Home > สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.

ม.เกษตร-มจพ.-สกสว.มอบหน้ากากป้องกันสารพิษ สู้โควิดแก่บุคลากรทางการแพทย์จังหวัดชายแดนใต้

ผู้บริหารม.เกษตรศาสตร์ มจพ. และ สกสว. พร้อมด้วยทีมวิจัย ร่วมกันส่งมอบหน้ากากป้องกันสารพิษทางทหารเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในการป้องกันโควิด-19 จำนวน 30 ชุด แก่ศูนย์อำนวยการแพทย์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านรพ.รามาธิบดีจ่อคิวรับมอบอีก 500 ชุดหลังทำเรื่องขอครอบครองจากกรมอุตสาหกรรมทหารเรียบร้อยแล้ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดพิธีการรับมอบการบริจาคหน้ากากป้องกันสารพิษทางทหารพร้อมไส้กรองมาตรฐานสูงระดับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO จำนวน 30 ชุด แก่คณะผู้บริหารศูนย์อำนวยการแพทย์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อใช้เป็นสาธารณะประโยชน์ทางการแพทย์ ณ อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน พันเอก (พิเศษ) นพ.โชคชัย ขวัญพิชิต ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแพทย์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากเชื้อดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ศูนย์อำนวยการแพทย์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นหน่วยงานงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า มีหน้าที่ในการอำนวยการ ประสาน

Read More

นักวิจัยจับมือกรมศิลป์-สผ.ใช้เทคโนโลยีสำรวจโบราณสถาน วางแผนอนุรักษ์และสนับสนุนข้อมูลขอขึ้นบัญชีมรดกโลก

นักวิจัยเผยผลสำรวจพื้นที่เพื่อวางแผนอนุรักษ์โครงสร้างโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยร่วมกับกรมศิลปากร และรวบรวมข้อมูลสนับสนุนเชิงวิชาการด้านวิศวกรรมทั้งในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพและพนมรุ้ง ร่วมกับ สผ. เพื่อเตรียมเอกสารการขอขึ้นบัญชีมรดกโลก พร้อมขยายเครือข่ายวิจัยสู่ภูมิภาคหวังกระตุ้นการอนุรักษ์โบราณสถานและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า รศ. ดร.นคร ภู่วโรดม จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวหน้าชุดโครงการอนุรักษ์โครงสร้างโบราณสถานด้วยหลักวิศวกรรม ระยะที่สอง ภายใต้การสนับสนุนทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเผยว่า ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการอนุรักษ์โครงสร้างโบราณสถานระยะแรกในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา คณะวิจัยได้นำองค์ความรู้ที่พัฒนาขึ้นผนวกกับการวิจัยเชิงลึกอันต่อเนื่องมาดำเนินการวิจัยต่อยอดในโครงการระยะที่สอง ทั้งในพื้นที่โบราณสถานอันเป็นมรดกโลก เพื่อได้ผลการศึกษาเชิงวิศวกรรมที่จำเป็นต่อการวางแผนการอนุรักษ์และบำรุงรักษาโบราณสถาน รวมถึงเพื่อสนับสนุนข้อมูลสำหรับการขอขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกของประเทศไทย และเป็นแนวทางการศึกษาสำหรับแหล่งโบราณสถานอื่น ๆ ต่อไป ทั้งนี้ คณะวิจัยได้ลงพื้นที่สำรวจอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เพื่อวางแผนอนุรักษ์ บำรุงรักษาโบราณสถานมรดกโลกที่มีผลกระทบสำคัญเร่งด่วน อาทิ เจดีย์เอียง ฐานรากทรุด ทดสอบวัสดุเดิม และวัสดุทดแทนใหม่สำหรับการบูรณะให้เหมาะสมถูกต้องตามหลักวิศวกรรม รวมถึงการวางแผนร่วมกับอธิบดีกรมศิลปากรและทีมงาน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของการศึกษาที่มีประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะกับพื้นที่ศึกษามรดกโลก พร้อมทั้งวางแผนที่จะทำงานร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรวบรวมข้อมูลสนับสนุนเชิงวิชาการด้านวิศวกรรมของแหล่งมรดกโลกที่ต้องจัดเตรียมเอกสารการขอขึ้นทะเบียน เพื่อยื่นต่อองค์การยูเนสโก ประกอบด้วย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ และอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ขณะที่คณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีนำโดย รศ. ดร.สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์ ร่วมกันจัดทำฐานข้อมูลด้านวิศวกรรมของโบราณสถานในรูปแบบดิจิทัล ประเมินและติดตามสภาพโบราณสถานโดยใช้เทคโนโลยีการสแกนวัตถุ 3 มิติด้วยแสงเลเซอร์ และรวบรวมวัสดุตัวอย่างจากพื้นที่โบราณสถานต้นแบบภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

