ผู้ก่อตั้ง RYNN เริ่มธุรกิจจากขวดน้ำที่ถูกทิ้งหลังครัวโรงแรมและร้านอาหาร ปัจจุบันบริษัทติดตั้งระบบกรองน้ำแบบเติมซ้ำแล้วราว 450 เครื่อง และเตรียมขายให้ครัวเรือนภายในไตรมาสแรกของปี 2570
สำหรับโรงแรม ร้านอาหาร และคาเฟ่ น้ำดื่มมีต้นทุนมากกว่าราคาที่จ่ายให้ผู้ผลิต เพราะยังต้องมีพื้นที่เก็บสต็อก การขนส่ง การบริหารคลัง และการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ที่เกิดขึ้นทุกวัน
โจทย์นี้เป็นจุดตั้งต้นของ RYNN (ริน) แบรนด์ระบบผลิตน้ำดื่มด้วยเทคโนโลยี Nano-Filtration Technology ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2565 โดย “อนุสร โลหะพันธกิจ” ภายใต้บริษัท นาโนว่า จำกัด เขาเล่าว่าธุรกิจไม่ได้เริ่มจากความตั้งใจจะเพิ่มเครื่องกรองน้ำอีกหนึ่งแบรนด์ แต่เริ่มจากการเห็นปัญหาขยะขวดน้ำในโรงแรมและร้านอาหาร แล้วนำความรู้ด้านการบำบัดน้ำมาสร้างระบบน้ำดื่มแบบเติมซ้ำ (Refill) โดยเริ่มจากกลุ่ม Hospitality ก่อน
“จุดแรกจริง ๆ เราไม่ได้ดูเรื่องความแตกต่างของน้ำ แต่มีโอกาสได้เห็นปริมาณขยะจากขวดน้ำดื่มที่เกิดขึ้นหลังร้านและโรงแรม ซึ่งเขาไม่มีทางเลือก ทุกเดือน ทุกวัน เห็นขวดพลาสติกจำนวนมาก” อนุสรกล่าว
เขาระบุว่าระบบเติมซ้ำลักษณะนี้มีใช้ในยุโรปมานานแล้ว แต่ไม่ได้นำมาใช้ทั้งหมด เพราะน้ำประปาของไทยกับยุโรปไม่เหมือนกัน RYNN จึงนำแนวคิดมาปรับให้เข้ากับน้ำประปาในประเทศ

นักเคมีที่เข้าสู่แวดวงอาหารและเครื่องดื่ม
อนุสรจบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์เคมี และทำงานด้านการบำบัดน้ำมากกว่า 10 ปี หน้าที่หลักคือพัฒนาน้ำดิบให้มีคุณภาพเหมาะกับการใช้งานของโรงงานแต่ละประเภท เช่น โรงไฟฟ้า จากนั้นเขาเข้าธุรกิจนำเข้าไวน์และอาหารด้วยความชื่นชอบส่วนตัว ทำให้ได้ทำงานใกล้ชิดกับร้านอาหาร โรงแรม และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมาหลายปี
ประสบการณ์สองด้านนี้เป็นพื้นฐานของ RYNN ความรู้ด้านบำบัดน้ำช่วยให้เข้าใจเทคโนโลยี ส่วนประสบการณ์ในธุรกิจอาหารทำให้เห็นข้อจำกัดของลูกค้า ตั้งแต่ต้นทุนวัตถุดิบไปจนถึงความจำเป็นที่ต้องมีน้ำดื่มพร้อมให้บริการตลอดเวลา บริษัทจึงออกแบบระบบให้เหมาะกับคุณภาพน้ำในประเทศไทย และรองรับธุรกิจที่ใช้น้ำปริมาณมาก
เขากล่าวว่าเทคโนโลยีบำบัดน้ำหลัก ๆ ทั้ง RO และ Ion Exchange Resin ไม่ได้เปลี่ยนไปมากในรอบสามสิบปี มีเพียงประสิทธิภาพที่ดีขึ้น RYNN จึงเริ่มจากการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วมาจัดวางใหม่ให้เหมาะกับร้านอาหารและโรงแรม
อนุสรอธิบายว่า RO ซึ่งแพร่หลายในเครื่องกรองน้ำดื่มกรองสารออกเกือบทั้งหมด รวมถึงแร่ธาตุ “ซึ่งก็เสียดายมาก เพราะจริง ๆ แล้วในน้ำประปาที่มาถึงบ้านเรา มันก็ยังมีแร่ธาตุอยู่” เขามองว่าผู้ผลิตเครื่องกรองจำนวนมากเลือก RO เพราะไม่แน่ใจว่าควรกรองออกเท่าไร จึงกรองออกทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย
เขาย้ำว่าไม่ได้ตำหนิเทคโนโลยีนี้ “เราไม่ได้โทษ RO ความจริงคือทุกเทคโนโลยีมีประโยชน์ ถ้าเรารู้จักนำไปใช้” โดย RO อาจเหมาะกับพื้นที่ที่น้ำประปามีแร่ธาตุสูงกว่าปกติหรือมีสิ่งปนเปื้อน
สำหรับ RYNN เลือกเทคโนโลยี Nano-Filtration Technology ซึ่งบริษัทระบุว่ากรองสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากน้ำ โดยยังคงแร่ธาตุบางส่วนไว้ได้ประมาณ 80% ของน้ำต้นทาง ทั้งนี้ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำที่ป้อนเข้าเครื่องและการทำงานของอุปกรณ์
โดย Nano-Filtration Technology เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในระดับอุตสาหกรรมมานาน RYNN ย่อขนาดให้ใช้ในร้านอาหารและโรงแรม และกำลังจะใช้ในบ้าน
อนุสรยกค่าของแข็งที่ละลายในน้ำ (TDS) มาเปรียบเทียบ โดยระบุว่าน้ำ RO และน้ำกลั่นมีค่าต่ำกว่า 10 มิลลิกรัมต่อลิตร น้ำแร่ในตลาดอยู่ที่ราว 100-300 น้ำประปาในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ราว 200-250 และเมื่อผ่านเครื่อง RYNN จะเหลือราว 150-200 ซึ่งเขาเห็นว่าใกล้เคียงน้ำแร่ธรรมชาติ ทั้งนี้ TDS เป็นค่ารวมของสารที่ละลายในน้ำ ไม่ได้ระบุชนิดของแร่ธาตุ

450 แห่ง และบริการที่ต้องตอบภายใน 24 ชั่วโมง
ปัจจุบัน RYNN ติดตั้งระบบกรองน้ำไปแล้วราว 450 เครื่อง เป็นของกรุงเทพฯ กว่า 300 เครื่อง ลูกค้าครอบคลุมโรงแรม ร้านอาหาร Fine Dining คาเฟ่ สถานที่จัดงาน โรงพยาบาล และสถานบริการระดับพรีเมียม บริษัทตั้งเป้า 500 เครื่องภายในปลายปี
กลุ่มโรงแรมและร้านอาหารใช้รูปแบบเช่า อนุสรอธิบายว่าลูกค้าใช้น้ำปริมาณมากและกังวลเรื่องต้นทุน การเช่าในราคาคงที่รายเดือนทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ทีมงานเข้าตรวจคุณภาพน้ำและการทำงานของเครื่องทุกเดือน และค่าเปลี่ยนไส้กรองเป็นต้นทุนของบริษัท อัตราค่าเช่าไม่ได้เปิดเผย
ช่วงแรกลูกค้ายังไม่มั่นใจ อนุสรเล่าว่าลูกค้า 20 รายแรก ๆ ทุกรายเก็บน้ำขวดสำรองไว้ เพราะกลัวไม่มีน้ำเสิร์ฟหากเครื่องขัดข้อง เมื่อใช้ไปสักระยะ ลูกค้ากลุ่มนี้เลิกสำรองน้ำขวด และช่วยบอกต่อให้ร้านอื่น เขาระบุว่าช่างจะไปถึงลูกค้าภายใน 24 ชั่วโมง “ปกติจะภายในวันเดียวกันเลย”
“เรื่องบริการเป็นจุดที่ทำให้เราได้รับการตอบรับดีมาก ๆ”
