วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 19, 2017
Home > Recreation > Travel in Style > Chichen Itza ไม่ใช่ Chicken Pizza

Chichen Itza ไม่ใช่ Chicken Pizza

เชื่อหรือไม่ครับ Chicken Pizza หรือพิซซ่าไก่ เป็นชื่อเล่นของ โบราณสถานสำคัญ หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่

โบราณสถานที่ว่านี้คือ Chichen Itza ชื่อ ชิเช่นอิทซ่า เพี้ยนเป็น ชิกเก้นพิซซ่าได้อย่างง่ายดาย ทีแรกผมคิดว่า ประเทศไทยของเราเท่านั้นที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเพี้ยนชื่อ (อย่างหัวลำโพง เพี้ยนมาจาก วัวลำพอง ขอนแก่น เพี้ยนมาจาก ขามแก่น) แต่พอได้ไปตะลอนท่องโลกแล้ว พบว่าประชาชีชาวต่างชาติก็รู้จักบิดคำไปมาเหมือนกัน 

ผมพูดเล่นๆ กับเพื่อนว่า เราจะไป ชิคเก้นพิซซ่ากัน ก็ไม่นึกเลยว่า ฝรั่งเจ้าของร้านดำน้ำบนเกาะคอซูเมล (Cozumel island) ใกล้ๆ เมืองแคนคูน (Cancun) พอรู้ว่าเราจะไป ชิเชนอิทซ่า แกก็โพล่งออกมาว่า “Oh! Chicken Pizza” คำเดียว กันเป๊ะเลยทีเดียว ไม่เชื่อลองกูเกิ้ลคำว่า “chicken pizza ruin” ดูซิครับ

มารู้จักชิเช่นอิทซ่ากันสักหน่อยดีกว่า ชิเช่นอิทซ่า เป็นโบราณสถานของชาวยูคาเทคมายัน (Yucatec Maya) ที่อาศัยอยู่บนคาบสมุทรยูกาทาน (Yucatan Pennisula) ในประเทศเม็กซิโก ใครเคยดูหนังเรื่อง  อะโปคาลิปโต้ (Apocalypto) ที่กำกับโดยเมล กิบสัน เมื่อ 5-6 ปีก่อน คงจำฉากที่ชาวมายันไล่ล่าชาวแอซเทค (Aztecs) มาบูชายัญด้วยการควักหัวใจเป็นๆ บนยอดพีระมิดได้ดี 

พีระมิด คูคูลคาน (El Kukulkan Pyramid) ที่ตั้งอยู่ในชิเช่นอิทซ่า เป็นหนึ่งในศาสนสถานที่ใช้ในการบูชายัญโหดแบบนั้น แต่ฉากที่ว่าก็เป็นเพียงฉากในหนังเรื่องหนึ่งเท่านั้น ส่วนความเป็นจริงแล้ว นักโบราณคดียังตั้งข้อสงสัยว่า การบูชายัญดังกล่าวน่าจะเป็นพฤติกรรมของชาวแอซเทคมากกว่า

ชิเช่นอิทซ่าได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่โดย New7 Wonders Foundation ซึ่งเป็นองค์การที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จากการประกาศผลเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส

การเลือก 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกครั้งนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง อย่างความเหมาะสมของการที่พีระมิดแห่งกีซา (The Great Pyramid of Giza) อียิปต์ต้องมาแข่งกับสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่อย่าง เทพีเสรีภาพ ซิดนีย์โอเปร่าเฮ้าส์ และแลนด์มาร์คสมัยใหม่อื่นๆ  นอกจากนี้ นิตยสารยูเอสเอทูเดย์ (USA Today) ยังจัดให้กลุ่มโบราณสถานมายันแห่งคาบสมุทรยูกาทานอยู่ในโผสิ่งมหัศจรรย์ของโลกของนิตยสารอีกด้วย ซึ่งชิเช่นอิทซ่าก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มโบราณสถานที่ว่านี้

ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเข้าชมชิเช่นอิทซ่ามากกว่าหนึ่งล้านคน ทำให้ ชิเช่นอิทซ่าเป็นหนึ่งในโบราณสถานที่มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากที่สุดในเม็กซิโก จะเป็นรองก็แต่ทีโอทิวาคาน (Teotihuacan)  ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลก (UNESCO World Heritage site) ทางตอนเหนือของกรุงเม็กซิโกซิตี ( ชิเช่นอิทซ่า ก็เป็นแหล่งมรดกโลก เช่นกัน)

ชื่อ ชิเช่นอิทซ่า แปลตรงตัวว่า ปากบ่อน้ำแห่งชาวอิทซ่า ชาวอิทซ่าเรืองอำนาจทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจอยู่ทางตอนเหนือของคาบสมุทรยูกาทาน ประมาณกันว่าการก่อสร้าง ชิเช่นอิทซ่าเริ่มตั้งแต่ประมาณ ค.ศ. 750-900 ซึ่งเป็นช่วงต้นของยุคคลาสสิกมายัน (Early Classic Mayan Period) โครงสร้างของชิเช่นอิทซ่า ประกอบด้วยกลุ่มโบราณสถานหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเกรทนอร์ทแพลตพอร์ม (Great North Platform) กลุ่มออสซาริโอ้ (Ossario Group) กลุ่มคาซ่าโคโรราด้า (Casa Colorada Group) กลุ่มเซ็นทรัล (Central Group) และกลุ่มชิเช่นเก่า (Old Chichen)

