Home > Body clock

เผยวิธีตั้งนาฬิกาชีวิตใหม่

นาฬิกาชีวิตของคุณทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมเมื่อคุณรู้สึกง่วงนอนหรือตื่นเต็มที่ ด้วยการสั่งการให้สมองหลั่งสารเคมีที่แตกต่างกันออกมา เพื่อตอบสนองวงจรการดำเนินชีวิตตลอดทั้งวันตั้งแต่กลางวันถึงกลางคืน แต่นาฬิกาชีวิตควบคุมเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น ความรู้สึกอยากอาหาร และกลไกการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ดังนั้น เมื่อถูกรบกวนมันส่งผลรุนแรงมากกว่าแค่การทำให้คุณนอนไม่หลับ จริงๆ แล้วนาฬิกาชีวิตที่ไม่สัมพันธ์กับการดำเนินชีวิตถูกนำมาเชื่อมโยงกับการเพิ่มความเสี่ยงของโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคซึมเศร้า ฯลฯ นิตยสาร GoodHealth นำเสนอวิธีปรับวิถีชีวิตของคุณให้สัมพันธ์กับนาฬิกาชีวิตในตัวคุณเพื่อสุขภาพที่ดีดังนี้ ตื่นนอนหลังฟ้าสาง ถ้าคุณตื่นนอนก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น คุณจะเริ่มต้นวันด้วยการมีระดับฮอร์โมนความเครียดหรือคอร์ติซอลที่สูงกว่าปกติมาก หลังจากที่คุณลุกจากเตียง คอร์ติซอลจะยังคงอยู่ในร่างกายต่อไปอีกอย่างน้อย 45 นาที เมื่อเวลาล่วงเลยไปนานเข้า การเพิ่มขึ้นของระดับคอร์ติซอลสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจได้ ใช้พลังสมองก่อนเที่ยง นาฬิกาชีวิตของคุณจะทำงานอยู่ในระดับสูงสุดช่วงเวลาระหว่าง 9 โมงเช้าถึงเที่ยงวัน ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิในร่างกายของคุณเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งเมลาโทนินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นให้รู้สึกง่วงนอนก็ลดต่ำลงอยู่ในระดับต่ำที่สุดด้วย จึงเป็นภาวะผสมผสานที่ทำให้สมองของคุณอยู่ในสภาพตื่นตัวสูงสุด งีบหลับช่วงบ่าย 2–4 โมงเย็น เวลาบ่าย 2 โมงถึง 4 โมงเย็นเป็นช่วงเวลาที่ความตื่นตัวของคุณลดน้อยลงอยู่แล้วโดยธรรมชาติ จึงถือเป็นจังหวะที่ดีที่สุดของการเติมพลังด้วยการหาเวลางีบสัก 10 นาที หรือถ้าคุณไม่เลือกการงีบหลับ ให้ใช้เวลาคิดเกี่ยวกับปัญหาที่คุณต้องการหาทางแก้ไข เมื่อคุณรู้สึกเพลีย กระบวนการควบคุมตนเองในสมองของคุณจะอ่อนแอลง ทำให้ความคิดล่องลอยไปได้อย่างเสรีมากขึ้น ซึ่งเป็นสภาวะของสมองที่กระตุ้นให้เกิดการหาทางแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น รับมือความอยากอาหารตอนดึก โดยธรรมชาติแล้ว นาฬิกาชีวิตทำให้มีความโน้มเอียงที่จะเกิดความรู้สึกอยากอาหารในตอนดึก ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลากลางวันแล้ว อาหารประเภทแป้งที่มีรสหวานและเค็ม จึงดูจะเป็นที่ดึงดูดใจมากในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเวลานอน วิธีแก้ปัญหาคือ หลังอาหารเย็นไปแล้ว

Read More