บริการเดียวกันนี้เป็นเงื่อนไขของการขยายพื้นที่ ปัจจุบัน RYNN ให้บริการในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ (ครอบคลุมถึงเชียงรายและปาย) และภูเก็ต (ครอบคลุมถึงพังงาและกระบี่) โดยเชียงใหม่และภูเก็ตเพิ่งเริ่มได้ราวปีกว่า ลูกค้าในภาคอีสานอยู่ในรายชื่อรอเปิดบริการ แต่บริษัทยังไม่ขยายไป “เรื่องของเซอร์วิสเป็นหัวใจสำคัญมาก เราต้องมั่นใจว่าร้านอาหารไม่มีการขาดน้ำดื่มสำหรับลูกค้า”

ตลาดบ้าน: ไส้กรองใหญ่ขึ้น ตรวจเช็กทุก 6 เดือน
หลังสร้างฐานลูกค้าธุรกิจ RYNN เตรียมเข้าตลาดผู้บริโภคโดยตรงในกลุ่ม Premium Home Use เจาะเจ้าของบ้านและคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงบน ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ และผู้ที่ต้องการลดการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว ระบบผลิตน้ำดื่ม ณ จุดใช้งาน และรองรับทั้ง Still Water น้ำเย็น และ Sparkling Water ตามรุ่นที่เลือก
ตลาดบ้านต่างจากโรงแรมตรงที่จำนวนสมาชิกและปริมาณการใช้น้ำแตกต่างกันมาก การเข้าตรวจทุกเดือนอาจไม่คุ้มทั้งต้นทุนและกำลังคน อนุสรอธิบายว่าบริษัทจึงออกแบบระบบสำหรับบ้านให้ใช้ไส้กรองขนาดใหญ่ขึ้น และวางแนวทางเข้าตรวจประมาณทุก 6 เดือน โดยการเปลี่ยนไส้กรองขึ้นกับสภาพการใช้งานและผลตรวจ ไม่ได้เปลี่ยนตามรอบเวลาอัตโนมัติทุกครั้ง
รอบการดูแลจึงเป็นตัวแปรหลักของต้นทุนบริการ ถ้าถี่เกินไป ค่าบริการอาจสูงจนผู้บริโภคเข้าไม่ถึง ถ้าห่างเกินไป ความมั่นใจในคุณภาพน้ำอาจลดลง
RYNN ระบุว่าโมเดลตลาดบ้านจะมีทั้งการซื้อเครื่องขาดและการสมัครสมาชิกที่รวมการดูแลระบบ การบำรุงรักษา และการตรวจคุณภาพน้ำ บริษัทประเมินราคาชุดกรองน้ำพื้นฐานไว้ที่ประมาณ 20,000-30,000 บาท และชุดเต็มที่มีน้ำเย็นและ Sparkling Water ประมาณ 100,000 บาท ตัวเลขทั้งสองยังไม่ใช่ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยค่าสมาชิก

“ราคาไม่แพง” ในความหมายของอนุสร
อนุสรให้นิยามคำว่าพรีเมียมไว้ว่า “พรีเมียมไม่ได้แปลว่าหรูหรา หรือว่าราคาแพง พรีเมียมหมายถึงว่าคุณภาพดี” เขาอธิบายว่า “ไม่แพง” หมายถึงการเทียบกับตลาด ซึ่งน้ำดื่มธรรมดากับน้ำแร่ราคาต่างกันหลายเท่า ขณะที่เขาเห็นว่า “ในความเป็นจริงเรื่องต้นทุน เรื่องเทคโนโลยี น้ำแร่ควรจะแพงกว่าน้ำธรรมดาไม่น่าเกิน 20%”
ผู้บริโภคจึงต้องเทียบค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน ทั้งไส้กรอง การบำรุงรักษา และบริการหลังการขาย กับค่าน้ำขวดที่ซื้อในแต่ละเดือน ส่วนฝั่งบริษัท โมเดลสมาชิกช่วยให้มีรายได้ต่อเนื่องแทนการขายเครื่องครั้งเดียว แต่ผลตอบแทนขึ้นกับต้นทุนการให้บริการ อายุการใช้งานของอุปกรณ์ ความถี่ในการเปลี่ยนไส้กรอง และอัตราที่ลูกค้าต่ออายุสมาชิก