Read More

ทำผ้าทอเก็บเงินตั้ง ‘กองทุนหมู’ ชาวดอยห้วยตองก๊อรับมือสู้โควิด

ชาวดอยห้วยตองก๊อเมืองสามหมอกรับมือสู้โควิด-19 นักวิจัยแนะนำเงินที่ได้จากการทอผ้ามาตั้ง “กองทุนหมู” กับดอยสเตอร์ เป็นรายได้เสริมยามขาดนักท่องเที่ยวและจำหน่ายผ้าทอไม่ได้ เพื่อเป็นธนาคารอาหารที่เสริมความมั่นคงทางอาหารแก่ชุมชน พร้อมวางแผนปรับสินค้า วิธีขาย และการตลาดมากขึ้นในอนาคต นายสมภพ ยี่จอหอ นักวิจัยและพัฒนาจากดอยสเตอร์ ผู้รับทุนวิจัยจากฝ่ายการวิจัยมุ่งเป้า-เอสเอ็มอี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม ในโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อแรกเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทุกคนวิตกกันมากเพราะไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะชาวดอยบ้านห้วยตองก๊อ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นชุมชนปกาเกอะญอที่มีการผลิตผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติที่มีลวดลายผ้าเป็นเอกลักษณ์และมีศักยภาพทางการตลาดสูง ทำให้สินค้าของชุมชนภายใต้แบรนด์ "ตองก๊อแฟมิลี่" ร่วมกับดอยสเตอร์เป็นที่รู้จักและจดจำในตลาด ต้องหยุดชะงักไปพร้อมกับการท่องเที่ยวโดยชุมชน สถานการณ์โควิด-19 ทำให้สมาชิกในชุมชนต้องปิดหมู่บ้านและกักตัวห้ามคนเข้าออกหมู่บ้านเพื่อควบคุมโรค ในช่วงนี้นอกจากการพึ่งพิงแหล่งอาหารจากป่าจากไร่หมุนเวียนแล้ว สมาชิกชุมชนยังปลูกผักสวนครัวเพิ่มมากขึ้น เพื่อเสริมความหลากหลายและความมั่นคงทางอาหารแก่ครัวเรือนและชุมชน ส่วนแหล่งโปรตีนนั้นแต่เดิมเลี้ยงไก่เลี้ยงหมูไว้กิน มีปลาในลำห้วยลำธารให้หาอย่างอุดมสมบูรณ์ ล่าสุดได้ริเริ่มตั้งกองทุนหมูขึ้นเพื่อสร้างรายได้และเป็นแหล่งโปรตีนของชุมชน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากกองทุนวัวที่หน่วยงานอื่น ๆ เคยให้การสนับสนุนและชุมชนยังสามารถบริหารจัดการได้อย่างดี ตนจึงได้หารือและแนะนำให้เยาวชนที่ตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่บ้านมีรายได้เสริมอีกอย่าง คือ เลี้ยงหมูดอยไว้ขาย แล้วขยายมาให้ครอบครัวอื่น ๆ ได้เลี้ยงกันเพิ่มด้วยบ้านละ 1-2 ตัวในช่วงเริ่มต้น ทำเป็นกลุ่มเป็นกองทุนหมูกับดอยสเตอร์ ทั้งนี้ งานผ้าทอส่วนใหญ่มักจะเป็นงานของผู้หญิง ส่วนผู้ชายและเด็ก ๆ

