หลายคนคุ้นเคยกับ "Propoliz" สเปรย์พ่นช่องปากและลำคอที่วางขายอยู่ทั่วไปตามร้านขายยา แต่น้อยคนจะรู้ว่าเบื้องหลังแบรนด์นี้คือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 5 ทศวรรษ จากห้างหุ้นส่วนเล็ก ๆ ที่เริ่มต้นด้วยการเป็นตัวแทนจำหน่ายเวชภัณฑ์ สู่การเป็นบริษัทมหาชนในชื่อ บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ทั้งภายใต้แบรนด์ของตัวเองและงานรับจ้างผลิตแบบ OEM/ODM ให้แบรนด์อื่น ล่าสุดบริษัทประกาศเดินหน้าเข้าสู่ตลาด longevity อย่างเป็นทางการ โดยวางให้เป็นเครื่องยนต์การเติบโตตัวใหม่ของธุรกิจ

ธีรวัฒน์ ฐานะโชติพันธ์ และ ภญ.คำนวณ คงศุภลักษณ์ ผู้ก่อตั้ง ที.แมน (ภาพจาก tmanpharmaceutical.com)
54 ปี จากธุรกิจครอบครัวสู่บริษัทจดทะเบียน
จุดเริ่มต้นของ ที.แมน ย้อนไปถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2515 เมื่อ นายธีรวัฒน์ ฐานะโชติพันธ์ และ ภญ.คำนวณ คงศุภลักษณ์ สองสามีภรรยา จดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.วี.ฟาร์มาซูติคอล เพื่อดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายเวชภัณฑ์
"คุณพ่อจบการศึกษาเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ส่วนคุณแม่เป็นเภสัชกรคนแรกของบริษัท ทั้งสองร่วมกันก่อร่างธุรกิจขึ้นมาตั้งแต่ปี 2515 ก่อนค่อย ๆ ขยายจากธุรกิจยาไปสู่การผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพหลากหลายประเภท คุณพ่อมีความรู้ไม่ได้เยอะนะครับ แต่ว่าสามารถสร้างอาณาจักรยาขึ้นมาได้ด้วยมือของท่าน" ประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) ทายาทรุ่นที่สอง เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจครอบครัว
จากห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.วี.ฟาร์มาซูติคอล คุณธีรวัฒน์ค่อย ๆ ขยายขอบเขตธุรกิจ ปี 2518 ก่อตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ทรัสต์แมน ฟาร์มา เพื่อเข้าสู่ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ที.แมน ฟาร์มา จำกัด ในปี 2534
ปี 2547 มีการก่อตั้ง บริษัท เฮเว่น เฮิร์บ จำกัด เพื่อผลิตยาแผนไทย ยาแผนโบราณ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาหารทางการแพทย์ อาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสารสกัดจากธรรมชาติ ตามมาด้วยปี 2550 ที่ก่อตั้ง บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด เพื่อจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.วี.ฟาร์มาซูติคอล เดิม เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท โนว่า เฮลธ์ จำกัด (Nova Health) เพื่อรับผิดชอบงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2567 เมื่อบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งไม่ได้มีความหมายเพียงเรื่องเงินทุน แต่ยังเป็นการวางฐานสำหรับการเติบโตระยะยาว เปิดทางให้บุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงานง่ายขึ้น รวมถึงเพิ่มโอกาสในการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) โดยมีทายาทรุ่นที่สองเข้ามาสานต่อกิจการ
"ที่เข้าตลาดหลักทรัพย์เพราะเราอยากสร้าง Legacy ของคุณพ่อคุณแม่ให้มันเกิดและเติบโตไปอย่างยั่งยืน และก็อีกอย่างหนึ่งก็คือ หลังจากที่เราเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปแล้ว เราได้คนเก่ง ๆ ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมงานได้ง่ายขึ้น" ประพลกล่าว

ประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) ทายาทรุ่นที่สอง
จากยาสามัญสู่นวัตกรรมสกัดสมุนไพร
การผลิตของ ที.แมน วางอยู่บนโรงงานหลัก 2 แห่ง โรงงานแรกเน้นผลิตยาแผนปัจจุบันภายใต้มาตรฐาน PIC/S GMP ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสูงสุดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่วนโรงงานเฮเว่น เฮิร์บ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 16 ไร่ พร้อมพื้นที่รองรับการขยายตัวอีกกว่า 30 ไร่ ทำหน้าที่เป็นฐานผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ ยาสมุนไพร อาหารเสริม และเวชสำอาง โดยนำมาตรฐานการผลิตยาแผนปัจจุบันมาใช้ควบคุมกระบวนการผลิตอาหารเสริมทั้งหมด
พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ของบริษัทแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ เวชภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน (สัดส่วนรายได้ประมาณ 65.5%) ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สมุนไพร และอาหารเสริม (33.6%) รายได้จากการจำหน่ายวัตถุดิบใหม่ (0.9%) และผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ
ผลิตภัณฑ์ที่วางรากฐานสำคัญในยุคแรกคือยาน้ำแก้ไอ "อัยรา" ซึ่งพัฒนาจากสารสกัดสมุนไพรมะแว้งและมะขามป้อม ให้ผลบรรเทาอาการเทียบเคียงกับยาแผนปัจจุบัน และกลายเป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรตัวอื่นตามมา

