30 ก.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

ก้าวข้ามวิธีเดิมๆ เมื่อแบรนด์เลือกใช้ศักยภาพที่มีอยู่ ช่วยกู้วิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯ

ก้าวข้ามวิธีเดิมๆ เมื่อแบรนด์เลือกใช้ศักยภาพที่มีอยู่ ช่วยกู้วิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯ

ChatGPT Image Sep 30, 2026, 01_16_40 PM.png

ฝนหนักและน้ำท่วมฉับพลันระหว่างวันที่ 25–27 กันยายน 2569 ทำให้หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีระดับน้ำสูง บางพื้นที่น้ำสูงเกินหนึ่งเมตรในบางจุด ผู้ป่วย เด็ก และผู้สูงอายุเดินทางออกไม่ได้ โทรศัพท์มือถือที่เป็นช่องทางเดียวที่เหลือ เริ่มจับสัญญาณไม่ติด และทิ้งโจทย์ที่ตอบยากกว่าการบริจาคไว้ให้ภาคธุรกิจ

สิ่งที่ตามมามีรูปแบบร่วมกันชัดเจน แทบไม่มีแบรนด์ไหนตั้งโต๊ะแจกของแล้วถ่ายรูปผู้บริหาร แต่เลือกหยิบสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้ว ทั้งเครือข่ายศูนย์บริการ เสาสัญญาณ และอาคารจอดรถ มาเปิดใช้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ของที่มีอยู่แล้ว กับกลไกการซ่อมแซมเชิงโครงสร้าง

ค่ายรถยนต์ทั้งญี่ปุ่น จีน เยอรมัน และอเมริกัน ทยอยออกมาตรการช่วยลูกค้ารถน้ำท่วมในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน โดยให้ส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ระหว่าง 30–50% พร้อมบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี

โตโยต้าและเลกซัสให้ส่วนลด 30% สำหรับอะไหล่และเคมีภัณฑ์งานซ่อมทั่วไป และ 30% สำหรับค่าอะไหล่งานซ่อมตัวถังและสี ถึง 31 ธันวาคม 2569 พร้อมลดอะไหล่กลุ่มพรมปูพื้นและพรมซับเสียง 50% เฉพาะหมายเลขอะไหล่ที่ร่วมรายการ โดยไม่รวมรายการบำรุงรักษาตามปกติอย่างการเช็กระยะ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง แบตเตอรี่ไฮบริด และแบตเตอรี่ 12 โวลต์

อีซูซุให้ส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 30% พร้อมตรวจเช็กสภาพรถฟรี ขณะที่ GWM ให้ 30% ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ ระหว่าง 28 กันยายน ถึง 31 ธันวาคม 2569 โดยตัดแบตเตอรี่ ยางรถยนต์ มอเตอร์ขับเคลื่อน ชุดควบคุมมอเตอร์ และอุปกรณ์ตกแต่งออกจากสิทธิ์

ฝั่งรถไฟฟ้า ZEEKR Thailand ประกาศส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 40% สำหรับรถทุกรุ่น ซึ่งสะท้อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านบริการหลังการขายในตลาดไทย

CHERY GROUP ช่วยลูกค้าที่รถยนต์ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี และส่วนลดค่าอะไหล่และค่าแรง 30%

เงื่อนไขเหล่านี้เป็นสิ่งสะท้อนความเป็นจริงทางธุรกิจ เพราะเกือบทุกแบรนด์มีข้อยกเว้นสำหรับชิ้นส่วนบางประเภท เช่น แบตเตอรี่และยาง การทำความเข้าใจขอบเขตความช่วยเหลือตั้งแต่ต้น จึงช่วยลดความคาดหวังที่คลาดเคลื่อนระหว่างผู้บริโภคและศูนย์บริการ

ความช่วยเหลือในรูปแบบนี้สะท้อนกลไกการเยียวยาที่ตรงกับความเชี่ยวชาญหลัก การดึงรถกลับเข้าสู่ศูนย์บริการช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูยานพาหนะดำเนินไปได้บนมาตรฐานทางเทคนิค ขณะที่ต้นทุนส่วนเพิ่มของระบบที่รองรับอยู่แล้วช่วยให้มาตรการเหล่านี้สามารถขับเคลื่อนต่อเนื่องได้ยาวนานหลายเดือน

ZEEKR_Special Campaign_KV.jpg

สัญญาณสื่อสารคือสาธารณูปโภคฉุกเฉิน

ในชุมชนที่น้ำสูงและยังมีคนติดค้าง สัญญาณโทรศัพท์คือเส้นทางเดียวที่เชื่อมคนติดอยู่กับหน่วยกู้ภัย

ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับสำนักงาน กสทช. นำรถสถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว หรือ Cell-On-Wheel (COW) เข้าติดตั้งที่เคหะร่มเกล้า เพื่อเสริมสัญญาณให้ทั้งประชาชนและการประสานงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการฉุกเฉินดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง

ฝั่ง AIS เลือกยกระดับการเฝ้าระวังโครงข่ายทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง ติดตามทั้งสถานะโครงข่าย สภาพอากาศ ระดับน้ำ และระบบไฟฟ้า พร้อมนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยประเมินและวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อเตรียมรับมือพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ ควบคู่กับการเสริมพลังงานสำรองที่จุดสำคัญ และส่งน้ำดื่ม 1,000 โหล หรือ 12,000 ขวด ผ่านกระทรวงกลาโหมและกองทัพอากาศ

ความช่วยเหลือด้านโครงข่ายลักษณะนี้ไม่มีผลตอบแทนเชิงรายได้ในทันที แต่เป็นบทบาทสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่ต้องทำหน้าที่ในยามวิกฤต

825268108_28405984999051329_9154519341407825166_n.jpg
825787354_1721304492297293_1985015219591607040_n.jpg

พื้นที่จอดรถและการบริหารจัดการเฉพาะหน้า

มาตรการบรรเทาความเสียหายด้านพื้นที่จอดรถ มาจากการประสานความร่วมมือและนโยบายของหน่วยงานรัฐเป็นหลัก

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ประกาศเปิดอาคารจอดแล้วจร 9 แห่งตามแนวรถไฟฟ้า ให้ประชาชนนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์เข้าจอดฟรี เพื่อบรรเทาความเสียหายต่อทรัพย์สิน

ขณะที่ภาคเอกชนอย่างศูนย์การค้าหลายแห่ง รวมถึงแสนสิริและพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้เปิดวอร์รูมบริหารจัดการเชิงรุก พร้อมเปิดคอลเซ็นเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการระบายน้ำและดูแลลูกบ้านในโครงการที่ได้รับผลกระทบ

การแยกแยะระหว่างมาตรการของภาครัฐและการสนับสนุนจากภาคเอกชนให้ชัดเจน ช่วยให้การสื่อสารข้อมูลมีความแม่นยำและสะท้อนภาพที่เกิดขึ้นจริง

ในขณะที่ Lotus’s Go Fresh เติมสต๊อกต่อเนื่อง ให้ชุมชนเข้าถึงอาหารสดและของจำเป็นใกล้บ้าน พร้อมทางเลือกสั่งซื้อผ่าน Lotus’s App ในพื้นที่ที่จัดส่งได้ช่วงน้ำท่วม

unnamed (76).jpg

ซ่อมแซมบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าคือภาระใหญ่

ด้านบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ออกมาตรการฟรีค่าแรงสำหรับตรวจเช็กและซ่อมเครื่อง พร้อมส่วนลดอะไหล่สูงสุด 30% พร้อมร่วมกระทรวงกลาโหมและกทม. ให้บริการเครื่องใช้ไฟฟ้าแก่ผู้ประสบภัยที่ศูนย์พักพิง

 “โฮมโปร–เมกาโฮม” ส่งทีมช่างโฮมโปร ช่วยฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม เปิด “สำรวจบ้าน–ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี” 2–4 ต.ค. 69 

828483385_28199488839680293_3630874458355621859_n.jpg
825278562_4526790637561776_6433355244582066379_n.jpg

สถาบันการเงินกับการเยียวยาภาระหนี้และสินเชื่อฟื้นฟู

สถาบันการเงินหลากหลายแห่งได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจ เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินและเติมสภาพคล่องในการฟื้นฟู

