8 ต.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

7-Eleven ไปไม่รอดในอินเดีย เมื่อ Kirana และ Quick Commerce คือนิยามความสะดวก

7-Eleven ไปไม่รอดในอินเดีย เมื่อ Kirana และ Quick Commerce คือนิยามความสะดวก

2b90c000-d344-4e55-8c79-efd070eee413.jpg

ร้านสะดวกซื้อเชนต้องแข่งกับร้านชำ Kirana ที่ครองการซื้อเร่งด่วน และแพลตฟอร์ม Quick Commerce ที่ส่งของถึงบ้านอย่างรวดเร็ว

ร้าน 7-Eleven ทั้ง 31 สาขาในมุมไบและปูเน่ปิดให้บริการภายในวันที่ 30 กันยายน 2026 ทำให้แบรนด์ร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลกไม่เหลือร้านในอินเดีย หลังเปิดร้านแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2021 และขยายสาขาสูงสุดราว 60 แห่ง

Seven & i Holdings บริษัทแม่ของ 7-Eleven ยืนยันการปิดร้านในช่วงต้นเดือนตุลาคม โดยระบุว่า Reliance ซึ่งถือสิทธิ Master Franchise ในอินเดีย "ปิดร้านทั้งหมด 31 แห่ง ณ วันที่ 30 กันยายน 2026" บริษัทไม่ได้อธิบายสาเหตุ แต่หนังสือพิมพ์ Nikkei และ Yomiuri ของญี่ปุ่นรายงานว่าธุรกิจสู้การแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ค้าปลีกท้องถิ่นไม่ได้ ส่วน Reliance Retail ยังไม่ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ รายงานข่าวระบุว่าพนักงานถูกโอนไปทำงานในธุรกิจค้าปลีกอาหารและร้านในชุมชนของกลุ่ม

The Economic Times รายงานก่อนหน้านี้ว่าร้านส่วนใหญ่จาก "เกือบ 60 สาขา" จะปิด ขณะที่ Seven & i ยืนยันการปิด 31 แห่ง โฆษกบริษัทระบุว่า 60 สาขาเป็นจำนวนสูงสุดของ 7-Eleven และสำนักข่าว Kyodo รายงานว่าเมื่อเดือนกันยายน 2025 ยังมีราว 60 สาขา ส่วนต่างของตัวเลขเหล่านี้หมายความว่าราวครึ่งหนึ่งของ 7-Eleven ปิดไปในช่วงหนึ่งปีก่อนวันปิดสุดท้าย แม้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าปิดสาขาใดเมื่อไร

สองความพยายามเข้าตลาด

7-Eleven ลงนามสัญญา Master Franchise ครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 กับ Future7-India Convenience บริษัทย่อยของ Future Retail แต่ไม่เคยเปิดร้านแม้แต่แห่งเดียว ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2021 Future Retail แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่ายกเลิกสัญญาด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย เพราะบริษัทย่อยทำตามเป้าหมายเปิดสาขาและชำระค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ไม่ได้ รายงานประจำปีของ Future Retail ระบุว่าโควิด-19 กระทบธุรกิจ และบริษัทย่อยนี้ยังไม่มีร้านเปิด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2021 ขณะที่กลุ่ม Future กำลังมีภาระหนี้หนัก

ภายในสัปดาห์เดียวกัน Reliance Retail Ventures ประกาศทำข้อตกลง Master Franchise กับ 7-Eleven, Inc. ผ่านบริษัทย่อย 7-India Convenience Retail Limited และเปิดร้านแรกที่ย่าน Andheri East ในมุมไบเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2021 พร้อมแผนขยายสาขาอย่างรวดเร็วใน Greater Mumbai ก่อน Saloni Nangia ประธาน Technopak Advisors ประเมินในเวลานั้นว่าเป็นดีลที่เหมาะสมกัน เพราะ 7-Eleven จะได้ใช้ช่องทางดิจิทัลและการเข้าถึงผู้บริโภคของ Reliance

รายงานของ IndiaRetailing เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 ระบุว่า Reliance มี 7-Eleven 55 สาขา เป็นร้านในมุมไบ 49 แห่งและปูเน่ 6 แห่ง และมีแผนรวมสาขาในมหาราษฏระให้หนาแน่นก่อนออกนอกรัฐ แต่จนถึงวันปิด ร้านทั้งหมดยังอยู่ในสองเมืองนี้

ขาดทุนเกือบเท่ารายได้

ตามงบการเงินที่ The Economic Times อ้างถึง 7-India Convenience Retail Limited มีรายได้ราว 92 crore รูปี (920 ล้านรูปี หรือราว 9.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และขาดทุนสุทธิเกือบ 90 crore รูปี (ราว 9.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026 โดยแปลงที่อัตราประมาณ 95 รูปีต่อดอลลาร์ นั่นคือขาดทุนสุทธิใกล้เคียงรายได้ทั้งปี บริษัทยังไม่เปิดเผยยอดขายต่อสาขา จึงยังประเมินผลประกอบการระดับร้านไม่ได้