Read More

ชาวบุรีรัมย์ปรับวิธีเก็บน้ำผึ้งเดือน 5 สืบสานประเพณีตีผึ้งร้อยรังช่วงโควิด

ชาวบุรีรัมย์สืบสานประเพณีตีผึ้งร้อยรัง ปรับวิธีเก็บน้ำผึ้งเดือน 5 ในช่วงโควิด-19 ตั้งแต่หัวค่ำจนถึงก่อนเคอร์ฟิวเพื่อให้เหมาะสมและถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่สูญเสียรายได้ของชุมชน พร้อมจัดเวรยามดูแลและทำงาน อ.สำราญ ธุระตา อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ หัวหน้าโครงการ “การเพิ่มคุณค่าและมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ่านอัตลักษณ์ประเพณีตีผึ้งชุมชนสายตรีพัฒนา 3 ตำบลบึงเจริญ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์” โดยการสนับสนุนทุนวิจัยจากฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า น้ำผึ้งเดือน 5 เป็นน้ำผึ้งคุณภาพดีที่หลายคนเฝ้ารอจับจองที่จะได้น้ำผึ้งแท้จากรวง ชาวชุมชนได้ช่วยกันอนุรักษ์ที่เน้นคุณค่ามากกว่าปริมาณ โดยจะปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ให้เห็นค่าของดีในชุมชนร่วมสืบสานต่อกันมา มีกฎระเบียบของหมู่บ้านที่หารือกันไว้ว่าจะเก็บน้ำผึ้งเพียงปีละครั้งเพื่อเป็นการอนุรักษ์ไว้เพื่อความยั่งยืน ชุมชนเล็กๆ แห่งนี้มี "ประเพณีตีผึ้งร้อยรัง" ซึ่งเป็นประเพณีประจำท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ และถือเป็นหนึ่งใน OTOP ท่องเที่ยว นวัตวิถี ที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่ง มีการนำเที่ยวชมผึ้งร้อยรังเพื่อชิมความหวานน้ำผึ้งเดือนห้า โดยทุกปีทางชุมชนจะร่วมกันตกแต่งสถานที่ให้สะอาดงดงามและเป็นระเบียบ มาท่องเที่ยวกัน ในทุกๆ ปี เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ชุมชนสายตรีพัฒนา 3

