Home > Suporn Sae-tang (Page 2)

ศึก 1 แถม 1 สู้ “คนละครึ่ง” ยักษ์ค้าปลีกอัดโปรถี่ยิบ

สงครามค้าปลีก “คนละครึ่ง” เปิดฉากดุเดือดอีกครั้งและแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะบรรดายักษ์ค้าปลีกและเครือข่ายร้านอาหารแบรนด์ดังต่างอัดโปรโมชั่น “1 แถม 1” ถี่ยิบ เพื่อช่วงชิงกำลังซื้อแข่งขันกับกลุ่มร้านโชวห่วยและสตรีทฟู้ดที่เข้าโครงการ "คนละครึ่ง" เฟส 2 ตั้งแต่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2564 หลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จนส่งผลกระทบซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของคนไทย แน่นอนว่า โครงการคนละครึ่งของรัฐบาล ซึ่งให้สิทธิประโยชน์แก่ประชาชนในการซื้อสินค้า โดยภาครัฐช่วยจ่าย 50% ในวงเงิน 3,000 บาทต่อคนในเฟสแรก และเพิ่มเป็น 3,500 บาทต่อคนในเฟส 2 วันละไม่เกิน 150 บาทต่อคน กลายเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สามารถลดค่าใช้จ่ายแบบเห็นชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบกับมาตรการที่ผ่านมา จนกลายเป็นกลยุทธ์ชนะใจชาวบ้านในทุกโพลล์ของทุกสำนัก อย่างโพลล์ RIDC ของศูนย์นวัตกรรมดิจิทัล วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลประจำปี 2563 ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง การถดถอยของเศรษฐกิจและเหตุการณ์อื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

Read More

ผวาโควิดหนีตลาดสด เซ็นทรัล-ซีพี ยอดขายพุ่ง

พิษการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีต้นตอใหญ่มาจากตลาดค้ากุ้งในจังหวัดสมุทรสาคร ส่งผลดาวกระจายเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าที่เดินทางมารับอาหารทะเลสดไปขายปลีกในหลายจังหวัด จนเกิดกระแสหวาดผวาอย่างหนัก ผู้คนเปลี่ยนพฤติกรรมเลิกเดินตลาดสดแห่เข้าซูเปอร์มาร์เก็ตที่ตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัย ไร้เชื้อ แถมมีโปรโมชั่นแรงๆ แข่งขันกันมากขึ้น ล่าสุด เครือข่ายสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งเปิดเผยสถานการณ์กุ้งของไทย ระบุว่า ผลผลิตกุ้งเลี้ยงปี 2563 โดยรวมอยู่ที่ 270,000 ตัน ลดลง 7% เมื่อเทียบกับปี 2562 อยู่ที่ประมาณ 290,000 ตัน เป็นผลจากปัญหาเรื่องโรคระบาดและความไม่มั่นใจต่อสถานการณ์โควิด-19 กระทบต่อตลาดและราคาตกต่ำ ขณะเดียวกัน การส่งออกกุ้งช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2563 มีปริมาณ 123,297 ตัน มูลค่า 35,872 ล้านบาท เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ส่งออกปริมาณ 135,249 ตัน มูลค่า 40,185 ล้านบาท ลดลงทั้งปริมาณและมูลค่า ที่ร้อยละ 9 และร้อยละ 11 ตามลำดับ ส่วนการส่งออกอาหารทะเลสดแช่เย็นแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป รวมทูน่ากระป๋องและแปรรูป แต่ไม่รวมกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูป

Read More

เวิลด์แก๊สแตกไลน์ ดัน “วันเดอร์ฟู้ด” เข้าตลาดหุ้น

“เวิลด์แก๊ส” เปิดยุทธศาสตร์แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหารแนวสตรีทฟู้ดระดับพรีเมียม โดยประเดิมโปรเจกต์แรกจับมือกับบริษัท วันเดอร์ฟู้ด อินเตอร์เนชันแนล จำกัด ของเชฟมิชลินสตาร์ “แอนดี้ ยังเอกสกุล” และมองข้ามช็อตต่อยอดขยายเครือข่ายสาขาแฟรนไชส์ ธุรกิจเครื่องปรุงรสและอาหารกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งหมายถึงการขยายฐานรายได้ใหม่ และยังเป็นการเพิ่มลูกค้าก๊าซกลุ่มร้านอาหารแบบดับเบิ้ลด้วย ทั้งนี้ หากดูโครงสร้างรายได้ของบริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ภายใต้แบรนด์เวิลด์แก๊ส เมื่อปี 2562 อันดับ 1 มาจากโรงบรรจุก๊าซ 6,376 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 44.83% ตามด้วยสถานีบริการก๊าซ 3,337 ล้านบาท สัดส่วน 24.29% กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม 1,378 ล้านบาท สัดส่วน 9.39% กลุ่มลูกค้าพาณิชย์ 842 ล้านบาท สัดส่วน 5.32% ร้านค้าก๊าซ 609 ล้านบาท สัดส่วน 4.15% ที่เหลือเป็นซัปพลายเซลและอื่นๆ

Read More

ออนไลน์พร้อมพรึ่บ ตื่นกระแสโควิดระลอก 2

ยักษ์ออนไลน์หลายค่ายต่างเตรียมพร้อมกลยุทธ์ลุยตลาดในปีหน้ารับพฤติกรรมนักชอปที่หันมาจับจ่ายผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซมากขึ้นหลายเท่าตัว ไม่ใช่ New Normal ช่วงโควิด-19 ระบาดเท่านั้น แต่กลายเป็นวิถีชีวิต Now Normal ส่วนหนึ่งของผู้บริโภคยุคใหม่ไปเสียแล้ว ยิ่งล่าสุด หลายฝ่ายเริ่มหวั่นวิตกกับการแพร่ระบาดระลอกสอง หลังเกิดเหตุผู้ลักลอบเดินทางจากประเทศเมียนมากลับเข้าไทยพร้อมเชื้อไวรัสอันตราย ยิ่งตอกย้ำวิถีชีวิต Now Normal ของหลายๆ กิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่หน้ากากอนามัย ใช้เจลแอลกอฮอล์ การเว้นระยะห่าง และรวมถึงการจับจ่ายซื้อสินค้าออนไลน์ โดยคาดการณ์ว่า ตัวเลขตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในปี 2564 มีแนวโน้มพุ่งสูงมากจากปี 2563 ที่ประเมินไว้จะทะลุเป้าหมาย 220,000 ล้านบาท อัตราเติบโตกว่า 35% จากปี 2562 ที่มีมูลค่าประมาณ 163,300 ล้านบาท ภารดี สินธวณรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า การเติบโตของอีคอมเมิร์ซก้าวกระโดดตลอด 8 ปีที่ผ่านมา และสถานการณ์โควิด-19 เป็นตัวเร่งสปีดมากขึ้น โดยมีจำนวนลูกค้าใหม่เข้ามาใช้แพลตฟอร์มลาซาด้าเพิ่มขึ้นหลายล้านคน ภาคธุรกิจมีแบรนด์สินค้าและจำนวนผู้ขายเพิ่มขึ้นมากกว่า

