Home > ท่องเที่ยว (Page 2)

ท่องเที่ยวไทยไร้ทางรอด เอกชนหวังเร่งเปิดประเทศ

ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ส่งให้ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยซึ่งถือเป็นจักรกลสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ต้องตกอยู่ในภาวะชะงักงันด้วยเหตุที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางเข้าออกประเทศได้อย่างอิสระ รวมถึงการปิดประเทศ ทำให้แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งร้างไร้ผู้คน จนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่างขาดรายได้ไปโดยปริยาย ภาพถนนข้าวสารที่เคยคึกคักและคลาคล่ำด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก จนทำให้เป็นประหนึ่งถนนที่ไม่มีวันหลับ หากแต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาด COVID-19 ซึ่งติดตามมาด้วยการปิดเมืองในช่วงปลายเดือนมีนาคมเป็นต้นมา ทำให้ถนนที่เป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทยต้องร้างไร้ไม่มีนักท่องเที่ยว และเป็นเหตุให้ร้านค้า ร้านอาหาร บริษัทให้บริการท่องเที่ยว และโรงแรมต่างปิดตัวลงเป็นจำนวนมาก โดยมีการประเมินว่ารายได้ในส่วนนี้หดหายไปมากกว่าร้อยละ 70-80 อีกด้วย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลไกที่เกี่ยวข้องพยายามกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ “ไทยเที่ยวไทย” เพื่อชดเชยรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะพยุงภาคการท่องเที่ยวที่เคยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 2.9 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 20 ของ GDP และมีการจ้างงานรวมมากกว่า 8.3 ล้านตำแหน่งในปี 2562 ได้ มูลเหตุสำคัญที่ทำให้มาตรการ “ไทยเที่ยวไทย” ไม่สามารถพยุงภาคการท่องเที่ยวโดยรวมได้มากนักเกิดจากข้อเท็จจริงที่ว่ารายได้ในลักษณะของ “ไทยเที่ยวไทย” โดยปกติมีสัดส่วนเพียง 1 ใน 3 ของรายได้ภาคท่องเที่ยวทั้งหมดเท่านั้น ขณะที่ปัจจุบันการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวยังกระจุกตัวในบางจังหวัดและบางช่วงเวลา ยังไม่นับรวมประเด็นว่าด้วยผลของมาตรการกระตุ้นไทยเที่ยวไทยยังเป็นไปอย่างจำกัด ข้อเรียกร้องสำคัญที่ผู้ประกอบการในธุรกิจการท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมาว่าด้วยการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาในประเทศไทยจึงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ในฐานะที่เป็นมาตรการจำเป็นต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและพยุงธุรกิจท่องเที่ยวให้รอดพ้นจากความล่มสลายจากผลของ COVID-19 อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการแต่ละรายต่างเชื่อว่าการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในห้วงเวลาจากนี้ ต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ที่คุ้มกับความเสี่ยง

Read More

เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ความหวังสุดท้ายกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

มติของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ที่เห็นชอบมาตรการเปิดประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourist VISA: STV) แบบ “จำกัดจำนวน” ตามที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ โดยจะเป็นการเปิดประเทศแบบจำกัด ด้วยการจำกัดเฉพาะนักท่องเที่ยวประเภท “พิเศษ” ที่จะมาพำนักอยู่ในประเทศไทยระยะยาวไม่ต่ำกว่า 90-270 วัน ในด้านหนึ่งอาจถือเป็นจุดเริ่มต้นของการออกเดินหน้าเพื่อฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจท่องเที่ยวของไทยให้ดำเนินต่อไปได้ หลังจากที่ต้องหยุดชะงักมานานเพราะการระบาดของไวรัส COVID-19 หากแต่ในอีกมิติหนึ่ง มติดังกล่าวดูจะตั้งอยู่ท่ามกลางการเล็งผลเลิศที่อาจไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของสถานการณ์โดยรอบ เพราะหลังจากที่มีการเปิดเผยว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนจากมณฑลกว่างโจวเดินทางมาประเทศไทย ในวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ซึ่งนับเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มแรกที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรหลังจากไทยผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีการประกาศเลื่อนการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศไทยไปเป็นวันที่ 25 ตุลาคมแทน ความสับสนในการออกมาตรการที่ดำเนินไปท่ามกลางเงื่อนไขที่จะต้องปฏิบัติหากต้องการจะเดินทางมายังประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นความประสงค์จะเดินทางมาพำนักระยะยาว หรือลองสเตย์ ภายในประเทศไทย การยอมรับที่จะปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข ที่ประกาศใช้ภายในประเทศไทย และตกลงยินยอมกักตัวในห้องพักจำนวน 14 วัน รวมถึงการมีหลักฐานสถานที่พักอาศัยระยะยาวภายในประเทศไทย โดยเฉพาะหลักฐานการชำระเงินค่าโรงแรมที่พัก หรือโรงพยาบาลที่พักภายในประเทศไทย ดูจะเป็นเงื่อนไขที่ไม่ได้สอดรับกับความพร้อมของทั้งผู้ประกอบการและความกังวลใจของประชาชนในพื้นที่ การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจควรคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในแต่ละพื้นที่ เพราะประชาชนในจังหวัดท่องเที่ยว อาจไม่ได้เห็นด้วยกับการเปิดรับนักท่องเที่ยวทั้งหมด ความกังวลใจของพวกเขายังผูกพันอยู่กับมายาภาพที่ ศบค. ได้สร้างไว้ตลอดระยะเวลา 6-7

