Nest: เครื่องควบคุมอุณหภูมิแสนอัจฉริยะแห่งศตวรรษที่ 21

 

Green Path Chronicles
 
 
ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับเจ้า Thermostats กันก่อนว่ามันคืออะไร Thermostats คืออุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมอุณหภูมิ โดยทำหน้าที่เปิดปิดเครื่องปรับอากาศทั้งแอร์คอนดิชั่นและฮีทเตอร์ให้เย็นหรืออุ่นขึ้นลงตามอุณหภูมิที่ตั้งค่าไว้ มีทั้งระบบที่สามารถตั้งค่าได้อัตโนมัติหรือแบบธรรมดา 
 
Thermostats เป็นอุปกรณ์คู่อาคารบ้านเรือนของชาวอเมริกันมานานนับร้อยปี และนับจากเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ปี 1977 ซึ่งเป็นวันที่อดีตประธานาธิบดีจิมมี่ คาร์เตอร์ กล่าวสุนทรพจน์ รายงานการขาดแคลนพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา พร้อมกับรณรงค์ให้คนอเมริกันลดการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง ด้วยการปรับ Thermostats หรือเครื่องควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่ลดลงทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืน เพื่อไม่ให้เครื่องปรับอากาศทำงานเกินความจำเป็น 
 
วิกฤตการณ์นั้นผ่านมานานกว่า 30 ปีแล้ว เครื่อง Thermostats ยังคงมีหน้าตาและฟังก์ชันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ปี 2011 บริษัท Nest Labs ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Nest Learning Thermostat หรือ เครื่องควบคุมอุณหภูมิแสนอัจฉริยะเครื่องแรกของโลก และล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา Nest Labs ได้เปิดตัว Nest Learning Thermostat รุ่นที่ 2 ออกมาวางจำหน่ายฉลองบริษัทครบรอบ 1 ปี
 
หลังจากที่ผู้เขียนได้ทำการศึกษาหาข้อมูลของ Nest (http://www.nest.com/inside-and-out/) จนมั่นใจว่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ผู้เขียนจึงตัดสินใจซื้อเจ้า Nest เครื่องควบคุมอุณหภูมิตัวใหม่มาแทน Thermostat ตัวเก่าที่ทำงานมานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่าการใช้พลังงานภายในบ้านลดลงอย่างชัดเจน จากปริมาณค่าไฟที่ลดลงกว่า 30% ในช่วงเพียง 2 เดือนที่เริ่มใช้ อยู่ในช่วงฤดูกาลที่หนาวเย็น ตามปกติก่อนหน้าที่จะติดตั้ง Nest เครื่องทำความอุ่นจะทำงานหนักเป็นเวลาหลายๆ ครั้งต่อวัน เพื่อควบคุมอุณหภูมิภายในบ้านให้อุ่นสบาย นั่นหมายถึงปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในการนี้ย่อมอยู่ในปริมาณที่สูงไปด้วย เช่นเดียวกับในช่วงฤดูร้อนที่แอร์คอนดิชั่นต้องทำงานหนักเพื่อให้อุณหภูมิของบ้านเย็นสบาย ปริมาณการใช้กระแสไฟฟ้าในช่วงหน้าร้อนก็สูงไปด้วย
 
ส่วนใหญ่เครื่อง Thermostat ที่สามารถตั้งค่าอัตโนมัติได้โดยทั่วไปนั้นถือเป็นอุปกรณ์ที่ค่อนข้างมีความยุ่งยากในการใช้ คนส่วนใหญ่จึงตั้งค่าอุณหภูมิไว้เพียงค่าเดียว ไม่ว่าจะอยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน ดังนั้นเครื่องปรับอากาศจะทำงานเกินความจำเป็น แม้ยามที่บ้านว่างเปล่า ทำให้สูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 173 เหรียญต่อปี แต่ Nest สามารถช่วยบริหารอุณหภูมิได้อย่างง่ายและสะดวกสบาย ยิ่งกว่านั่น Nest สามารถควบคุมทางไกลผ่าน iPhone หรือ iPad หรือโทรศัพท์ Android ได้อีกด้วย เพียงแค่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Nest Mobile จาก Nest Labs เพื่อเข้าไปควบคุมเปิดปิดตั้งค่าอุณหภูมิตามต้องการได้ทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อ สำหรับการควบคุม Nest ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ก็สามารถทำได้ ด้วยการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Climate โดย Nest จะทำหน้าที่เรียนรู้พฤติกรรมการใช้เครื่องปรับอากาศของเจ้าของบ้านที่เป็นกิจวัตรได้อย่างชาญฉลาด เช่น เครื่องปรับอากาศจะทำงานเมื่อเจ้าของบ้านตื่นกี่โมง และหยุดทำงานเมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อย่างน้อยประมาณ 30 นาทีภายในบ้าน ซึ่งถือเป็นการช่วยลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นได้อีกหนทางหนึ่ง 
 