ไฮไลต์ของชิเช่นอิทซ่าอยู่ที่โบราณสถานกลุ่มเกรทนอร์ทแพลตพอร์ม พระเอกของงานคือ เอล คาสติโล่ (El Castillo แปลว่า ปราสาท) หรือพีระมิดแห่งคุคุลคาน (Temple of Kukulkan) ซึ่งพีระมิดขั้นบันไดที่มีความสูง 30 เมตรพอดีเป๊ะ ฐานแต่ละด้านยาวประมาณ 55.3 เมตร มีศาสนสถานสูง 6 เมตรประดิษฐานอยู่บนยอดพีระมิด

ทุกๆ ปี นักท่องเที่ยวเรือนหมื่นจะมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมายที่บริเวณรอบๆ เอล คาสติโล่ แห่งนี้ เพื่อรอเฝ้าชมปรากฏการณ์มหัศจรรย์ในวันศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox)  หรือวันราตรีเสมอภาค ซึ่งเป็นวันที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากันในฤดูใบไม้ร่วง (ในปีหนึ่งจะมีวันที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากันที่เรียกว่า วิษุวัต (Equinox) อยู่สองวัน ในฤดูใบไม้ร่วง เรียกว่า วันศารทวิษุวัต ตรงกับวันที่ 22 หรือ 23กันยายน  และวันวสันตวิษุวัต (Vernal equinox) เกิดในวันที่ 20 หรือ 21 มีนาคมซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิในซีกโลกเหนือ)

ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะการคำนวณด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมของชาวมายัน ในวันดังกล่าว แสงอาทิตย์จะสาดส่องลงมาที่พีระมิดทำให้เงาหยักๆขั้นบันไดที่มุมพีระมิดทาบทอลงบนกำแพงลาดที่อยู่ตรงกลางด้านหนึ่งของพีระมิด ก่อให้เกิดเงาละม้ายคล้ายงูยักษ์เลื้อยอยู่บนกำแพง

เกรทบอลคอร์ท (Great Ball Court) สนามบอลแห่งความตาย เป็นอีกโบราณสถานอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจ สนามบอล ยาว 168 เมตร กว้าง 70 เมตรแห่งนี้ ใช้แข่งเมโสอเมริกันบอล ( Mesoamerican ballgame) ทีมชนะได้รางวัล ทีมแพ้ถูกประหาร

นอกจากนี้ ยังมีโบราณสถานสำคัญๆ อีกหลายกลุ่มในชิเช่นอิทซ่า เช่น สระมรกตซากราโด้ (Cenote Sagrado) วัดแห่งนักรบ (Temple of the Warriors) กลุ่มของเสาพันต้น (Group of a Thousand Columns–อันนี้ผมรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยยังไงก็ไม่รู้)  

การเดินทางไปชมชิเช่นอิทซ่าเราต้องย้ายตัวเองเข้าไปอยู่ในประเทศเม็กซิโกเสียก่อน ประชาชนชาวไทยอย่างเราจำเป็นต้องมีวีซ่าเข้าประเทศเม็กซิโก โดยขอได้ที่สถานทูตและสถานกงสุลเม็กซิโกทั่วโลก ยื่นเรื่องแล้วรอรับวีซ่าได้เลย มีวีซ่าแล้ว ก็จัดการจับจองที่นั่งบนเครื่องบินไปลงที่เมืองท่องเที่ยวสุดฮิตของอเมริกันชน โดยเฉพาะช่วงสปริงเบรก (Spring break) ซึ่งวัยรุ่นหนุ่มสาวอเมริกันจะมารวมหัวมั่วสุมกันที่เมืองแคนคูน (Cancun) หรือจะบินไปลงที่เมืองเมริดาก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด จากนั้นก็เริ่มออกเดินทางกันทางบก แล้วแต่ว่าจะถนัดทางไหน จะเช่ารถขับกันไปเองก็ควรเตรียมใบขับขี่สากลไปด้วย

ชิเช่นอิทซ่าห่างจากแคนคูน ไปทางตะวันตก ประมาณ 187  กิโลเมตร ระหว่างทางมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น โบราณสถานตูลุม (Tulum ruin) ที่อยู่บนชายหาด เรื่อยไปจนถึงเมืองเมริดา (Merida) ที่อยู่เลยชิเช่นอิทซ่าไปทางตะวันตกประมาณ 120 กิโลเมตร ทางหลวงของเม็กซิโกสภาพดีครับ ขับสบาย ขับขี่ด้านซ้าย รถพวงมาลัยขวาเหมือนเมืองไทย ไม่ต้องปรับตัว เติมน้ำมันก็มีคนเติมให้ เติมเต็มถังสามารถบอกเป็นภาษาอังกฤษว่า “Fill Up” ไม่ต้องใช้ภาษาสเปนก็เข้าใจกัน

เมื่อสองสามปีก่อนมีข่าวว่าการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวในเม็กซิโกไม่ปลอดภัย เนื่องจากมีโจรสลัดบก คอยดักปล้นรถยนต์อยูเนืองๆ ก่อนไปก็น่าจะเช็กข่าวความปลอดภัยเสียก่อน หรือจะซื้อทัวร์ไปจากแคนคูนก็สะดวกดี ถ้ารักการผจญภัย นั่งรถเมล์เม็กซิกัน เดินทางแบบแบ็กแพ็กก็น่าสนุกตื่นเต้นครับ

การเดินทางบนคาบสมุทรยูกาทานของผมยังไม่จบแค่เพียงชิเช่นอิทซ่า ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายหลายแห่งทั้งบนบกและใต้ทะเลแคริบเบียน ที่ผมมีโอกาสได้สัมผัสตลอดระยะเวลา 14 วัน คอยติดตามต่อไปละกันครับ

 

เรื่องและภาพ ธนะวัฒน์ ลิขิตคีรีรัตน์