้โรงงานตัดเย็บมาตรฐานระดับโลกที่ผลิตให้หลายแบรนด์ดัง
ในมุมธุรกิจ งานวิ่งเป็นช่องทางที่ให้แบรนด์เสื้อผ้าได้เจอผู้บริโภคในสถานการณ์ใช้งานจริง สำหรับ Carnival นี่อาจเป็นโอกาสทำให้นักวิ่งที่ไม่เคยติดตามแบรนด์จากสตรีทแวร์รู้จัก Carnival Running ส่วนสำหรับโพคารี่ สเวท การร่วมกับแบรนด์ที่มีรากด้านแฟชั่นช่วยขยายมิติของงานไปสู่ผู้บริโภคที่สนใจทั้งกีฬาและไลฟ์สไตล์

หมายเหตุสำหรับพี่นักวิ่ง
นักวิ่งที่เข้าร่วมทุกระยะจะได้รับหมายเลขประจำตัว (BIB) เสื้อที่ระลึก ประกันอุบัติเหตุตลอดการแข่งขัน และอาหารเครื่องดื่มหลังเข้าเส้นชัย ผู้เข้าเส้นชัยตามกติกาจะได้รับเหรียญรางวัลและประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่จบภายในเวลาที่กำหนดจะได้เสื้อ Finisher ลิมิเต็ดเอดิชัน และทุกคนจะได้กระเป๋า Goodie Bag คอลเลกชันพิเศษ POCARI SWEAT x CARNIVAL Limited Edition
ณัฐกิตติ์เล่าว่า เหรียญรางวัลใช้สีต่างกันเพื่อให้นักวิ่งตั้งเป้าขยับไปสู่ระยะที่ไกลขึ้นในปีถัด ๆ ไป

ในด้านรางวัลแข่งขัน ระยะ 21.1 และ 10 กิโลเมตรมีถ้วยรางวัลและเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะอันดับ 1–3 ประเภท Overall ทั้งชายและหญิง (ตัดสินด้วย Gun Time) ระยะ 21.1 กิโลเมตรมีรางวัล Overall Thai อันดับ 1–3 เพิ่มเติม และทั้งสองระยะมีรางวัลกลุ่มอายุอันดับ 1–5 (ตัดสินด้วย Chip Time) ส่วนระยะ 5 กิโลเมตรจัดในรูปแบบ Fun Run เน้นสุขภาพ ไม่มีการจัดอันดับ

รางวัลที่เชื่อมกับธีมความร่วมมือโดยตรงคือรางวัลพิเศษ Top 100 ทั้งชายและหญิงในระยะ 21.1 และ 10 กิโลเมตร (ตัดสินด้วย Chip Time) รวม 400 คน ซึ่งจะได้รับตุ๊กตา Bernie Doll มาสคอตของ Carnival นอกจากนี้ยังมีแพ็กพิเศษที่เป็นเสื้อดีไซน์และเนื้อผ้าต่างจากเสื้อในเรซแพ็ก จำหน่ายแบบจำกัดจำนวนและไม่ผลิตเพิ่ม และ Carnival จะตั้งบูทในงานเอ็กซ์โปเป็นครั้งแรก พร้อมคอลเลกชันพิเศษที่จำหน่ายเฉพาะในงาน
งานแบ่งเป็นสองวัน วันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2570 เป็นวันรับอุปกรณ์ (Expo Day) เวลา 10.00–18.00 น. โดยผู้สมัครต้องมารับด้วยตนเอง ไม่มีบริการจัดส่งทางไปรษณีย์ วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2570 เป็นวันแข่งขัน เวลาปล่อยตัวและเวลาตัดสิทธิ์ของแต่ละระยะเป็นดังนี้
ระยะ 21.1 กม. (Half Marathon) ปล่อยตัว 03.30 น. เวลาตัดสิทธิ์ 3 ชม. 30 นาที ค่าสมัคร 1,150 บาท
ระยะ 10 กม. (Mini Marathon) ปล่อยตัว 04.00 น. เวลาตัดสิทธิ์ 2 ชม. 30 นาทีค่าสมัคร 890 บาท
ระยะ 5 กม. (Fun Run) ปล่อยตัว 04.15 น. เวลาตัดสิทธิ์ 1 ชม. 30 นาที ค่าสมัคร 750 บาท
รอบนักวิ่งเก่า (Loyalty) เปิดรับสมัครวันที่ 15 ตุลาคม 2569 รอบทั่วไป (Regular) เปิดวันที่ 18 ตุลาคม 2569 และปิดรับสมัครวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 หรือเมื่อมีผู้สมัครเต็มจำนวน