  • ธนาคารทีทีบี: ออกมาตรการ “ตั้งหลัก” ครอบคลุมถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ลูกค้าสินเชื่อบ้านพักชำระเงินต้นนาน 3 เดือน (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) หรือขอวงเงินกู้เพิ่มซ่อมแซมบ้าน ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก ส่วนสินเชื่อรถยนต์และรถแลกเงินพักค่างวดสูงสุด 3 เดือน ลูกค้าธุรกิจและเอสเอ็มอียืดชำระเงินต้นสินเชื่อระยะยาวและหมุนเวียนสูงสุด 6 เดือน พร้อมปรับลดค่างวดเช่าซื้อธุรกิจสูงสุด 70% เป็นเวลา 6 เดือน
  • ธนาคารออมสิน: ออกมาตรการพักชำระเงินต้นและยกดอกเบี้ยให้ 3 เดือนเต็มสำหรับลูกหนี้ทุกกลุ่มในพื้นที่ภัยพิบัติ พร้อมจัดสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ เช่น สินเชื่อฉุกเฉินวงเงินสูงสุด 20,000 บาท และสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยวงเงินสูงสุด 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสูงสุด 300,000 บาท สินเชื่อซ่อมแซมบ้านสูงสุด 1 ล้านบาท และสินเชื่อเอสเอ็มอีประสบภัยสูงสุด 5 ล้านบาท
  • ธนาคารกสิกรไทย: ครอบคลุมพื้นที่ 50 เขตกรุงเทพฯ และพื้นที่ประกาศ ลูกค้าสินเชื่อบ้านพักชำระเงินต้นสูงสุด 3 เดือน พร้อมกู้เพิ่มซ่อมบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ฟรีค่าประเมิน บัตรเครดิตและสินเชื่อเงินด่วนพักชำระเงินต้นสูงสุด 3 เดือน เช่าซื้อรถยนต์ลดยอดผ่อนสูงสุด 50% นาน 6 เดือน และลูกค้าธุรกิจพักชำระเงินต้นวงเงินเดิมสูงสุด 3 เดือน (ยื่นได้ถึง 31 ธ.ค. 2569)
  • ธนาคารกรุงไทย: ออกมาตรการช่วยลดดอกเบี้ย ลดค่างวด และเสริมสภาพคล่องทั้งลูกค้ารายย่อยและเอสเอ็มอ50 ให้ยื่นความประสงค์ภายใน 3 เดือนนับจากวันเกิดเหตุ (ถึง 31 ธ.ค. 2569)
  • ธนาคารกรุงเทพ: ผ่อนปรนเงื่อนไขชำระหนี้ธุรกิจ เช่น ลดยอดผ่อน ขยายเวลา หรือปลอดเงินต้นสูงสุด 12 เดือน พร้อมสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่และ SME รวมถึงจัดสินเชื่อบัวหลวงพูนผลสำหรับรายย่อย ดอกเบี้ยพิเศษ MRR-2% (4.50%) นานสูงสุด 5 ปี ฟรีค่าสำรวจและประเมินหลักประกัน
  • ธอส. (ธนาคารอาคารสงเคราะห์): ออก 7 มาตรการช่วยเหลือ ทั้งพักชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ย 0% นาน 3–6 เดือนตามระดับความเสียหาย สินเชื่อซ่อมแซมบ้านวงเงินสูงสุด 300,000 บาท (ดอกเบี้ยปีแรกๆ เริ่มต้น 1%) สินเชื่อกู้เพิ่มสูงสุด 2 ล้านบาท (ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือนแรก) รวมถึงมาตรการประนอมหนี้และ Fast Track สำหรับสินไหมประกันภัยอัคคีภัยที่คุ้มครองภัยธรรมชาติ

มาตรการจากภาคธนาคารเหล่านี้สะท้อนการปรับตัวเชิงรุก เพื่อช่วยประคับประคองให้ทั้งครัวเรือนและธุรกิจสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

สถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบททดสอบเฉพาะหน้า แต่กำลังเปลี่ยนบรรทัดฐานการทำงานของภาคธุรกิจในมิติต่างๆ:

  • ความคล่องตัวในการตอบสนอง: การที่หลายองค์กรสามารถขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือได้ภายในกรอบเวลาสั้น สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของโครงสร้างภายในที่พร้อมเปลี่ยนทรัพยากรที่มีอยู่ให้กลายเป็นกลไกบรรเทาทุกข์
  • ความโปร่งใสในเงื่อนไขความช่วยเหลือ: การสื่อสารขอบเขตและข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมา กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดช่องว่างความเข้าใจระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคที่กำลังเผชิญภาวะกดดัน
  • สมดุลระหว่างความช่วยเหลือกับการสื่อสาร: การให้น้ำหนักกับการแก้ปัญหาจริงมากกว่าการสร้างภาพลักษณ์ ช่วยให้การสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ ได้รับการตอบรับที่สะท้อนความจริงใจในสายตาของสังคม

เมื่อวิกฤตผ่านพ้นไป สิ่งที่หลงเหลืออยู่ไม่ใช่แค่ตัวเลขความเสียหายหรือมาตรการเยียวยาชั่วคราว แต่คือความทรงจำของผู้บริโภคต่อการปฏิบัติจริงของแต่ละแบรนด์ ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของความเชื่อมั่นระยะยาวที่งบประมาณทางการตลาดทั่วไปไม่สามารถซื้อได้