Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bullet Today's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Entrepreneurship
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 SMEs
bullet2 IT
bullet2 Inno Edge
- An Oak by the window
- Marketing Click
- Green Mirror
- Let's talk urban
- Trading Edge

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มกราคม 2547








 
นิตยสารผู้จัดการ มกราคม 2547
Big Brother
โดย ธวัชชัย อนุพงศ์อนันต์
   





สำหรับแฟนนิยายของ จอร์จ ออร์เวลล์ ก็คงจะคุ้นเคยกับ Big Brother และประโยคที่ว่า "BIG BROTHER IS WATCHING YOU"

Big Brother เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกจากนิยายคลาสสิกของ จอร์จ ออร์เวลล์ เรื่อง "Nineteen Eighty-four" หรือ "1984"

ใน "1984" Big Brother จะคอยติดตามพฤติกรรมของมนุษย์ตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นนอนในตอนเช้า ไปจนถึงเข้านอน และระหว่างฝันหรือละเมอในยามค่ำคืน

จอร์จ ออร์เวลล์ เป็นผู้เขียนนิยายที่ทำเป็นภาพยนตร์ เมื่อสองสามปีก่อน คือ "Animal Farm" และส่วนใหญ่คนไทยรุ่นใหม่ก็รู้จัก จอร์จ ออร์เวลล์ จาก "Animal Farm" มากกว่า "1984" ซึ่งถูกผลิตเป็นภาพยนตร์ที่ก่อนหน้านั้นนานมาก

จอร์จ ออร์เวลล์ เพิ่งฉลองวันเกิดครบรอบหนึ่งร้อยปีเมื่อกลางปีนี้เอง

ในช่วงหลายปีหลังนี้ Big Brother กลับมาเป็นที่กล่าวขวัญถึงกันอีกครั้ง เมื่อมีการทำรายการเกมโชว์ซึ่งเริ่มต้นในประเทศอเมริกาในชื่อ Big Brother ก่อนจะระบาดเข้ามาในประเทศออสเตรเลียในปี 2001

Big Brother จะเป็นเกมโชว์ที่เอาคนมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้าน โดยจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ นั่นคือจะมีการพูดคุย ทำความรู้จัก เข้าใจกันมากขึ้น ทะเลาะกัน คืนดีกัน คิดถึงกัน รักกัน และเกลียดกัน โดยมีผู้ชมทางบ้านเป็นคนตัดสินใจว่าจะให้ใครออกจากบ้าน และจะให้ใครชนะในการแข่งขันผ่านการโหวต ที่สำคัญ จะมีห้องให้ระบายความในใจด้วย

ถ้าใครยังนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงภาพยนตร์ที่สร้าง เมื่อหลายปีก่อน อย่าง "The Truman Show" และ "EdTV" หรือถ้าจะให้ใกล้ตัวเข้ามาหน่อยก็ต้องรายการเกมโชว์ในเมืองไทย ที่เราซื้อลิขสิทธิ์รายการจากต่างประเทศมาทำแบบ ไทยๆ โดยเอาคนมาอยู่ด้วยกันในร้านอาหาร และให้ช่วยกันจัดการร้านอาหาร โดยคนดูทางบ้านจะโหวตให้คะแนน

ในรายการอย่างไทยๆ เราก็เห็นน้ำตาของผู้ร่วมรายการ เช่นเดียวกับความรักก่อเกิดในร้านอาหาร

Big Brother เล่นกับกิเลสของมนุษย์ที่ต้องการอยากรู้อยากเห็นชีวิตประจำวันของคนอื่นๆ จริงๆ แล้วมันก็เป็นฉากเดิมๆ บรรยากาศเดิมๆ เหมือนที่เราท่านเจอกันอยู่ แต่จุดสำคัญอยู่ที่มันเป็นเรื่องของคนอื่น เรื่องของคนธรรมดาและการตัดสินใจของคนธรรมดา ที่ไม่มีปัจจัยของพระเอก นางเอก ผู้ร้าย นางอิจฉา เข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นการตัดสินใจแบบคนธรรมดาจริงๆ โดยคนดูก็จะจินตนาการว่าถ้าตนเองไปอยู่ในสถานการณ์อย่างนั้นจะทำอย่างไร