แต่ข้อจำกัดหลักของธุรกิจยาสามัญคือการแข่งขันด้านราคา การถูกควบคุมเพดานราคา และการพึ่งพาช่องทางโรงพยาบาลเป็นหลัก ที.แมน จึงหันมาพัฒนาผลิตภัณฑ์แบรนด์ตัวเอง โดยสินค้าที่สร้างการเปลี่ยนแปลงคือ Propoliz สเปรย์พ่นช่องปากและลำคอที่สกัดจากธรรมชาติ
ปัจจุบัน Propoliz เป็นสินค้าที่ทำยอดขายสูงสุดของบริษัท ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในกลุ่มสเปรย์ดูแลช่องปากของไทย และกำลังเป็นสินค้าหลักในการขยายตลาดต่างประเทศ จากปัจจุบันที่ส่งออกไปแล้ว 7 ประเทศ อาทิ จีน ฮ่องกง มาเลเซีย และกลุ่มประเทศ CLMV บริษัทตั้งเป้าขยายเพิ่มเป็น 10 ประเทศภายในสิ้นปี 2569 โดยล่าสุดเซ็นสัญญากับพันธมิตรในเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และโอมาน
"Propoliz ถือเป็นยอดขายอันดับ 1 ของบริษัทในกลุ่มสเปรย์ช่องปากและลำคอ และเป็นยอดขายอันดับ 1 ของประเทศไทย แต่เราต้องการนำแบรนด์นี้ไปสร้างชื่อในตลาดต่างประเทศต่อไปด้วย" ประพลกล่าว
นอกจากผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ที.แมน ยังใช้ศักยภาพของโรงงานและทีมวิจัยขยายสู่ธุรกิจ OEM (Original Equipment Manufacturer) และ ODM (Original Design Manufacturer) ให้บริการแบบ one-stop service ตั้งแต่วิเคราะห์แนวคิด พัฒนาสูตร ออกแบบ ขึ้นทะเบียน ไปจนถึงการผลิตจริง

ก้าวใหม่สู่ตลาด Longevity
หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ของไทย พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการรักษาโรค (treatment) ไปสู่การป้องกันล่วงหน้า (preventive healthcare) และการดูแลสุขภาวะให้ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (longevity) เป็นแรงผลักดันให้ ที.แมน ปรับทิศทางธุรกิจเพื่อรองรับเทรนด์นี้
ในมุมธุรกิจ การขยับเข้าสู่ตลาด longevity ยังช่วยแก้ข้อจำกัดของธุรกิจยาโดยตรง เพราะยาสามัญถูกกำกับราคาและแข่งขันด้วยต้นทุน ขณะที่สินค้าสุขภาพเชิงป้องกันมีอัตรากำไรสูงกว่า สร้างแบรนด์ได้ ขายถึงผู้บริโภคได้โดยตรง และเป็นสินค้าที่ลูกค้าซื้อซ้ำต่อเนื่องโดยไม่ต้องรอให้ป่วย บริษัทคาดว่าสินค้ากลุ่ม longevity จะสร้างรายได้ราว 5-10% ของพอร์ตโฟลิโอภายใน 3-5 ปี
การรุกตลาดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตอาหารเสริมทั่วไป แต่ ที.แมน วางยุทธศาสตร์ผ่านบริษัทลูกอย่าง โนว่า เฮลธ์ (Nova Health) ให้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมงานวิจัยจากห้องแล็บสู่ตลาด (commercialization) ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยกว่า 10 แห่งทั่วประเทศ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท อินโนบิก (เอเชีย) ล่าสุดร่วมพัฒนานวัตกรรมจุลินทรีย์โปรไบโอติกที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้และลดภาวะไขมันพอกตับ ซึ่งเตรียมเปิดตัวสู่ตลาดในไตรมาส 4 ปีนี้
โนว่า เฮลธ์ ยังเปิดรับความร่วมมือในเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้ง AgTech, Diagnostic, Personalized Supplement, Biotech และ Smart Medical Device รวมถึงการร่วมลงทุนในกองทุน Health Fund ต่างประเทศ เพื่อให้ได้สิทธิ์จัดจำหน่ายนวัตกรรมทางการแพทย์รุ่นใหม่ ส่วนโรงงานเฮเว่น เฮิร์บ จังหวัดปทุมธานี ถือเป็นฐานผลิตสำคัญที่รองรับสินค้ากลุ่มใหม่ทั้งหมดนี้

