วันเสาร์, กันยายน 22, 2018
Home > On Globalization > LAUGFS: เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นของศรีลังกา

LAUGFS: เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นของศรีลังกา

 
Column: AYUBOWAN
 
แม้ว่าความเป็นไปทางเศรษฐกิจของศรีลังกา จะดำเนินอยู่ภายใต้บริบทของบรรษัทที่มีรากฐานและอดีตกาลยึดโยงอยู่กับมรดกแห่งความจำเริญเติบโตจากยุคอาณานิคม ที่ให้ภาพลักษณ์เป็นประหนึ่งกลุ่มทุนธุรกิจผูกขาดไม่กี่กลุ่มตระกูลและเครือข่าย
 
แต่การปรากฏตัวขึ้นของ LAUGFS เมื่อปี 1995 หรือเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา กลับให้ภาพที่แปลกแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ขณะที่จังหวะก้าวและแนวความคิดของ W. K. H. Wegapitiya ก็ช่วยจุดประกายความคิดความฝันให้กับสามัญชนคนตัวเล็กๆ ที่จะงอกเงยขึ้นท่ามกลางโครงสร้างใหญ่ที่ปกคลุมบริบทความเป็นไปในสังคมธุรกิจของศรีลังกาด้วย
 
W. K. H. Wegapitiya หรือชื่อเต็ม Wegapitiya Kattiyage Hemachandra Wegapitiya ในวัย 53 ปี (เกิด 1963) ผ่านการใช้ชีวิตวัยเด็กอยู่ในชนบทที่เมือง Balangoda ของอำเภอ Ratnapura (รัตนปุระ) ซึ่งแม้ว่าครอบครัวของเขาจะมีที่ดินปลูกชาแต่ด้วยจำนวนปากท้องของผู้คนในครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีพี่น้องรวมกันถึง 9 คน ยังไม่นับรวมภาวะวิกฤตเรื่องการขาดแคลนอาหารของศรีลังกาในช่วงทศวรรษ 1970 นั่นย่อมไม่ใช่เรื่องราวฉากชีวิตที่จะผ่านมาได้โดยง่ายเลย
 
Wegapitiya เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนระดับตำบลจนจบการศึกษาชั้น O-Level หรือมัธยมต้น ก่อนที่พ่อของเขาซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวจะเสียชีวิต และทำให้เขาต้องพักอาศัยอยู่กับพี่สาวที่แต่งงานออกเรือนไปมีครอบครัวอยู่ที่ Kegalle พร้อมกับเข้าศึกษาต่อในชั้น A-Level ที่ Pinnawela Central College
 
จุดเปลี่ยนผ่านสำคัญของ Wegapitiya เกิดขึ้นเมื่อเขาเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงเพื่อศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นประหนึ่งการเปิดโลกใหม่ให้เห็นถึงพื้นฐานการสร้างธุรกิจและกลไกในการบริหารจัดการ ทรัพยากรมนุษย์ การตลาด ท่ามกลางความท้าทายเรื่องภาษาอังกฤษที่นับเป็นอุปสรรคสำหรับนักเรียนหนุ่มจากชนบทไม่น้อยเลย
 
Wegapitiya เริ่มสะสมประสบการณ์และพัฒนาทักษะความรู้หลังสำเร็จการศึกษาในปี 1984 ด้วยการเป็นพนักงานในหน่วยงานรัฐ ซึ่งถือเป็นค่านิยมแห่งยุคสมัยของบัณฑิตจบใหม่ของศรีลังกา ในฐานะที่เป็นจังหวะก้าวการเข้าสู่เครือข่ายของระบบและความรุ่งเรืองสำหรับอนาคตในช่วงเวลาแห่งทศวรรษ 1980
 
แต่ความทะเยอทะยานและมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ แทนที่จะเข้าเป็นพนักงานในหน่วยงานรัฐ ทั้งในธนาคารแห่งชาติ กรมสรรพากร สะท้อนมิติความคิดที่แตกต่างของ Wegapitiya อย่างชัดเจน แต่หนทางที่จะเบียดแทรกเข้าสู่การเริ่มต้นธุรกิจก็ท้าทายอย่างยิ่ง
 
Wegapitiya ซึ่งไม่มีฐานทางเศรษฐกิจหรือวงการเมืองสนับสนุน เริ่มธุรกิจแรกด้วยการเปิดบริษัท freight forwarding ในปี 1990 ด้วยเหตุผลที่ว่าธุรกิจดังกล่าวไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการลงทุนขนาดใหญ่ หากแต่ต้องอาศัยความขยันอดทน และทักษะเฉพาะบุคคลเป็นต้นทุนเท่านั้น ซึ่งภายในระยะเวลาเพียง 4-5 ปี เขาก็สามารถพัฒนาเครือข่ายธุรกิจพร้อมกับการสะสมทุนที่มีจำนวนมากพอ และที่สำคัญคือความมั่นใจจากผู้คนรอบข้างว่าเขาจะก้าวย่างไปบนหนทางของผู้ประกอบการธุรกิจได้
 
และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของ Laugfs Holdings Limited เมื่อปี 1995 ในฐานะผู้บุกเบิกการปรับเปลี่ยนและติดตั้งระบบแก๊สเพื่อใช้ขับเคลื่อนเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ ท่ามกลางข้อเท็จจริงที่ว่าศรีลังกาต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงและพลังงานจากต่างประเทศ ซึ่งการปรับให้เครื่องยนต์มาใช้แก๊สอาจเป็นหนทางหนึ่งในการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายทั้งในระดับครัวเรือนและอุตสาหกรรม
 