ในปีงบประมาณเดียวกัน Reliance Retail มีร้านค้า 20,160 แห่ง รายได้รวม 370,026 crore รูปี และกำไรหลังหักภาษี 13,842 crore รูปี เมื่อเทียบกัน รายได้ของธุรกิจ 7-Eleven คิดเป็นไม่ถึงร้อยละ 0.03 ของรายได้รวม และผลขาดทุนเท่ากับราวร้อยละ 0.65 ของกำไรหลังหักภาษี ขนาดที่เล็กเช่นนี้ทำให้ธุรกิจแทบไม่ปรากฏในงบรวมของกลุ่ม

แรงกดดันจากสองด้าน

ร้านสะดวกซื้อแบบเชนในอินเดียถูกแข่งขันจากสองทาง ทางแรกคือ Kirana หรือร้านชำในย่านที่อยู่อาศัย ซึ่งมีอยู่หลายล้านแห่งและยังครองการซื้อสินค้าเร่งด่วน โดยมีต้นทุนดำเนินงานต่ำกว่ามาก ทางที่สองคือแพลตฟอร์ม Quick Commerce ที่ส่งของชำและขนมถึงบ้านอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ร้านเชนสะดวกซื้อมีต้นทุนคงที่ เช่น ค่าเช่า ค่าจ้างพนักงาน สินค้าคงคลัง และการกระจายสินค้า

ฝั่ง Quick Commerce ข้อมูลของ QuickCommerceMap ซึ่งรวบรวมจากข้อมูลสาธารณะของแพลตฟอร์ม ณ เดือนกรกฎาคม 2026 พบ Dark Store รวม 5,625 แห่งใน 408 เมือง ครอบคลุม 26 รัฐและเขตสหภาพ ได้แก่ Blinkit 1,955 แห่ง Zepto 1,088 แห่ง Swiggy Instamart 1,038 แห่ง Flipkart Minutes 880 แห่ง และ BigBasket 664 แห่ง  เทียบกับ 7-Eleven ที่มีสาขาสูงสุดราว 60 แห่งในสองเมือง Dark Store เป็นจุดกระจายสินค้าที่ลูกค้าไม่ได้เดินเข้าไปซื้อเอง แต่บางแพลตฟอร์มโฆษณาการส่งภายใน 10 นาที เช่น Flipkart Minutes

ในเชิงธุรกิจ เมื่อสินค้าพื้นฐานส่งถึงบ้านได้เร็ว จุดขายเรื่องความใกล้ของร้านสะดวกซื้อก็อ่อนลง สิ่งที่เหลือคือการซื้อกินทันทีและการแวะระหว่างทาง ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องแข่งกับร้านชา ร้านอาหารริมทาง และแผงขายอาหารท้องถิ่นด้วย

ขณะเดียวกัน Reliance Retail เองรายงานในผลประกอบการปีงบประมาณ 2026 ว่าธุรกิจ hyper-local commerce ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดย JioMart มีเครือข่ายร้านกว่า 3,100 แห่งใน 1,200 เมือง

ข้อสังเกตเรื่องจังหวะเวลา

ความพยายามรอบแรกในปี 2019 เจอผลกระทบจากโควิด-19 และปัญหาการเงินของ Future Group ส่วนรอบที่สองที่เปิดร้านแรกในปี 2021 ตรงกับช่วงที่ Zepto เข้าตลาด และแพลตฟอร์ม Quick Commerce ขยายเครือข่ายต่อเนื่องจนถึงปี 2026

ทางเลือกที่ยังเหลือ

Seven & i ยืนยันว่ายังไม่ถอนตัวจากอินเดียในระยะยาว โดยระบุว่ายังมีความตั้งใจให้บริการลูกค้าอินเดีย และจะพิจารณาหลายทางเลือกเพื่อขยายการมีตลาด บริษัทยังไม่ได้บอกว่าจะกลับมาเปิดร้านหรือหาพันธมิตรรายใหม่หรือไม่

ในอีกด้านหนึ่ง Lawson เชนร้านสะดวกซื้อจากญี่ปุ่น ประกาศเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2026 ว่าจะเข้าตลาดอินเดีย โดยตั้งบริษัทย่อยในท้องถิ่น เปิดร้านที่บริหารเองห้าสาขาแรกในมุมไบภายในปี 2027 ตั้งเป้าราว 100 สาขาในปี 2030 และ 10,000 สาขาในปี 2050 พร้อมรายการสินค้าที่ปรับให้เข้ากับตลาด เช่น กาแฟชงสดและอาหารร้อน โมเดลร้านที่บริหารเองต่างจาก Master Franchise ที่ 7-Eleven ใช้ แต่ยังต้องจับตาว่าเป้าหมาย 100 สาขาจะทำให้ต้นทุนต่อร้านต่างจาก 7-Eleven ที่เคยมีสูงสุดราว 60 สาขาอย่างไร

แหล่งข้อมูล: ถ้อยแถลงของ Seven & i Holdings (ผ่าน AFP, Japan Times, Retail Insight Network), รายงานของ The Economic Times (ผ่าน Retail Insight Network, Angel One), Future Retail (แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ตุลาคม 2021), Retail4Growth, IndiaRetailing (กรกฎาคม 2024), Reliance Industries (ผลประกอบการปีงบประมาณ 2026), QuickCommerceMap (กรกฎาคม 2026), Kyodo และ Jiji Press (Lawson)