Read More

ชาวบุรีรัมย์ทำธนาคารอาหารสู้ภัยโควิด แนะภาคเกษตรต้องปรับตัวตลอดห่วงโซ่

สกสว.เผยชาวบ้านลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ร่วมกันพลิกฟื้นที่ดินว่างเปล่าหันมาปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อเป็นธนาคารอาหารของหมู่บ้านสู้ภัยโควิด-19 ในช่วงกักตัวปิดหมู่บ้าน ขณะที่นักวิชาการด้านสหกรณ์แนะหลังเปิดเมือง ภาคเกษตรต้องปรับตัวสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค พัฒนามาตรฐานสินค้าผลิตภัณฑ์ภายใต้มาตรฐานสุขอนามัย ผศ.อุทิศ ทาหอม หัวหน้าโครงการ "รูปแบบการพัฒนาศักยภาพทุนทางวัฒนธรรม เพื่อรองรับการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืนบ้านห้วยหวายพัฒนา ตำบลโคกสะอาด อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์" อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนการจากฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเผยว่า ตนและคณะวิจัยชาวบ้านได้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่แหล่งน้ำหนองโดนให้เป็นพื้นที่ “กินได้ เที่ยวได้ ขายได้” เมื่อมีปัญหาวิกฤตโควิด-19 ชาวบ้านจึงร่วมกันปลูกพืชผักสวนครัวไว้รับประทานสำหรับเป็นธนาคารอาหาร (Food Bank) หลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทางการได้สี่งปิดการเข้าออกหมู่บ้าน ชาวชุมชนบ้านห้วยหวายพัฒนาต้องกักตัว กักอาหาร เว้นห่างระยะ ตนจึงขยายผลงานวิจัยด้วยการชักชวนชาวบ้านร่วมกันพลิกฟื้นพื้นที่ว่างเปล่าของชุมชนบ้านห้วยหวายพัฒนารอบคูสระหนองโดน จำนวน 15 ไร่ ที่ทิ้งไว้เฉย ๆ ให้เกิดประโยชน์ ทำแปลงผักปลอดสารพิษจำนวน 51 แปลง กลายเป็นพื้นที่ทำกินของชุมชนและสร้างฐานอาหารรับมือวิกฤตโควิด-19 “แปลงผักปลอดสารพิษที่ชาวชุมชนได้ร่วมกันปลูก เมื่อได้ผลผลิตแล้วก็แบ่งกันทั้งชุมชน นอกจากการบริโภคในครัวเรือนแล้วยังนำไปขายในตลาดอำเภอลำปลายมาศ และมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อในชุมชน กลายเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญ ทำให้ชาวบ้านไม่ต้องออกไปซื้อหาอาหารภายนอกซึ่งเสี่ยงต่อการติดโรค และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ การที่ชุมชนได้ยกระดับฐานทรัพยากร

Read More

สกสว.จับมือภาคีขยายผลท่องเที่ยววิถีคลอง เจียระไนเป็นเพชรเม็ดงามของท่องเที่ยวไทย

ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดการประชุมหน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้องด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อรับฟังแนวคิดและสรุปการดำเนินงานเพื่อการขยายผลการพัฒนาการท่องเที่ยววิถีคลองในประเทศไทย ภายใต้โครงการวิจัย “การศึกษาศักยภาพการท่องเที่ยววิถีคลองในประเทศไทยและขยายผลการศึกษาวิจัย” ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ ทั้งนี้ โครงการวิจัยได้ศึกษาศักยภาพของแม่น้ำลำคลองในประเทศไทยรวม 25 ลุ่มน้ำ เพื่อสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ วิเคราะห์และประเมินศักยภาพของวิถีคลอง เพื่อจัดทำฐานข้อมูลและเสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยววิถีคลองที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจาก สกสว. ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานและนักวิจัยจากหลายมหาวิทยาลัย ซึ่งผู้อำนวยการ สกสว. คาดหวังว่าการประชุมในครั้งนี้จะได้รับข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงโครงการวิจัยและขยายผลต่อยอด สู่การพลิกโฉมการท่องเที่ยววิถีคลองตามวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โฮชา ที่ต้องการผลักดันให้ลุ่มน้ำต่าง ๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจด้วยเสน่ห์และอัตลักษณ์ของชุมชนที่ไม่แพ้ชาติอื่น นายอนันต์ วงศ์เบ็ญจรัตน์ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวระหว่างการเสวนา “ทิศทางการนำผลการวิจัยศักยภาพการท่องเที่ยววิถีคลองในประเทศไทย สู่การขยายผลและการใช้ประโยชน์” ว่าเราต้องพยายามหาผลงานวิจัยและสนับสนุนการพัฒนาเพื่อกำหนดนโยบายการทำงานของส่วนราชการ สิ่งสำคัญอย่างมากคือ แผนงานและโครงการที่มีแผนงบประมาณชัดเจนเพื่อจะได้ไปสานต่อ ทำอย่างไรจึงจะให้องค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวกลั่นกรองทิศทางในอนาคต 5-10 ปีข้างหน้า เพื่อให้ไทยเป็น ‘พี่เบิ้ม’ ใคร ๆ ต้องมาเรียนรู้จากเรา