ข้อสังเกตที่น่าสนใจอีกด้านหนึ่งก็คือ LAUGFS ซึ่งเป็นการนำอักษรจากคำว่า Lanka Auto Gas Filling Station มาประกอบกันดำเนินไปท่ามกลางการสอดล้อกับ “laugh” ที่แปลว่าเสียงหัวเราะได้อย่างมีนัยความหมายและอาจเป็นความพยายามที่จะสื่อสารให้ผู้บริโภคเห็นถึงทางเลือกใหม่ได้อย่างลงตัว
 
แม้จะเริ่มต้นด้วยการเป็นสถานีบริการเชื้อเพลิงโดยเฉพาะแก๊สรถยนต์ แต่ LAUGFS ไม่ได้จำกัดบริบทธุรกิจไว้เพียงเท่านั้น หากยังขยายสู่การเป็นผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง (2000) พร้อมกับการรุกตั้งบริษัทย่อย ทั้ง LAUGFS Gas และ LAUGFS Engineering ในปี 2001 เพื่อรองรับกับการขยายตัวของธุรกิจในเครืออย่างกว้างขวาง
 
ในปี 2002 ธุรกิจของ LAUGFS ก้าวหน้าไปอีกขั้นเมื่อเรือบรรทุกแก๊สในนาม LAUGFS Wega จดทะเบียนภายใต้ร่มธงชาติศรีลังกาเพื่อใช้เป็นพาหนะขนส่งแก๊ส LPG เข้าสู่ประเทศ พร้อมๆ กับการขยายธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจเครื่องดื่ม (2003) ก่อนที่จะขยายสถานีบริการแก๊สให้กลายเป็นสถานีบริการครบวงจรด้วยการนำน้ำมันเบนซินและดีเซลจาก CEYPETCO (Ceylon Petroleum Corporation: รัฐวิสาหกิจด้านน้ำมันและแก๊สของศรีลังกา) มาจำหน่ายด้วย
 
ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปีของการก่อตั้ง LAUGFS รางวัลแห่งความสำเร็จก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาหา W. K. H. Wegapitiya เมื่อเขาได้รับเลือกให้เป็น Sri Lankan Entrepreneur of the Year (Gold Winner) โดยสมาพันธ์หอการค้าและอุตสาหกรรมศรีลังกา (Federation of Chambers of Commerce and Industry of Sri Lanka: FCCISL) ในปี 2005
 
อาณาจักรธุรกิจ LAUGFS ก็ขยายบริบทงอกเงยออกไปสู่ธุรกิจอื่นอย่างไม่หยุดยั้ง และ W. K. H. Wegapitiya ได้รับเลือกให้เป็น Entrepreneur of the Year (Platinum Award) จาก FCCISL อีกวาระหนึ่งในปี 2006 พร้อมกับการที่เครือข่ายร้านอาหารนาม Jade Restaurant เริ่มเปิดให้บริการ ซึ่งถือเป็นก้าวย่างแรกเข้าสู่ธุรกิจร้านอาหาร สันทนาการ และโรงแรม (Leisure and Hospitality Business) 
 
ขณะที่การได้รับสิทธิประโยชน์ในที่ดินทำการเพาะปลูกยางเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงานยางรถยนต์ ส่งผลให้ LAUGFS มีที่ดินผืนใหญ่ที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นธุรกิจโรงแรมที่ขยายตัวในเวลาต่อมาได้อย่างลงตัว
 
ในช่วงทศวรรษที่ 2 ของ LAUGFS นับเป็นช่วงเวลาแห่งการขยายขอบเขตธุรกิจ (diversify) และเติบโตด้วยอัตราเร่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ จากธุรกิจเชื้อเพลิงและพลังงาน ไปสู่ธุรกิจค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ขนาบข้างด้วยโรงงานและอุตสาหกรรมการผลิต ข้ามพ้นไปสู่ธุรกิจบริการ ท่องเที่ยวโรงแรม ร้านอาหาร และกิจการขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงการรุกเข้าไปในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการเพาะปลูก เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกบริบททางธุรกิจที่ดินแดนศรีลังกาแห่งนี้จะหยิบยื่นให้ได้
 
ไม่เพียงเท่านั้น LAUGFS ยังขยายธุรกิจและการลงทุนเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียใต้ ทั้งการรุกเข้าไปเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตในมัลดีฟส์ หรือการเข้าซื้อกิจการของ Petredec Elpiji Ltd บริษัทผู้ประกอบการ LPG ในบังกลาเทศ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่บริษัทพลังงานจากศรีลังกาขยายการลงทุนไปในต่างแดนและมีสถานภาพเป็นบรรษัทข้ามชาติไปโดยปริยาย
 
ความสำเร็จในทางธุรกิจของ LAUGFS ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่กำลังสะท้อนให้เห็นโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น หากแต่ยังตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่น่าสนใจไม่น้อยทั้งในมิติที่ว่า W. K. H. Wegapitiya เป็นนักธุรกิจศรีลังกาที่เกิดในยุคหลังจากที่ศรีลังกาได้รับเอกราชจากอาณานิคมอังกฤษ และไม่ได้อยู่ภายใต้ร่มเงาของธุรกิจที่สืบทอดมรดกมาจากยุคอาณานิคม LAUGFS จึงเป็นประหนึ่งการเปลี่ยนผ่านในภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
 
และ LAUGFS กำลังเป็นเสียงหัวเราะที่ไล่ลำดับความดังกังวานขึ้นอย่างช้าๆ แต่มั่นคงสำหรับสังคมศรีลังกา ที่กำลังแสวงหาผู้ประกอบการธุรกิจหน้าใหม่มาบุกเบิกพรมแดนธุรกิจที่ยังเปิดกว้างเช่นนี้