Read More

Staycation หย่อนใจ ใกล้บ้าน

การท่องเที่ยวถือเป็นกิจกรรมในการพักผ่อนหย่อนใจที่เป็นที่โปรดปรานของใครหลายๆ คน แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้การเดินทางมีข้อจำกัด อีกทั้งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ยังส่งผลให้เราต้องหันมารัดเข็มขัดและคุมเข้มกับการจับจ่ายใช้จ่ายกันมากขึ้น รูปแบบการท่องเที่ยวจึงต้องปรับเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน เที่ยวใกล้บ้าน เดินทางง่าย สบายกระเป๋า ตามสไตล์ “Staycation” จึงกลายมาเป็นตัวเลือกที่กำลังมาแรงในหมู่คนชอบเที่ยวอยู่ในขณะนี้ Stay + Vacation = Staycation “Staycation” มาจากคำว่า “Stay” บวกกับ “Vacation” คำ 2 คำที่มีความหมายที่ดูขัดกัน แต่เมื่อนำมาผสมเข้าด้วยกันกลับกลายเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวและพักผ่อนที่มีเสน่ห์ในตัวเอง Staycation เป็นการท่องเที่ยวพักผ่อนในละแวกท้องถิ่นที่เราอยู่ เดิมทีหมายถึงการพักร้อนอยู่กับบ้าน โดยอาจจะปรับเปลี่ยนบรรยากาศของบ้าน ทำกิจกรรมใหม่ๆ แต่ในระยะหลังยังหมายรวมถึงการท่องเที่ยวในเมืองและในท้องถิ่นที่ตนเองอาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เราได้หันมาทำความรู้จักกับพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ด้วยมุมมองใหม่ เหมือนเราเป็นนักท่องเที่ยวในบ้านของตัวเอง ไลฟ์สไตล์แบบ Staycation เริ่มเป็นที่แพร่หลายในหมู่อเมริกันชนในช่วงเกิดวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์หรือที่รู้จักกันในชื่อ Hamburger Crisis ซึ่งเกิดในช่วงปี 2007-2010 วิกฤตครั้งนั้นทำให้คนอเมริกันต้องระมัดระวังเรื่องการใช้เงิน เลยหันมาเที่ยวในเมืองที่อาศัยอยู่แทนเพราะค่าใช้จ่ายไม่สูง เช่นเดียวกับทางฟากเกาะอังกฤษ ซึ่งความนิยมในการพักผ่อนแบบนี้เกิดขึ้นในราวๆ ปี 2009 เป็นช่วงที่เงินปอนด์อ่อนค่าลง ทำให้ชาวอังกฤษเลือกที่จะ Staycation แทนการเดินทางไป Vacation ในที่ไกลๆ เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย

Read More

เคทีซีพัฒนาแพลตฟอร์มท่องเที่ยวรองรับบริการ 24/7 ผนึกพันธมิตรเดินหน้าหวังครองใจสมาชิกนักเดินทาง

เคทีซีพลิกวิกฤติช่วงโควิด-19 ให้เป็นโอกาส ลุยปรับกลยุทธ์ธุรกิจท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ ประเดิมด้วยการปรับโฉม “KTC World Travel Service” ศูนย์บริการการเดินทางและท่องเที่ยวสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี ด้วย 3 แกนหลัก “ซ่อม” “สร้าง” และ “สนับสนุน” ให้สมาชิกฯ อุ่นใจกับการเดินทางท่องเที่ยวและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยบริการ 24 ชั่วโมง รองรับความต้องการของสมาชิก ผ่านช่องทางโทรศัพท์ 02 123 5050 เว็บไซต์ www.ktc.co.th/ktcworld ไลน์ @ KTCWorld และ KTC World Facebook Fanpage พร้อมจับมือพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยวออกแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ นางสาวเจนจิต ลัดพลี ผู้อำนวยการ การตลาดเพื่อการท่องเที่ยวและสันทนาการ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากวิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

Read More

เอสเอ็มอีท่องเที่ยวไทย เผชิญวิกฤตที่ยังไร้ทางออก

อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าอุตสาหกรรมหลักๆ ของไทยที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ พึ่งพารายได้จากต่างประเทศเป็นหลัก และเมื่อเกิดวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้สร้างผลกระทบเชิงลบในทุกระนาบ โดยที่ไม่อาจรู้ได้เลยว่า เมื่อใดสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากวิกฤตโควิด-19 คือ ภาคการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุน แม้ว่าในห้วงเวลาปัจจุบันไวรัสจะยังคงอยู่บนโลกนี้อย่างไม่มีวี่แววว่าจะจางหายไป แต่สถานการณ์การส่งออกของไทยยังพอมีแรงที่จะขับเคลื่อนไปได้บ้าง เมื่อไทยยังเป็นแหล่งผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกที่ประเทศคู่ค้าต้องการ ขณะที่ภาคการลงทุนที่เหล่านักลงทุนยังต้องมองสถานการณ์ในหลายๆ ด้านประกอบการตัดสินใจ ทั้งเศรษฐกิจโลก ปัญหาการเมืองที่เริ่มส่งสัญญาณความรุนแรงเพิ่มขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเลื่อนการลงทุนในไทยออกไป เมื่อยังมองหาเสถียรภาพที่มั่นคงได้ยากขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลายฝ่ายยอมรับว่าครั้งนี้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวประสบกับวิกฤตของจริง เมื่อรายได้หลักมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 70-80% โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยปี 2562 ประมาณ 39.7 ล้านคน และสร้างรายได้มากถึง 1.93 ล้านล้านบาท ขณะที่ปีนี้ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับไวรัสร้ายนี้ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.) มีจำนวนเพียง 6.69 ล้านคน และสร้างรายได้รวม 3.32 แสนล้านบาท ซึ่งหากเปรียบเทียบตัวเลขรายได้กับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วจะพบว่ารายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงไปประมาณ 4.89 แสนล้านบาท การสูญเสียรายได้หลักของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวส่งผลให้มีผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวจดทะเบียนขอเลิกประกอบกิจการประมาณ 90 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ประกอบการที่มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ 39 ราย เชียงใหม่ 9 ราย ภูเก็ต

Read More

3 อุตสาหกรรมฟื้นตัวช้า พิษโควิด-19 ทำซึมนาน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลต่อธุรกิจในหลายกลุ่มด้วยกัน มาตรการของภาครัฐในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค ด้วยการสั่งหยุดดำเนินกิจการและกิจกรรมหลายด้าน ตั้งแต่ระดับที่ต้องหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว การจำกัดพื้นที่ให้บริการ หรือบางธุรกิจที่ยังพอจะสามารถดำเนินกิจการได้ แต่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ ซึ่งเป็นเหตุให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น ถึงกระนั้น การที่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นอาจเป็นทางออกที่ดีกว่า เมื่อยังสามารถดำเนินกิจการได้ในช่วงเวลาดังกล่าว เมื่อเปรียบเทียบกับบางกลุ่มธุรกิจที่ยังไม่รู้ว่า หากในอนาคตอันใกล้นี้ รัฐบาลประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายระยะที่ 4 แล้ว จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในด้านธุรกิจให้กลับมาดีดังเช่นก่อนโควิดจะแพร่ระบาดได้หรือไม่ และ 3 กลุ่มธุรกิจที่อาจต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างยาวนานต่อเนื่อง คือ ธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจยานยนต์ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นั่นเพราะเงื่อนไขที่จะส่งผลให้ธุรกิจทั้ง 3 กลุ่มนี้กลับมาเดินเครื่องได้เฉกเช่นเดิม ไม่ใช่เพียงมาตรการปลดล็อกมาตรการในระยะ 4 หรือ 5 เท่านั้น เพราะยังมีปัจจัยจากประเทศอื่นร่วมด้วย ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในประเทศอื่นๆ จะจบลงเมื่อใด จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลก รวมไปถึงมาตรการดูแลรักษาและการจำกัดวงของการแพร่ระบาด สามารถทำได้ดีมากน้อยเพียงใด ขณะที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันว่า “วัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19” อาจเป็นข้อสรุปของทุกปัญหา อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ด้วยรายได้จากการท่องเที่ยวในแต่ละปี ที่มีมูลค่าคิดเป็นสัดส่วน 17-20% ของจีดีพี แม้ว่าปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2562) ไทยต้องเผชิญกับปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรอบด้าน ทั้งสงครามการค้า

Read More

พิษโควิด-19 ท่องเที่ยวไทยล้มทั้งยืน

การท่องเที่ยวไทยเป็นอีกหนึ่งเครื่องจักรสำคัญของไทยในการสร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาล ด้วยเหตุนี้ภาครัฐและเอกชนจึงให้ความสำคัญกับตลาดท่องเที่ยว และมักจะมีแคมเปญที่ทั้งสองฝ่ายทำร่วมกันตลอด ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมด้านการประชาสัมพันธ์ การตลาดที่มีเป้าประสงค์ให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางมาเที่ยวยังประเทศไทย นอกจากนี้อีกหนึ่งประจักษ์พยานสำคัญ คือการที่หลายฝ่ายเริ่มตระหนักถึงการดูแลทรัพยากรทางธรรมชาติให้อยู่ในสมดุลที่ดี รวมไปถึงการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อให้พร้อมสำหรับภาคการบริการ ไทยพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 การท่องเที่ยวไทยสร้างรายได้รวมสูงถึง 3.01 ล้านล้านบาท ตัวเลขนี้เป็นการขยายตัวร้อยละ 2.37 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.93 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.05 และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สร้างรายได้ในไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน มาเลเซีย รัสเซีย ญี่ปุ่น และอินเดีย ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ สร้างรายได้ 1.08 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.18 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และจังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวของคนไทยสูงสุด 3 อันดับแรกคือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ปี 2562 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทยเป็นจำนวนสูงถึง 39.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยสูงสุด 5 อันดับ

Read More

ท่องเที่ยวทรุดส่งออกฟุบ ฉุดเศรษฐกิจไทย ดึง GDP ติดลบ

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างทำให้หลายฝ่ายคาดว่า เศรษฐกิจโลกปี 2563 อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) อีกครั้งในรอบกว่า 10 ปี นับตั้งแต่วิกฤต Hamburger ซึ่งเศรษฐกิจไทยก็จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทั้งทางตรงและทางอ้อมในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การบริโภคและการลงทุน รวมถึง “การส่งออก” ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ใหญ่ที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงพาณิชย์เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่าตัวเลขการส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ 2563 หดตัวที่ร้อยละ 4.5 ซึ่งจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ “ดีกว่า” การคาดการณ์ที่หลายฝ่ายประเมินไว้ก่อนหน้านี้ โดยในด้านหนึ่งเป็นผลจากการได้อานิสงส์จากการส่งออกทองคำที่ขยายตัวถึงร้อยละ 180 แล้ว ขณะที่ตลาดส่งออกสำคัญของไทยที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ในสัดส่วนสูงทั้งจีน EU สหรัฐฯ ตะวันออกกลาง เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันคิดเป็นเกือบร้อยละ 50 ของมูลค่าส่งออกรวมของไทย หดตัว “น้อยกว่าที่คาด” แม้ว่าการส่งออกของไทยโดยรวมในช่วง 2 เดือนแรกปี 2563 จะหดตัวเพียงร้อยละ 0.8

Read More

ททท. จับมือ บางกอกแอร์เวย์ส ดึงนักท่องเที่ยวเดินทางระยะใกล้บินเที่ยวไทยช่วงกรีนซีซั่น

นายกฤษฎา รัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนายคมกริช งามวงศ์วิโรจน์ ผู้อำนวยการส่วนขาย - ยุโรป แอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออนไลน์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ร่วมกันแถลงข่าวโครงการ Fly me to Thailand ดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศ CLMV มาเลเซีย สิงคโปร์และอินเดีย เข้าประเทศไทยหวังกระตุ้นรายได้ช่วงกรีนซีซั่น ซึ่งตรงกับช่วงปิดเทอมของนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียน และเพื่อเป็นการต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ณ ห้องสมุด อาคาร ททท. นายกฤษฎา รัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า ททท. ได้ร่วมกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ดำเนินโครงการ Fly me to Thailand มุ่งเป้าหมายนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ประเทศมาเลเซีย

Read More

ฮอยอัน: ฉันรัก (อาหาร) เธอจัง

อาคารสไตล์โคโลเนียลสีเหลืองมัสตาร์ดที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ ผสานกับวิถีชีวิตดั้งเดิมอย่างมีชีวิตชีวาและกลมกลืน กลายเป็นมนตร์เสน่ห์ดึงดูดผู้คนต่างที่ต่างถิ่นมาเยือน สถานที่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองมรดกโลกที่ยังมีลมหายใจ เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ตอนกลางของเวียดนาม...ฮอยอัน.... ฮอยอัน (Hoi An) เมืองขนาดเล็กตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลจีนใต้ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่เจริญรุ่งเรืองและเป็นเมืองท่าใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชาวต่างชาติทั้งจีน ญี่ปุ่น ดัตช์ และอินเดีย เข้ามาทำการค้าขายและตั้งถิ่นฐานอยู่จำนวนมาก จนเกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความเป็นอยู่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ปี พ.ศ. 2542 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ขึ้นทะเบียนเขตเมืองเก่าของฮอยอันให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เพราะถือเป็นตัวอย่างเมืองท่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสมัยคริศต์ศตวรรษที่ 15-19 ที่มีการผสมผสานศิลปะและสถาปัตยกรรมของท้องถิ่นและต่างชาติได้อย่างมีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีการอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนให้คงอยู่ในสภาพเดิมไว้ได้อย่างดี จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองมรดกโลกที่ยังคงมีลมหายใจ” ภายในเขตเมืองเก่าเรียงรายด้วยอาคารสีเหลืองมัสตาร์ดอันเป็นสถาปัตยกรรมที่เกิดจากการผสมผสานอาคารสไตล์โคโลเนียลฝรั่งเศสกับสถาปัตยกรรมแบบจีนที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ กลางคืนเมืองจะสว่างไสวไปด้วยโคมกระดาษหลากสี สร้างบรรยากาศโรแมนติกและแสนจะมีเสน่ห์ นอกจากความงดงามของอาคารบ้านเรือนและวิถีชีวิตแล้ว อาหารการกินก็เป็นอย่างที่จะทำให้เราตกหลุมรักฮอยอันได้ง่ายๆ อาหารเวียดนามในแต่ละภาคมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน อันเนื่องมาจากสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศที่ทอดตัวยาวไปตามแนวชายฝั่งทะเล ผสานกับความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและพืชพรรณธัญญาหาร อีกทั้งได้รับอิทธิพลจากจีนและฝรั่งเศสสมัยที่เข้ามาปกครองเวียดนาม ที่ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของวัฒนธรรมการกินอีกด้วย สำหรับฮอยอันนั้นอุดมไปด้วยร้านอาหารตั้งแต่ร้านข้างทางหรือสตรีทฟู้ด แผงลอย ไปจนถึงร้านอาหารหรูๆ แทรกซึมอยู่ทุกพื้นที่ของเมือง อาหารหลากประเภท ที่สำคัญรสชาติถูกปากแทบทุกร้าน พอจะแนะนำให้ได้รู้จักได้บางส่วน เริ่มจากจานแรกถ้ามาฮอยอันแล้วไม่ควรพลาด นั่นคือ “Cao Lâu” (เกาเลา) เป็นก๋วยเตี๋ยวซิกเนเจอร์ของฮอยอัน ประกอบด้วยหมูปรุงรสคล้ายหมูแดง (หมักด้วยน้ำตาล เกลือ พริกไทย

Read More