ช่องทางจำหน่ายที่วางไว้ประกอบด้วยโชว์รูมและพื้นที่ทดลองใช้ ช่องทางออนไลน์ นักออกแบบภายในและสถาปนิก ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม และเครือข่ายลูกค้า Hospitality ที่มีอยู่ การทำงานร่วมกับผู้พัฒนาโครงการตั้งแต่ขั้นออกแบบอาจทำให้ระบบน้ำเป็นส่วนหนึ่งของบ้านตั้งแต่ต้น แต่ช่องทางนี้ต้องใช้เวลาสร้างพันธมิตรและพิสูจน์ว่ามีความต้องการจริง พื้นที่เป้าหมายระยะแรกคือกรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ และหัวหิน ก่อนพิจารณาจังหวัดอื่นตามความพร้อมของทีมบริการ
“Don’t Recycle, Refill” มากกว่าการลดขวดพลาสติก
แนวคิดหลักของ RYNN คือ “Don’t Recycle, Refill” อนุสรมองว่าการรีไซเคิลทำให้คนใช้พลาสติกอย่างไม่ระวัง “คำว่ารีไซเคิลเป็นคำที่ทำให้เราสบายใจ แล้วพอสบายใจ บางทียิ่งใช้โดยไม่ระวัง” เขากล่าว พร้อมชี้ว่ากระบวนการรีไซเคิลใช้พลังงานและต้นทุนตั้งแต่การขนส่ง ทำความสะอาด หลอม จนถึงขึ้นรูปใหม่ และในมุมโรงงานผู้ผลิต เม็ดพลาสติกใหม่ราคาถูกกว่าเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งเป็นข้อมูลที่เขาให้ไว้ ยังไม่ได้ตรวจสอบกับแหล่งอิสระ เขาเสริมว่าขวดแก้วแบบใช้ครั้งเดียวก็เป็นภาระเช่นกัน เพราะใช้พลังงานสูงในการผลิต
สำหรับโรงแรมและร้านอาหาร ระบบเติมซ้ำช่วยลดการสั่งซื้อ จัดเก็บ และขนส่งน้ำขวด แต่ในบ้าน ผลด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นกับพฤติกรรมการใช้ อายุของเครื่อง การเปลี่ยนไส้กรอง และพลังงานที่ใช้ผลิตน้ำ บริษัทระบุว่ากำลังพัฒนาเครื่องมือวัดจำนวนขวดที่ลดลง การขนส่งที่หลีกเลี่ยงได้ ปริมาณขยะ และการปล่อยคาร์บอน ซึ่งหากรายงานผลได้ต่อเนื่อง จะทำให้ข้ออ้างด้านความยั่งยืนมีหลักฐานรองรับ

Snail Kid: เล่าเรื่องเทคโนโลยีน้ำให้ฟังง่ายขึ้น
RYNN ยังร่วมกับ สาธิต กาลวันตวานิช ผู้ก่อตั้ง Propaganda ในการพัฒนา Snail Kid คาแรคเตอร์ที่ใช้สื่อสารเรื่องเทคโนโลยีกรองน้ำและสิ่งแวดล้อม อนุสรบอกว่าเขาอยากหาคนช่วยเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ฟังง่ายกว่าที่เขาเล่าเอง
“จริง ๆ แล้วสารใน Snail Kid ซีเรียส แต่วิธีที่ผมทำคือผมอยากให้มันเป็นศิลปะที่กลืนง่าย” สาธิตกล่าว
บททดสอบของ RYNN ในตลาดบ้าน
ตลาดบ้านมีความหลากหลายทั้งกำลังซื้อ พื้นที่ติดตั้ง พฤติกรรมการบริโภค และความเต็มใจที่จะจ่ายค่าบริการต่อเนื่อง RYNN จึงต้องแสดงให้เห็นสามเรื่อง คือผู้บริโภคได้ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับน้ำขวด ราคาและค่าสมาชิกอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และทีมบริการดูแลลูกค้าได้ตามที่สัญญาเมื่อฐานลูกค้าใหญ่ขึ้น
ความน่าเชื่อถือด้านบริการเป็นสิ่งที่ช่วยให้ RYNN เติบโตในกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร และจะเป็นเงื่อนไขเดียวกันในตลาดบ้านที่ต้องรักษาคุณภาพบริการไว้ให้ได้เมื่อขยายตัว