นายตรัส อบสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ ที.แมน อธิบายขอบเขตงานของโรงงานว่า "โรงงานเฮเว่น เฮิร์บ เป็นฐานการผลิตที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งในอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพและความงาม ตั้งแต่การสกัดสารสำคัญจากสมุนไพร การพัฒนาและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากสมุนไพรในรูปแบบที่มีมาตรฐานสูงขึ้น ตลอดจนกลุ่มผลิตภัณฑ์ health & wellness และ preventive healthcare ที่มีศักยภาพเติบโตในอนาคต"
ตรัสระบุว่าจุดแข็งของโรงงานอยู่ที่มาตรฐานการผลิตที่ครอบคลุมทั้ง GMP PIC/S มาตรฐานการผลิตยาระดับสากล ISO 22716 สำหรับเครื่องสำอาง และ ISO 22000 ด้านความปลอดภัยอาหาร การนำมาตรฐานระดับยามาใช้ผลิตอาหารเสริมและเครื่องสำอางทำให้บริษัทรับงานบางประเภทที่ผู้ผลิตทั่วไปทำไม่ได้ และผ่านการตรวจสอบของตลาดส่งออกที่เข้มงวดได้ง่ายกว่า

บริษัทมีแผนลงทุนราว 50 ล้านบาทต่อปี เพื่อทยอยยกระดับโรงงานสู่ smart factory ทั้งด้านเครื่องจักร กำลังการผลิต และระบบควบคุมคุณภาพ ตรัสระบุว่าโจทย์บริหารสำคัญคือการรักษาสมดุลสามด้าน ได้แก่ อัตราการใช้กำลังการผลิต (utilization rate) ประสิทธิภาพด้านต้นทุน (cost efficiency) และความพร้อมด้านกำลังการผลิต (capacity readiness) หรือพูดง่าย ๆ คือต้องเตรียมกำลังผลิตล่วงหน้าไว้รองรับการเติบโต โดยไม่ปล่อยให้เครื่องจักรว่างจนกลายเป็นต้นทุนจม ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ผู้ผลิตซึ่งลงทุนล่วงหน้าก่อนดีมานด์ต้องเผชิญเสมอ บริษัทตั้งเป้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ 15 รายการภายใน 5 ปี
ด้านการขยายพอร์ตโฟลิโออื่น ๆ ที.แมน เปิดตัวสเปรย์ปรับอากาศ Polar Space ภายใต้บริษัท พรีเมียร์ อินโนวา จำกัด ที่ใช้เทคโนโลยี encapsulation เพื่อสลายกลิ่นและฆ่าเชื้อโรค พร้อมทั้งเข้าซื้อกิจการแบรนด์ ละมุน (Lamoon) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกพรีเมียมสำหรับแม่และเด็ก เพื่อสร้างประโยชน์ร่วม (synergy) กับช่องทางจำหน่ายเดิม และเตรียมขยายสู่ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับแม่และเด็กในอนาคต

เป้าหมาย 4,000 ล้านบาท สู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก
ที.แมน วางเป้าหมายรายได้รวม 4,000 ล้านบาทภายในปี 2570 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 10-15% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่อยู่ราว 3-7% ผ่าน 6 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ ตลาดร้านขายยา (OTC) ตลาดโรงพยาบาล งานรับจ้างผลิต (OEM/ODM) ตลาดต่างประเทศ การรับจัดจำหน่ายสินค้า และตลาดอีคอมเมิร์ซ
สัดส่วนรายได้จากงาน OEM เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.5% มาอยู่ที่ประมาณ 10% จากจุดขายบริการแบบ one-stop service ที่นำมาตรฐานการผลิตยามาใช้ออกแบบและผลิตอาหารเสริมให้ลูกค้า ขณะที่ตลาดอีคอมเมิร์ซดำเนินการผ่าน PMC Sports เพื่อกระจายสินค้า B2C เข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ
สำหรับการขยายตลาดต่างประเทศ ประพลมองว่า Propoliz ไม่ควรเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกไปขาย แต่ต้องสร้างชื่อในฐานะแบรนด์ระดับภูมิภาค (regional brand) และขยับสู่การเป็นแบรนด์สากล (international brand) ในระยะถัดไป

ทั้งนี้ ผลประกอบการของ บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) ปี 2566 มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,980.04 ล้านบาท กำไรสุทธิ 431.09 ล้านบาท, ปี 2567 รายได้รวม 2,226 ล้านบาท กำไรสุทธิ 450.70 ล้านบาท, ปี 2568 รายได้รวม 2,690.58 ล้านบาท กำไรสุทธิ 523.07 ล้านบาท และ 6 เดือนแรกของปี 2569 รายได้รวม 1,228.07 ล้านบาท กำไรสุทธิ 212.21 ล้านบาท
เส้นทางของ ที.แมน จากโรงงานยาขนาดเล็กที่ก่อตั้งโดยผู้บริหารที่จบการศึกษาเพียงชั้นประถมศึกษา สู่ผู้ผลิตเวชภัณฑ์และนวัตกรรมสุขภาพระดับบริษัทมหาชน สะท้อนให้เห็นการปรับตัวที่ต่อเนื่องมาตลอดครึ่งศตวรรษ ส่วนการรุกตลาด longevity ที่กำลังเติบโตและมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาแข่งขันตลอดเวลา จะเป็นบทพิสูจน์ต่อไปว่าบริษัทจะรักษาความได้เปรียบเดิมและสร้างการเติบโตใหม่ได้มากน้อยเพียงใด