LPN จับมือกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ผลักดันการประหยัดพลังงานในทุกโครงการที่พัฒนา

 
 
LPN ร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน บูรณาการองค์ความรู้ในทุกกระบวนการออกแบบ ผลักดันให้เกิดการประหยัดพลังงานในทุกโครงการที่พัฒนา ด้าน พพ. หวังต่อยอดความร่วมมือครั้งนี้ สร้างแบบอย่างที่ดีให้ภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมกำหนดการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงานเพิ่มขึ้น
 
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน โดย ทิฆัมพร เปล่งศรีสุข ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) เปิดเผยถึงการเข้าร่วมเป็นเครือข่ายความร่วมมือส่งเสริมการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงานว่า
 
“LPN มีภารกิจหลักในการเป็นผู้พัฒนาอาคารชุดพักอาศัยภายใต้แบรนด์ 'ลุมพินี' มาตลอด 27 ปี ตระหนักดีว่า บริษัทสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์พลังงานด้วยวิธีต่างๆ จึงกำหนดแผนจัดการพลังงานในระยะยาว ทั้งโครงการเก่าและโครงการก่อสร้างใหม่อย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การพัฒนา LPN Green Design ซึ่งเป็นขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยประสานแนวคิดในการพัฒนาโครงการที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของบริษัทเข้ากับมาตรฐานอาคารเขียวสากล
 
ส่วนที่สองคือ การพัฒนา LPN Green Construction ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตของคนงานก่อสร้าง โดยอ้างอิงมาตรฐานสากล ตลอดจนการดำเนินโครงการ Energy Research เพื่อศึกษาวิเคราะห์การใช้พลังงานในโครงการ และนำมาวางแผนจัดการพลังงาน การบำรุงรักษาอุปกรณ์งานระบบ และการรณรงค์เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในโครงการมีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงานได้อย่างตรงจุด มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การบริหาร 'ชุมชนน่าอยู่สำหรับคนทุกวัย' เพื่อการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พลังงาน นำไปสู่ความอย่างยั่งยืนในที่สุด”
 
ขณะเดียวกัน ประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า
 
“แผนอนุรักษ์พลังงานของประเทศ (EEP 2015) พ.ศ.2558 - 2579 กำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานไว้ตามภาคเศรษฐกิจที่มีการใช้พลังงานมาก ได้แก่ ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ภาคอาคารธุรกิจ และภาคบ้านอยู่อาศัย โดยใช้กลยุทธ์และมาตรการดำเนินงานแบบผสมผสานทั้งบังคับใช้กฎหมาย มาตรการจูงใจสนับสนุนทางการเงิน และผลักดันให้มีการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน (Building Energy Code หรือ BEC) กับอาคารที่จะก่อสร้างใหม่หรืออาคารดัดแปลง ขนาดพื้นที่มากกว่า 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป โดยจะต้องออกแบบเพื่อการอนุรักษ์พลังงานตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
 
ปัจจุบันการอนุรักษ์พลังงานถูกกำหนดให้เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง ปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ภายในปี 2560 นำร่องใช้กับอาคารขนาดใหญ่ขนาดพื้นที่ 10,000 ตร.ม.ขึ้นไปก่อน และทยอยบังคับใช้กับอาคารพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. ภายในปี 2562
 
ดังนั้น พพ. จึงได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการบังคับใช้ดังกล่าว โดยสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมเรื่องการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2552 เตรียมความพร้อมบุคลากรผู้ออกแบบอาคาร สถาปนิก วิศวกร เจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่อนุญาตการก่อสร้าง รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ให้มีความรู้ความเข้าใจนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของภาครัฐ
 
สำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะแสดงเจตจำนงที่องค์กรภาครัฐและภาคเอกชนจะร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับภาคเอกชนรายอื่นๆ ได้ดำเนินการต่อไป”
 
 
Category: 
About the Author
Manager 360 PRNews's picture

Manager 360 PRNews