แต่ลึกๆ แล้ว ไม่มีคนดูคนใดอยากให้คนอื่นมาจ้องดูเราหรอก เหมือนที่เราชอบนินทาคนอื่น แต่ไม่ชอบให้คนอื่นพูดถึงเรา

คอลัมน์ซุบซิบนินทาดารา และไฮโซ จึงฟูเฟื่องและอยู่มายาวนานจากสมัยพ่อแม่เราจนถึงปัจจุบัน หน้าสังคมในหนังสือพิมพ์ก็เป็นหน้าที่ขาดไม่ได้สำหรับสังคมไทย รวมถึงสังคมออสเตรเลียด้วย และความอยากรู้อยากเห็นเรื่องของคนอื่นๆ ทำให้รายการนี้โด่งดังมาก โดยคนดูทางบ้านทุกคนทำหน้าที่เป็น Big Brother

รายการที่ใช้คอนเซ็ปต์ที่ไม่หนีจากกันมาก แต่ใส่สีสันของนางฟ้าเทวดาเข้าไป อย่าง The Bachelor ซึ่งเป็นรายการจับคู่ โดยในรายการจะเอาหนุ่มโสด หล่อเฟี้ยวฐานะร่ำรวย เป็นหนุ่มในฝันของผู้หญิงทุกคน แต่อาภัพรัก ทางรายการจึงจัดหาผู้หญิงมาให้เลือก โดยการเลือกจะแบ่งเป็นรอบๆ ตั้งแต่รอบคัดเลือก แล้วค่อยๆ คัดออกเหมือนประกวดนางงาม จนเหลือคนสุดท้ายที่จะได้แต่งงานกับหนุ่มโสดคนนี้

โดยในการเลือกจะไม่ได้ดูแค่คุณสมบัติภายนอก หรือการสัมภาษณ์ เหมือนที่เราอาจพอเห็นในรายการจับคู่ให้ดาราในเมืองไทย แต่ในรายการจะให้ออกเดท พูดคุยกัน โดยหนุ่มโสด นี้จะมีโอกาสออกเดท พูดคุยอย่างใกล้ชิดกับผู้หญิงที่เข้ารอบทุกคน ก่อนจะตัดสินใจเลือกในท้ายที่สุด

เรียกได้ว่าเราจะได้เห็นซีรี่ส์สั้นๆ ของความสัมพันธ์ กับผู้หญิงแต่ละคน บางคนอาจจะได้สัมพันธ์ลึกซึ้ง หรือ บางคนอาจจะเป็นเพียงผิวเผินเท่านั้น

The Bachelor ประสบความสำเร็จจนกระทั่งมีการ ผลิต The Bachelorette ซึ่งเอาหญิงในฝันมาเลือกผู้ชาย

รายการอย่างนี้ก็เล่นกับกิเลสของมนุษย์ที่ฝันถึงชายในฝันหรือหญิงในฝัน และการแข่งขันเพื่อเอาชนะใจชายหรือหญิงในฝันนั้น

แน่นอนว่า น้ำตาของผู้ถูกคัดออกเป็นแรงส่งรายการ ให้พุ่งขึ้นติดเพดานบนของเรตติ้ง

จริงๆ แล้ว รายการลูกเศรษฐีหาคู่เคยโด่งดังในอเมริกามาแล้วก่อนหน้านี้ แต่กลายเป็นลูกเศรษฐีกำมะลอ เพราะเมื่อมีการคัดเลือกผู้หญิงเพื่อไปแต่งงานกับลูกเศรษฐี คนหนึ่ง หลังจากได้ผู้ชนะแล้ว ก็เดินทางไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กัน ไม่กี่วันถัดมาก็มีข่าวว่าเลิกกันแล้ว เพราะผู้หญิงไปเจอความจริงว่าผู้ชายไม่ได้รวยจริงๆ และต้องหย่ากัน อย่างนี้ก็ไม่รู้ว่ารักกันเพราะอะไร