นอกจากนี้ ทุกครั้งที่ตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสมจน “Nest Leaf” หรือ ใบไม้สีเขียวจะแสดงขึ้นที่หน้าจอ Nest เป็นการบ่งบอกว่าอุณหภูมิที่ตั้งนั้นเป็นจุดประหยัดพลังงาน เช่น ในช่วงฤดูหนาว ส่วนใหญ่คนจะตั้งค่าอุณหภูมิไว้ค่อนข้างสูง แต่สำหรับบ้านไหนที่ใช้ Nest จะทำให้ทราบอุณหภูมิที่ร่างกายคงอุ่นสบายและประหยัดพลังงาน ด้วยค่าประมาณ 63 องศาฟาเรนไฮต์  ซึ่งแต่ละบ้านและฤดูกาลจะมีค่า “Nest Leaf” ที่แตกต่างกันไป 
 
สำหรับที่มาของ Nest หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงว่า ผู้ที่คิดค้นเครื่องควบคุมอุณหภูมิแสนอัจฉริยะนี้จะเป็นสองอดีตทีมผู้ให้กำเนิดผลิตภัณฑ์ iPod และ iPhone แห่ง Apple ได้แก่ Tony Fadell อดีตรองประธานอาวุโสผลิตภัณฑ์ iPod และ Matt Rogers อดีตผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ให้แก่ผลิตภัณฑ์ iPod 
 
เมื่อ 12 ปีก่อน ความคิดของ Tony ในการผลิตเครื่องเล่นเพลง MP3 เชื่อมต่อกับร้านขายเพลงออนไลน์โดนใจ Steve Jobs เขาจึงได้เริ่มงานกับ Apple ในปี 2001 โดยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำทีมในการออกแบบ iPod เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลรุ่นบุกเบิกจนทำมาถึง 18 รุ่นด้วยกัน รวมทั้งฮาร์ดแวร์ 3 รุ่นแรกของ iPhone ต่อมาในปี 2010 เขาลาออกจาก Apple เพื่อดำเนินธุรกิจของตัวเอง เป็นที่มาของ Nest ในวันนี้ 
 
ทั้งนี้ Tony ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและประธานผู้บริหารบริษัท Nest Labs ได้กล่าวถึงประสบการณ์ที่เขาได้เรียนรู้จากการทำงานกับ Steve Jobs ในช่วงเวลา 9 ปีที่ผ่านมา คือ “ความสำเร็จเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรที่มากไปกว่าผลิตภัณฑ์ที่ดี” ซึ่งเขาพยายามนำมาใช้ที่ Nest ด้วย 
 
ส่วน Matt Rogers ผู้ร่วมก่อตั้งและรองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Nest Labs เขาเป็นผู้ออกแบบซอฟต์แวร์ในการทำให้ Nest มีชีวิต และสามารถควบคุมอุณหภูมิภายในอาคารบ้านเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ Matt เคยร่วมงานกับ Tony ที่ Apple ในช่วง 3 ปีสุดท้าย คือช่วงปี  2007 ถึงปี  2010 ก่อนที่จะชักชวนกันออกมาร่วมกันก่อตั้งบริษัท Nest Labs ซึ่งเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นในการลดการใช้พลังงานในครัวเรือน โดยมีผลิตภัณฑ์แรกคือ Nest Learning Thermostat เครื่องควบคุมอุณหภูมิที่สามารถเรียนรู้ความพึงใจและพฤติกรรมของมนุษย์ ด้วยการปรับอุณหภูมิอัตโนมัติให้อยู่ในระดับที่สามารถพักผ่อนได้อย่างสบาย ในขณะเดียวกันก็ประหยัดทั้งพลังงานและเงิน
 
อย่างไรก็ดี ราคาของเครื่อง Thermostat ตามท้องตลาดทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 100 เหรียญ แต่ Nest ตั้งราคาที่ 249 เหรียญ ถือเป็นมูลค่าที่สูงทีเดียวในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ดังนั้น งานท้าทายที่สุดของทีมงาน Nest Labs คือการทำให้ผู้บริโภคเห็นว่า เครื่อง Thermostat สุดยอดเทคโนโลยีในปัจจุบันอย่าง Nest ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าปรารถนาเช่นเดียวกับสุดยอดโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ไม่แพ้กัน 
 
ปัจจุบัน Nest กำลังพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า เป็นอุปกรณ์ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานได้อีกหนทางหนึ่ง จากการที่หนึ่งครัวเรือนสามารถลดการใช้พลังงานได้แม้น้อยนิด เพียง 2% จากภาพรวม และถ้าหลายครัวเรือนรวมกัน ถือว่าเป็นตัวเลขที่มากกว่าทั้งอุตสาหกรรมสามารถทำได้อีก ณ ปัจจุบัน Nest Learning Thermostat มีจำหน่ายอยู่ใน 2 ประเทศ คือ อเมริกาและแคนาดา 
Category: 
About the Author
Manita Bently's picture

Manita Bently