Read More

ดัน ‘พริกปลอดภัย’ สู่เกษตรแปลงใหญ่ ถอดบทเรียนพื้นที่ปลูกน้อย-เหลือเงินมาก

นักวิจัยถอดบทเรียน “ปลูกพริกพื้นที่น้อย เหลือเงินมาก” หนุนโครงการพริกแปลงใหญ่ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดแพร่ ถือเป็นตัวอย่างที่นำนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ของรัฐบาลมาดำเนินการและได้ผลดีเพราะมีการรวมกลุ่มวิสาหกิจดำเนินงานบนฐานงานวิจัย “พริกปลอดภัย” สกสว. และหน่วยงานรัฐสนับสนุนต่อเนื่อง หลังจากประสบความสำเร็จในการทำโครงการ “พริกปลอดภัย” ที่จังหวัดชัยภูมิในปี 2553 อ.วีระ ภาคอุทัย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ประเมินภาพรวมทั้งจังหวัดพบว่ามีมูลค่าการขายพริกประมาณ 900 ล้านบาท มูลค่าจ้างเก็บพริกประมาณ 300 ล้านบาท ทำให้มีการขยายผลโครงการไปยังพื้นที่อื่น ๆ เช่น พริกผลใหญ่และพริกใหญ่พันธุ์ลูกผสม อ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่ และ พริกพันธุ์พื้นเมืองใน อ.ท่าวังผา จ.น่าน ซึ่งประสบปัญหาโรคและแมลงอย่างมากทั้งโรคกุ้งแห้ง ยอดเน่า รากเน่าโคนเน่า เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ไรขาว แมลงวันทองพริก หรือแมลงวันพริกและหนอนเจาะผล เป็นต้น ส่งผลให้ผลผลิตน้อยและราคาพริกที่เกษตรกรขายได้มีราคาตกต่ำ นักวิจัยระบุว่าปัญหาหลักเกิดจากเมล็ดที่เก็บไว้เองมีเชื้อรา ทำให้เกิดโรคกุ้งแห้งติดอยู่ การปลูกพริกหลังฤดูกาลปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือข้าวนาปีแล้วไม่มีการไถเตรียมดินแล้วคลุมแปลงด้วยฟางหรือเปลือกข้าวโพดก่อนปลูกพริกและปลูกถี่เกินไป เพื่อให้ต้นพริกพยุงต้นป้องกันต้นพริกล้มแปลงปลูกพริกอยู่ติดกันหรือปลูกพริกแน่น ไม่ได้วางแผนปลูกร่วมกัน หรือไม่ได้ก็บพริกที่เป็นโรคและแมลงออกจากสวน ให้น้ำแบบสายยางติดฝักบัวพ่นฝอยตลอดทำให้การแพร่กระจายของโรคกุ้งแห้งเป็นไปอย่างรวดเร็ว ดินเป็นกรด (ค่าพีเอชน้อยกว่า 6.0) ทำให้สิ้นเปลืองปุ๋ยและเกิดโรคจากเชื้อราได้ง่าย อ.วีระและคณะวิจัยจึงได้วิเคราะห์ปัญหาและจัดประชุมร่วมกับเกษตรกรและเจ้าหน้าที่เกษตร

Read More

สกสว. หนุนสร้างเครือข่ายวิจัยภูมิภาค ‘วิศวกรรมโบราณสถาน’