กรณีนี้ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วอเมริกาก่อนจะระบาดเข้ามาในออสเตรเลีย

แต่ล่าสุด รายการทีวีในออสเตรเลียก็นำเข้ารายการเกมโชว์ที่ค่อนข้างหมิ่นเหม่กับเรื่องศีลธรรมอย่างมาก โดยเป็นเกมโชว์ที่เอาคู่รักกลุ่มหนึ่งมาอยู่ในสถานที่หนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นเกาะ จากนั้นแยกคู่รักออกเป็นกลุ่มชายและหญิงแล้ว ให้แยกกันอยู่ โดยในฝั่งผู้ชายก็จะให้เลือกหญิงสาวหุ่นดี หน้าตาสะสวยที่ทางรายการจัดไว้ให้ แล้วให้รู้จักกัน และหลังจากนั้นให้พัฒนาความสัมพันธ์ไปตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับฝั่งผู้หญิง ก็จะให้รู้จักกับหนุ่มกล้ามโต หน้าตาหล่อเหลา แล้วพัฒนาความสัมพันธ์ไปตามสถานการณ์เช่นกัน

ท่ามกลางบรรยากาศชายทะเล ธรรมชาติงดงาม และไม่มีอะไรทำมากไปกว่าว่ายน้ำ และกีฬาทางน้ำบางอย่าง การพูดคุยกัน และปาร์ตี้ยามค่ำคืนผสมขวดแอลกอฮอล์ ยากนักที่คู่รักเหล่านั้นจะรักษาความสัมพันธ์กับคนรักเดิมไว้ได้

เมื่อจบรายการ ก็จะมาสรุปความสัมพันธ์กัน และหลายคู่ก็ต้องเลิกรากันไป เพราะกิเลสที่ขาดการควบคุม

รายการนี้ถูกกล่าวขวัญถึงมากในอเมริกา และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เช่นเดียวกับสังคมออสเตรเลีย

จริงๆ แล้ว รายการประเภทนี้ก็ระบาดเข้ามาเมืองไทยในช่วงหนึ่ง แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะเป็นรายการที่ค่อนข้างทำร้ายจิตใจคนดู ความสงสาร ของคนดูคนไทยเป็นตัวกระตุ้นให้รายการเหล่านี้ถูกต่อต้าน เหมือนที่รายการกำจัดจุดอ่อนเคยสร้างกระแสโด่งดังในช่วงต้น ก่อนที่จะไม่พ้นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และสุดท้ายรายการทำร้ายจิตใจก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นรายการตลกแทน

พิธีกรหน้าเหี้ยมก็ต้องปล่อยมุขเรียกคะแนนสงสาร

รายการเหล่านี้จึงไม่สามารถเติบโตในเมืองไทยได้ รายการเกมโชว์ในเมืองไทยจึงไม่พ้นดารา และตลก แม้ช่วง หลังปัจจัยดาราอาจจะเริ่มถูกมองข้าม และให้คนทางบ้านที่คิดแบบคนธรรมดามาเล่นแทนก็ตาม รายการที่เล่นกับกิเลสของมนุษย์อย่างหนักเหล่านี้ หลายรายการคงยากที่จะถูกนำไปเผยแพร่ในประเทศไทย

รายการเหล่านี้เป็นสิ่งบันเทิงรายวันที่เราจะพบได้ไม่ยากนัก ในรายการโทรทัศน์ช่วงไพรม์ไทม์ในออสเตรเลีย และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง

เพราะเรากำลังอยู่ในสังคมของ Big Brother

   




 










current issue
past issue







 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย