วันจันทร์, กันยายน 25, 2017
Home > New&Trend > Tetra Pak Index 2017 เผยกลยุทธ์การเติบโตของแบรนด์ไทยในยุค Connected Consumers

Tetra Pak Index 2017 เผยกลยุทธ์การเติบโตของแบรนด์ไทยในยุค Connected Consumers

กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่เรียกว่า Connected Consumer ซึ่งใช้เวลามากกว่า 4 ชม.ในแต่ละวันในการท่องอินเทอร์เน็ต กำลังเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลอย่างมากทั้งในแง่อำนาจการจับจ่าย รวมถึงการชี้ชะตาของแบรนด์ต่างๆ ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเทศไทยซึ่งมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่สูงถึงกว่าร้อยละ 67 และการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือที่สูงถึงร้อยละ 133 อีกทั้ง ยังมีอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือเป็นอันดับต้นๆ ของโลก (4.14 ชั่วโมงต่อวัน) นั่นทำให้แบรนด์ต่างๆ ต้องเผชิญกับความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค บริษัท เต็ดตรา แพ้ค จึงได้ทำรายงานข้อมูลเชิงลึก Tetra Pak Index 2017 เพื่อเผยถึงความสำคัญในการปรับตัวและสร้างสรรค์กลยุทธ์เพื่อการเข้าถึง สื่อสาร รวมถึงสร้างโอกาสใหม่ๆ เชิงธุรกิจจากกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่นี้

รายงาน Tetra Pak Index ฉบับที่ 10 ภายใต้หัวข้อ ‘The Connected Consumers’ ได้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวนกว่า 70,000 คน ใน 57 ประเทศ เพื่อศึกษาพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้บริโภคกลุ่มนี้ ซึ่งรวมไปถึงวิธีที่พวกเขาเชื่อมต่อกับแบรนด์อาหารและเครื่องดื่ม ผลการศึกษาพบว่า หากแบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่ขยายตัวต่อเนื่องกลุ่มนี้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ประเทศไทยมีผู้เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนถึงร้อยละ 97 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระดับโลกที่ร้อยละ 91 โดยถือเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่เลือกซื้อสินค้าและเชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะ นอกจากนี้ คนไทยยังมีอัตราการมีส่วนร่วมกับแบรนด์บนโซเชียลมีเดียสูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยร้อยละ 44 ระบุว่าพวกเขาติดตามแบรนด์ที่พวกเขาชื่นชอบ ในขณะที่ค่าเฉลี่ยระดับโลกอยู่ที่ร้อยละ 37 เท่านั้น นอกจากนั้นคาดว่าภายในปี พ.ศ. 2560 นี้ อีคอมเมิร์ซจะขยายตัวขึ้นถึงร้อยละ 20 หรือมีมูลค่าสูงถึง 2.52 ล้านล้านบาท อัตราการเติบโตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ ชี้ให้เห็นว่าแบรนด์จำเป็นต้องก้าวตามการเปลี่ยนแปลงให้ทัน และปรับแผนกลยุทธ์ผ่านการริเริ่ม มีส่วนร่วม และสร้างบทสนทนาออนไลน์อย่างเหมาะสม

“ประเทศไทยเป็นสังคมที่มีการเชื่อมต่อกับโลกดิจิทัลอย่างกว้างขวางและลึกซึ้ง ทั้งยังมีการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสม่ำเสมอ โดยติดอันดับต้นๆ ของโลก ยิ่งไปกว่านั้น โลกอินเทอร์เน็ตทำให้ผู้บริโภคไทยสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ในทันที ซึ่งสามารถโน้มน้าวความคิดและมีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ได้ตัดสินใจได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้นแพลตฟอร์มต่างๆ ที่แบรนด์เลือกใช้จึงเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งในการสื่อสารและเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยที่มีความหลากหลาย การทำคอนเทนต์ให้ตรงความสนใจของกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งจำเป็นในการสร้างและหล่อเลี้ยงความสนใจของผู้บริโภคที่มีศักยภาพกลุ่มนี้เอาไว้” คุณรัตนศิริ ติลกสกุลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

รายงานฉบับนี้ยังแสดงให้เห็นว่า พฤติกรรมการบริโภคข้อมูลเพื่อตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยเป็นเส้นตรง สู่เครือข่ายอันซับซ้อนและครอบคลุมหลายแหล่งข้อมูล การเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของแพลตฟอร์มออนไลน์ยังเพิ่มความท้าทายให้กับแบรนด์ต่างๆ เนื่องจากผู้บริโภคคาดหวังที่จะได้รับประสบการณ์และการสื่อสารที่ต่อเนื่องตลอดทุกช่องทางที่พวกเขาสามารถโต้ตอบด้วยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนโซเชียลมีเดียคอนเทนต์ที่สร้างโดยผู้ใช้ หรือโดยบุคคลที่สามทวีความสำคัญมากขึ้น หากมองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีประชากรที่ใช้โซเชียลมีเดียในหนึ่งเดือนมากกว่า 1,500 ล้านคน โดยร้อยละ 95 ของคนจำนวนนี้เข้าถึงแพลตฟอร์มต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือซึ่งนับเป็นอัตราส่วนที่สูงที่สุดในโลก การเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์และความสะดวกในการซื้อหา เป็นปัจจัยสำคัญเพิ่มเติม ที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคในภูมิภาคนี้เลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

นอกจากนี้ รายงานยังแสดงให้เห็นว่า แบรนด์สามารถใช้บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มในการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและเข้าถึงผู้บริโภคได้ โดยข้อมูลสนับสนุนระบุว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทยถึงร้อยละ 43 กล่าวว่ามีความสนใจในเนื้อหาเกี่ยวกับอาหาร ‘เป็นอย่างมาก5 หนึ่งในจำนวนนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว คือ การพิมพ์ digital codes ลงบนกล่องบรรจุภัณฑ์ เพื่อพัฒนาความโปร่งใสในการตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาของผลิตภัณฑ์ พื้นผิวของบรรจุภัณฑ์ยังสามารถเปลี่ยนเป็นแพลตฟอร์มที่ให้ข้อมูลได้ทั้งสองด้าน โดยแบรนด์สามารถเก็บข้อมูลที่มีคุณค่าเกี่ยวกับผู้บริโภคได้อย่างเฉพาะเจาะจง และในขณะเดียวกันสามารถแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภคได้

“เราสามารถกล่าวได้ว่าบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม คือช่องทางการสื่อสารและเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีศักยภาพสูงสำหรับการสื่อสารแบบสองทาง ในปี พ.ศ. 2559 บริษัทฯ ผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์และส่งตรงถึงมือผู้บริโภคทั่วโลกกว่า 1.9 แสนล้านกล่อง นับว่าเป็นการเข้าถึงผู้บริโภคมากกว่าโซเชียลมีเดียใดๆ การนำดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่หลายๆ แบรนด์พิจารณาเลือกใช้ เพื่อเพิ่มประโยชน์จากการสร้างความสัมพันธ์ กับกลุ่ม Connected Consumer นอกจากนั้น เต็ดตรา แพ้ค ได้เริ่มทดลองการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลใหม่อย่าง Augmented Reality บนกล่องบรรจุภัณฑ์ของเรา เพื่อช่วยดึงดูด และเชื่อมต่อผู้บริโภครุ่นใหม่กับแบรนด์ของลูกค้าเราอีกด้วย” คุณรัตนศิริ ติลกสกุลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด สรุป