นักวิจัยม.ธรรมศาสตร์ลงพื้นที่สำรวจอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เก็บภาพถ่ายโบราณสถานทางอากาศเพื่อตรวจสอบความเสียหาย พร้อมตรวจวัดหาค่าความถี่ธรรมชาติของตัวโครงสร้างโบราณสถานและริเริ่มกระบวนการสร้างเครือข่ายวิจัยภูมิภาคแก่สถาบันอุดมศึกษาเพื่อถ่ายทอดความรู้สู่การวิจัยเชิงวิศวกรรมโบราณสถาน คณะวิจัยชุดโครงการอนุรักษ์โครงสร้างโบราณสถานด้วยหลักวิศวกรรม (ระยะที่ 2 ) นำโดย รศ. ดร.นคร ภู่วโรดม พร้อมด้วยทีมงานจากภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงพื้นที่สำรวจและเก็บข้อมูลเชิงวิศวกรรมของโบราณสถาน ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เพื่อเข้าสำรวจโบราณที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการศึกษาข้อมูลและบูรณะซ่อมแซมในอนาคต อันเป็นผลสืบเนื่องจากการลงพื้นที่ของคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับกรมศิลปากร เพื่อวางแผนอนุรักษ์ บำรุงรักษาโบราณสถานในเขตอุทยานที่มีผลกระทบสำคัญเร่งด่วน อาทิ เจดีย์เอียง ฐานรากทรุด ทดสอบวัสดุเดิม และวัสดุทดแทนใหม่สำหรับการบูรณะ โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการศึกษาวิจัยให้เหมาะสมถูกต้องตามหลักวิศวกรรมต่อไป รศ. ดร.นครระบุว่าการลงพื้นที่วิจัยที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยมีการดำเนินงานหลัก 2 ส่วน คือ การสำรวจเก็บภาพถ่ายโบราณสถานโดยใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และนำภาพถ่ายมาขึ้นแบบจำลองสามมิติ เพื่อตรวจสอบ รายงานผลความเสียหาย และวิเคราะห์โครงสร้าง โดยแปลงเป็นแบบจำลองทางเรขาคณิตหรือเรียกอีกอย่างคือการการสร้างแบบจำลองทางวิศวกรรมด้วยวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ ทำนายพฤติกรรมของโครงสร้างที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การนำโดรนมาใช้กับการตรวจสอบนั้นนอกจากสะดวกต่อการเข้าถึงพื้นที่ที่จำกัดแล้ว ยังช่วยในด้านการรักษาโบราณสถานที่อาจได้รับความเสียหายระหว่างทำการสำรวจโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ยังทำให้ได้ข้อมูลพื้นผิวโครงสร้างที่ครบถ้วน มีองค์ประกอบของสีที่หลากหลาย แก้ไขความผิดพลาดได้อย่างรวดเร็วระหว่างการสำรวจ ช่วยลดต้นทุน

Read More

สกสว.เดินหน้าหนุนงานศิลปวัฒนธรรมย่านเยาวราช เตรียมทำฝาท่อติดคิวอาร์โค้ดบอกเล่าเรื่องราวชุมชน

สกสว.พร้อมหนุนทีมวิจัยจากศิลปากรเดินหน้าพัฒนาทุนทางศิลปวัฒนธรรมย่านเยาวราช เตรียมทำฝาท่อติดคิวอาร์โค้ดบอกเล่าเรื่องราวของชุมชน หลังประสบความสำเร็จจากงานประติมากรรมฝาท่อระบายน้ำคลองโอ่งอ่าง สานพลังวิทย์ วิศวะ และศิลปะ เพื่อต่อยอดให้เกิดการวิจัยอย่างสร้างสรรค์และเหมาะสมที่สุดกับชุมชน รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐมา พงศ์ไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำสื่อมวลชนชมอาคารและชุมชนบนเส้นทางเดินริมคลองโอ่งอ่าง จากสะพานดำรงสถิต (สะพานเหล็ก) ถึงสะพานโอสถานนท์ พร้อมทั้งชมผลงานศิลปะบนฝาท่อระบายน้ำ 5 จุด ในโครงการวิจัย “การออกแบบประติมากรรมบนที่สาธารณะกับการมีส่วนร่วมของชุมชน” ซึ่งมี รองศาสตราจารย์จักรพันธ์ วิลาสินีกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประติมากรรม คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นหัวหน้าโครงการ ภายใต้การสนับสนุนของฝ่ายมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) หรือ สกสว.ในปัจจุบัน นักวิจัยได้เสนอแนวทางการออกแบบงานศิลปะประเภทต่าง ๆ ทั้งงานประติมากรรมและงานออกแบบศิลปะ 3 มิติ โดยสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร ได้นำไปใช้ในการปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชนใน “โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองโอ่งอ่าง” และโครงการศิลปะชุมชน “กิจกรรมแต้มสี กรุงเทพฯ” ปี 2561 นอกจากนี้ในโครงการส่วนต่อจากคลองโอ่งอ่างที่กรุงเทพมหานครมีแผนในการดำเนินการต่อไปนั้น การใช้งานศิลปะโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมก็เป็นแนวทางหนึ่งในการแสวงหาความร่วมมือจากชุมชน ล่าสุด

Read More

ทีมวิจัย สกสว. เข้าสำรวจ ‘มรดกโลกสุโขทัย’ เตรียมวางแผนอนุรักษ์พื้นที่เร่งด่วน

สกสว.หนุนทีมวิจัยลงพื้นที่สำรวจเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เพื่อวางแผนอนุรักษ์และบำรุงรักษาโบราณสถานที่มีผลกระทบตามความสำคัญเร่งด่วน ทั้งเจดีย์เอียงฐานทรุด และปัญหาการระบายน้ำทำให้น้ำท่วมขัง พร้อมทดสอบวัสดุเดิมและวัสดุทดแทนสำหรับการบูรณะ คณะวิจัยชุดโครงการอนุรักษ์โครงสร้างโบราณสถานด้วยหลักวิศวกรรม (ระยะที่ 2) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำโดย รศ. ดร.นคร ภู่วโรดม จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงพื้นที่สำรวจอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งเป็นมรดกโลกสำคัญของประเทศไทย และประชุมร่วมกับนางธาดา สังข์ทอง ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ถึงปัญหาสำคัญและพื้นที่วิจัยที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อให้คณะวิจัยเข้าไปสำรวจและวางแผนอนุรักษ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ นางธาดาระบุว่าจะต้องติดตามสำรวจโบราณสถานอันเป็นมรดกโลกและจัดทำแผนป้องกันการเสื่อมสภาพ เพื่อรายงานต่อองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ทุก ๆ 4 ปี ในเบื้องต้นทางอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยมีปัญหาเรื่องระบบน้ำและการระบายน้ำ รวมถึงการป้องกันตลิ่งและตระพังต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการออกแบบและขุดในระดับที่ลึกเกินไปทำให้เกิดการพังทลายในช่วงฤดูฝน โดยการระบายน้ำในเขตโบราณสถานที่มีชาวบ้านครอบครองอยู่อาศัยได้มีการถมดินทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้และเกิดการท่วมขัง ซึ่งปัจจุบันพบว่าฐานของโบราณสถานอยู่ต่ำกว่าชั้นดิน ทั้งนี้โบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยได้รับการบูรณะครั้งแรกในปี พ.ศ. 2496 โดยใช้ปูนซีเมนต์เป็นหลักและส่งผลกระทบต่อโบราณสถานในเวลาต่อมาจึงมีความพยายามที่จะสกัดปูนออกและแทนที่ด้วยปูนหมักเพื่อลดการใช้ซีเมนต์ “งานบูรณะส่วนใหญ่ของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเน้นที่การเสริมความมั่นคงเป็นหลัก มากกว่าการขุดค้นเพื่อเก็บข้อมูลทางวิชาการ แต่ปัญหาโครงสร้างต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทำให้มีความจำเป็นต้องอาศัยหลักวิชาการด้านวิศวกรรมเข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงการสำรวจใต้ดินว่ามีวัตถุโบราณล้ำค่าอีกหรือไม่ ซึ่งทางอุทยานฯ ยินดีให้ความร่วมมือกับนักวิจัยอย่างเต็มที่เพราะมีประโยชน์ใหญ่หลวงกับอุทยานฯ” สำหรับพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนคือ วัดมหาธาตุ ซึ่งเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูมเริ่มเอียง แม้ที่ผ่านมาจะมีหลายหน่วยงานทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาเก็บข้อมูลการเอียงของเจดีย์ แต่ก็ไม่ได้ส่งข้อมูลกลับมาให้ทางอุทยานฯ

Read More