วันเสาร์, ธันวาคม 15, 2018
Home > Cover Story > TBEC รุกธุรกิจก๊าซชีวภาพในลาว หวังบำบัดน้ำเสีย-ผลิตไฟฟ้า

TBEC รุกธุรกิจก๊าซชีวภาพในลาว หวังบำบัดน้ำเสีย-ผลิตไฟฟ้า

 

ความพยายามที่จะลดต้นทุนด้านพลังงานและการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม กำลังเดินทางมาสู่จุดบรรจบที่ทำให้ทั้งสองเรื่องยึดโยงและเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันไปโดยปริยาย
 
โดยล่าสุดบริษัท ไทย ไบโอแก๊ซ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (TBEC) หนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจก๊าซชีวภาพของประเทศไทย ได้ร่วมกับบริษัท ลาว-อินโดไชน่า กรุ๊ป มหาชน (LIG) แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เปิดตัวโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังแบบครบวงจรแห่งแรกใน สปป.ลาว ภายใต้โครงการ TBEC LIG Biogas Project โดย นูลิน สินบันดิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สปป. ลาว ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานในพิธีด้วย
 
โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินชั้นนำในยุโรป European Development Finance Institutions (EDFI)  และ Energy and Environment Partnership-Mekong (EEP Mekong) กระทรวงการต่างประเทศของฟินแลนด์ โดยใช้งบประมาณกว่า 130 ล้านบาท และสามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้ถึง 7 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี คิดเป็นมูลค่าทดแทนพลังงานได้ถึงปีละ 40 ล้านบาท พร้อมทั้งช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 6 หมื่นคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าตันต่อปี
 
จริงอยู่ที่ว่า สปป.ลาว มีทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถนำมาแปลงสภาพและผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมากมาย จนได้ชื่อว่าเป็น “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย” แต่พัฒนาการและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมของ สปป.ลาวในห้วงปัจจุบันและที่จะเกิดมีขึ้นในอนาคต อาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมได้ไม่ยาก การลงทุนในเรื่องก๊าซชีวภาพจึงอาจเป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน
 
“บริษัท ไทย ไบโอแก๊ซ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด มีประสบการณ์ในการดำเนินโครงการผลิตก๊าซชีวภาพและกระแสไฟฟ้าจากน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม ปัจจุบันนี้ บริษัทฯ มีโครงการผลิตก๊าซชีวภาพ 7 โครงการ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกปีละ 3 โครงการ ภายใต้การดำเนินงานที่เน้นความปลอดภัย คุณภาพของการก่อสร้าง” กุสตาฟ โกเดนแฮล์ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย ไบโอแก๊ส เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ระบุ
 
จุดเด่นของบริษัท ไทย ไบโอแก๊ซ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ในด้านหนึ่งอยู่ที่การเป็นผู้นำธุรกิจก๊าซชีวภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศด้านธุรกิจก๊าซชีวภาพแบบครบวงจร โดยเฉพาะการผลิตก๊าซชีวภาพและกระแสไฟฟ้า ด้วยกระบวนการใช้น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมการเกษตรเป็นวัตถุดิบ และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสภาวะแวดล้อมที่ดีกว่า 
 
นอกจากนี้ TBEC ยังมีผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นองค์กรกองทุนชั้นนำด้านพลังงาน คือ Private Energy Market Fund L.P. (PEMF) และ AI Tayyar Energy (ATE) พร้อมให้บริการแก่บริษัทเอกชนที่เล็งเห็นความสำคัญของพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน และการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งการลดต้นทุนการผลิตและให้ผลตอบแทนในระยะยาว
 
ก๊าซชีวภาพ เป็นพลังงานสะอาดที่เกิดจากการนำของเสีย เช่น มูลสัตว์ น้ำเสียจากฟาร์มปศุสัตว์ และน้ำเสียจากอุตสาหกรรมการเกษตร ผ่านกระบวนการทางชีววิทยา ทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสียโดยแบคทีเรียหลายชนิดภายใต้สภาวะไร้ออกซิเจน จนกระทั่งเปลี่ยนสภาพเป็นก๊าซชีวภาพในที่สุด โดยก๊าซชีวภาพที่ได้จะมีปริมาณก๊าซมีเทนประมาณร้อยละ 50-70 
 
การลงทุนผลิตก๊าซชีวภาพเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร โดยการทดแทนพลังงานจากเชื้อเพลิง เช่น ถ่านหิน น้ำมันเตา จะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน รวมถึงยังสามารถลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากน้ำเสีย และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อน
 
ประเด็นสำคัญที่ TBEC นำเสนอเพื่อขยายธุรกิจอยู่ที่ข้อได้เปรียบของกระบวนการแปลงน้ำเสียให้เป็นก๊าซชีวภาพ ที่ทำให้บริษัทคู่สัญญาสามารถลดต้นทุนในการผลิต และทุ่มเทเวลาให้กับธุรกิจหลักของบริษัทโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการจัดการน้ำเสียที่ออกจากกระบวนการผลิต รวมถึงระบบความปลอดภัยในการดำเนินโครงการผลิตก๊าซชีวภาพ  
 
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าว ยังช่วยให้ระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดกลิ่นเหม็นจากระบบบำบัดน้ำเสียเดิมของโรงงาน ปกป้องทรัพยากรน้ำ ปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตของชุมชนรอบข้าง เพิ่มการจ้างงานในท้องถิ่น รวมถึงเป็นแหล่งพลังงานสะอาด และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งโครงการผลิตก๊าซชีวภาพดังกล่าวจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต
 
มิติที่ว่านี้ทำให้ TBEC สามารถรุกเข้าไปหาพันธมิตรได้ ทั้งกับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาระบบบำบัดน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันยังสามารถผันตัวเองไปสู่การเป็นผู้ผลิตกระแสไฟฟ้า สำหรับใช้ในภาคอุตสาหกรรมและชุมชนข้างเคียงได้ด้วย
 
โดยในประเทศไทย TBEC ได้พัฒนาและลงทุนโครงการผลิตก๊าซชีวภาพ ในอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังโครงการแรกในปี 2547 ในโครงการกิจรุ่งเรือง ตั้งอยู่อำเภอเมือง จังหวัดระยอง และในปีเดียวกันนั้นเองได้ดำเนินการพัฒนาและลงทุนโครงการจิรัฐพัฒนาการเกษตร ตั้งอยู่อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ และโครงการเจ้าคุณเกษตรพืชผล ตั้งอยู่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ตามลำดับ 
 
นอกจากนี้ ในปี 2550 TBECได้พัฒนาและลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ในโครงการท่าฉาง ตั้งอยู่อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยทั้ง 4 โครงการดังกล่าวนี้ ได้ดำเนินการผลิตและจำหน่ายก๊าซชีวภาพและกระแสไฟฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 
 
สำหรับโครงการผลิตก๊าซชีวภาพ TBEC LIG ที่เพิ่งเปิดดำเนินการนี้ ตั้งอยู่ ณ บ้านนาซอน เมืองปากงึม นครหลวงวียงจันทน์ นับเป็นการก่อสร้างโครงการผลิตก๊าซชีวภาพขนาดใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีที่ครบวงจร และทันสมัยที่สุดใน สปป.ลาว