Home > ตลาดแรงงานไทย

ภาวะเศรษฐกิจไทย เมื่อถึงคราวเครื่องยนต์ดับ!!

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจไทยช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 นอกจากจะปราศจากสัญญาณเชิงบวกที่จะช่วยผลักดันให้เกิดความหวังว่าด้วยการฟื้นตัวอย่างที่หลายฝ่ายเฝ้าติดตามแล้ว ดูเหมือนว่าผลกระทบว่าด้วยการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติ ยังมีผลให้ภาคการผลิตของไทยได้รับผลกระทบต่อเนื่องจนอาจจะเป็นเหตุให้เกิดการจ้างงานในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย การส่งออกของไทยที่ตกต่ำลงจะอยู่ในภาวะติดลบต่อเนื่องในระดับร้อยละ 1.5-2.0 ส่งผลให้เกิดภาวะชะลอตัวในการจ้างแรงงานในภาคการผลิต โดยเฉพาะการผลิตเพื่อการส่งออก โลจิสติกส์ ค้าปลีกและค้าส่ง ที่ส่งสัญญาณชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างมาก สัญญาณการจ้างงานที่ลดต่ำลง ในด้านหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้ประกอบการบางส่วนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต ไปสู่กระบวนการผลิตที่มีวิทยาการสูงขึ้น รวมถึงการใช้หุ่นยนต์หรือ AI เข้ามาประกอบส่วน ซึ่งกรณีเช่นว่านี้กลายเป็นความเสี่ยงต่อตลาดแรงงานโดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ระบบในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2563 อีกประมาณ 5.24 แสนคน ซึ่งกำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งในมิติของปัญหาทางเศรษฐกิจสังคมที่สังคมไทยจะต้องเผชิญ เพราะจะทำให้สังคมไทยต้องแบกหนักและประสบปัญหาภาวะว่างงานสูงขึ้น ขณะที่กลไกรัฐจำเป็นต้องออกมาตรการประคับประคองสถานการณ์และกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการบริโภคภายในก่อนที่จะทรุดหนักไปมากกว่านี้ ความหนักหน่วงของสถานการณ์การเลิกจ้างแรงงานสามารถประเมินได้จากสัญญาณจากมาตรการขึ้นต้นว่าด้วยการเริ่มไม่รับพนักงานใหม่เพิ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตแทนตำแหน่งที่ว่าง การใช้หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรอัตโนมัติในกระบวนการผลิตมากขึ้น ไปสู่การเลิกจ้างบริษัทภายนอกเกี่ยวกับแรงงาน การลดค่าล่วงเวลา การลดชั่วโมงการทำงาน ไปจนสู่การปิดไลน์การผลิต และการปิดสาขาหรือโรงงานการผลิตที่ไม่จำเป็น จนถึงการปลดออกแรงงานในที่สุด ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดแรงงานไทยในห้วงเวลาปัจจุบันอยู่ที่แรงงานไทยในทุกภาคการผลิตมีอยู่ประมาณ 37.6 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 56.5 ของประชากรทั้งหมด ขณะที่กลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักทั้งการส่งออก การลงทุน การบริโภคลดลง มีเพียงภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตในปี 2562 ซึ่งกลายเป็นปัจจัยกดดันการจ้างงานปีนี้และต่อเนื่องถึงปี 2563 โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรกถึงไตรมาสสองของปีหน้าอีกด้วย ปัจจัยลบที่จะมีผลต่อตลาดแรงงานในระยะต่อไป นอกเหนือจากการเริ่มเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่เน้นเทคโนโลยีแทนคนเพิ่มขึ้นแล้ว เงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนที่เน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในวัฏจักรชะลอตัว กำลังจะส่งผลให้เกิดการว่างงานอย่างกว้างขวาง แต่ด้วยเหตุที่แรงงานไทยจำนวนไม่น้อยเป็นแรงงานนอกระบบ ทำให้ดูเหมือนว่าประเทศไทยมีอัตราการว่างงานอยู่ในเกณฑ์ต่ำ

Read More

ธุรกิจ-อุตสาหกรรมปรับตัว ส่งตลาดแรงงานสะเทือน

การประกาศปิดสาขาของธนาคารพร้อมกับแผนที่จะลดจำนวนพนักงานลงตามแผนพัฒนาในกรอบระยะเวลา 3 ปีนับจากนี้ของธนาคารไทยพาณิชย์ นอกจากจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับการประกาศผลการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง ที่มีมติให้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ประจำปี 2561 ทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ด้วยอัตรา 308-330 บาทต่อวัน ในอีกด้านหนึ่งยังเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามปรับตัวของภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรม ที่กำลังถูกท่วมทับด้วยกระแสธารของเทคโนโลยีในยุคสมัยแห่งดิจิทัล ถ้อยแถลงของอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ในงาน SCB VISION 2020 ที่ระบุถึงการ “ลดสาขา” และ “ลดพนักงาน” ลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 2018-2020 ของธนาคารไทยพาณิชย์ จากจำนวนสาขาที่มีอยู่ 1,153 สาขาให้เหลือ 400 สาขา และปรับลดจำนวนพนักงานจาก 27,000 คน ให้เหลือ 15,000 คน ในด้านหนึ่งอาจไม่ใช่สิ่งเหนือความคาดหมาย หากแต่กรณีที่ว่านี้กลายเป็นประเด็นร้อน เพราะนี่ถือเป็นการประกาศทิศทางของการเปลี่ยนผ่าน หรือ SCB Transformation อย่างเป็นทางการสู่สาธารณะให้ได้ร่วมรับรู้ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในระบบธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจธนาคารและสถาบันการเงินก็คือเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มในการให้บริการได้ขยับคืบรุกไล่เข้ามามีบทบาทต่อวิถีความคิดและรูปแบบการให้บริการแบบเดิมด้วยอัตราเร่ง และทำให้ปรากฏการณ์แห่งการปิดและลดจำนวนสาขาของธนาคารแต่ละแห่ง กลายเป็นภาพที่ชินตาตั้งแต่เมื่อปีที่ผ่านมา

Read More