Home > การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

BOI ดิ้นเฮือกใหญ่ หวังดึง FDI ลงทุนในไทย

ความซบเซาทางเศรษฐกิจทั้งในระดับนานาชาติและของไทย ที่ทำให้ภาวะการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ลดลงมากเป็นประวัติการณ์ที่ร้อยละ -30 ถึงร้อยละ -40 กำลังส่งผลลบต่อสภาพการลงทุนในประเทศไทยและการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อย่างหนัก จนเป็นเหตุให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI ต้องเร่งระดมสรรพกำลังเพื่อกระตุ้นการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ลดต่ำลงสามารถพิจารณาได้จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ระบุว่าในปี 2562 มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ขอรับการส่งเสริมรวม 991โครงการ ปริมาณเงินลงทุน 506,230 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 876 โครงการ เงินลงทุน 281,873 ล้านบาท ขณะที่ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2563 มี FDI ขอรับการส่งเสริมรวม 459 โครงการ เงินลงทุน 75,902 ล้านบาท ซึ่งแม้จะมีจำนวนโครงการเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 แต่มูลค่าเงินลงทุนกลับลดลงถึงร้อยละ 34 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ BOI ต้องเร่งปรับแผนเพื่อดึงการลงทุน

Read More

ทุนนอกไหลเข้าอาเซียน หวังหลบภัยสงครามการค้า

ความเป็นไปของอาเซียนโดยเฉพาะกรณีว่าด้วยการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ดูจะเป็นประหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน เพราะไม่เพียงแต่จะมีส่วนส่งเสริมการขยายฐานการลงทุนแล้ว กรณีดังกล่าวยังเชื่อว่าจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มอัตราการจ้างงานภายในภูมิภาค ซึ่งที่ผ่านมาพัฒนาการและแนวโน้มด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศทั้งขาเข้าและขาออกทั้งหมดภายในอาเซียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มูลเหตุหนึ่งที่ทำให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในอาเซียน (ASEAN FDI) มีลักษณะขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น นอกจากจะเกิดขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการลงทุนภายในอาเซียนเอง ที่เกิดขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าธุรกรรมด้านการซื้อขายและควบรวมกิจการ (Merger & Acquisition: M&A) แล้ว การพัฒนาพื้นฐานทางเศรษฐกิจมหภาคและสภาพแวดล้อมด้านการลงทุนในระดับภูมิภาคก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเปิดโอกาสการลงทุนที่มากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของการลงทุนจากแหล่งใหม่ (Emerging Sources) ที่มีจีนเป็นผู้เร่งปฏิกริยา การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้มีการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ไหลรินเข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลของการอาศัยหลักการผลิตที่ได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ อัตราค่าจ้างแรงงานที่ต่ำกว่า ข้อได้เปรียบจากขนาดของการผลิต (economy of scale) และห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ในการผลิตสินค้า ส่งผลทำให้จีนเปลี่ยนจากประเทศที่รับจ้างผลิต มาเป็นผู้ส่งออกสินค้า และแปลงสถานะมาเป็นคู่ค้าที่ได้เปรียบประเทศอื่นๆ ในที่สุด สัดส่วนของการค้าและการลงทุนในประเทศจีนที่มากล้น จนมีมูลค่าและสัดส่วนของการลงทุนที่มากเกินกว่าจะขยายได้ในประเทศ ทำให้ในปัจจุบันไม่เพียงแต่จีนจะกลายมาเป็นผู้ส่งออกสินค้าให้กับโลกแล้ว ยังรวมไปถึงการส่งเงินทุนออกไปภายนอกประเทศ (Outward Foreign Direct

Read More