Read More

สตรีทฟู้ดบูม 3.4 แสนล้าน เซ็นกรุ๊ป งัด “เขียง” รถเข็นปูพรม

เชนร้านอาหารยักษ์ใหญ่ “เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป” ประกาศรุกสงคราม Street Food ส่งโมเดลร้านรูปแบบใหม่ “รถเข็น” แบรนด์ “เขียง” หลังภาพรวมตลาดมีแนวโน้มเติบโตพุ่งพรวดหลายเท่า ทั้งความนิยม ไลฟ์สไตล์ของคนไทย และที่สำคัญ คือ ปัจจัยบวกจากโครงการกระตุ้นการจับจ่าย “คนละครึ่ง” ของรัฐบาลสามารถผลักดันยอดขายของร้านสตรีทฟูดริมทางเพิ่มขึ้นมากกว่า 30-50% ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ขณะเดียวกัน ธุรกิจร้านอาหารริมทาง หรือ Street Food พลิกขยายตัวสวนพิษโควิด โดยกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารประมาณการปี 2564 จะมีมูลค่าตลาดมากกว่า 340,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านๆ มามีมูลค่าตลาดราว 270,000 ล้านบาท จำนวนร้านค้ามากกว่า 103,000 ร้านทั่วประเทศ เหตุผลสำคัญมาจากความได้เปรียบในแง่ความคล่องตัวของการเปิดร้าน ใช้พื้นที่ไม่มาก เงินลงทุนไม่สูง และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ต่างปรับกลยุทธ์จุดขายหลากหลายรูปแบบ เช่น การประยุกต์เมนูอาหารเพื่อเพิ่มมูลค่า การจัดร้าน เน้นจุดขายทั้งในแง่ความเก่าแก่ ชูตำนานความอร่อย และเข้าสู่ระบบเดลิเวอรี่มากขึ้น จนสามารถสร้างยอดขายไล่ตามกลุ่มฟาสต์ฟู้ดได้อย่างชัดเจน ดูจากข้อมูลการสำรวจสถิติการสั่งอาหารออนไลน์ของคนไทย โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)

Read More

เซ็นทรัลเร่งปูพรม “อาริกาโตะ” ปลุก “บัตเตอร์เบียร์” รับเทศกาล

เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เปิดเกมช่วงชิงลูกค้ากลุ่มคอกาแฟรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ โดยเล่นกิมมิกประจำปีปลุกเมนูในตำนานโลกเวทมนตร์ Butter Beer เพื่อรุกสงคราม 2 ด้าน ด้านหนึ่งสร้างสีสันให้ร้านแฟมิลี่มาร์ทลุยสมรภูมิคอนวีเนียนสโตร์ อีกด้านเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ Coffee Arigato หลังจากลุยตลาดคอนวีเนียนคาเฟ่แบบรุกคืบมานานกว่า 3 ปี ล่าสุด ข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 ร้านสะดวกซื้อ แฟมิลี่มาร์ท มีจำนวนสาขาทั่วประเทศรวม 966 สาขา ขณะที่คอฟฟี่ อาริกาโตะ ล่าสุดมี 446 สาขา แบ่งเป็นเคาน์เตอร์ในร้านแฟมิลี่มาร์ท จำนวน 328 สาขา และเคาน์เตอร์กระจายอยู่ตามฟู้ดสโตร์แบรนด์ต่างๆ ในเครือเซ็นทรัลฟู้ดฯ ทั้งท็อปส์มาร์เก็ต ท็อปส์ซูเปอร์สโตร์ ท็อปส์เดลี่ และเซ็นทรัล ฟู้ดฮอลล์ อีก 118 สาขา ต้องยอมรับว่า เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทลพยายามหาจุดแข็งของร้านกาแฟในร้านสะดวกซื้อและปรับกลยุทธ์หลายรอบ

Read More

“คนละครึ่ง” อัดฉีดเม็ดเงิน ฟื้นโชวห่วยแข่งยักษ์สะดวกซื้อ

ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศขยายโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 เป็นของขวัญปีใหม่ 1 มกราคม 2564 หลังกระแสตอบรับดีเยี่ยม ไม่ใช่แค่เพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ กระตุ้นจีดีพี แต่ที่สำคัญกลายเป็นมาตรการพลิกฟื้นธุรกิจร้านโชวห่วยให้กลับมาคึกคัก มียอดขายพุ่งพรวดเท่าตัว เบื้องต้น รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเงื่อนไขเบื้องต้นว่า หากใครที่ลงทะเบียนคนละครึ่งในเฟส 1 สำเร็จ เมื่อมีการเปิดเฟส 2 จะมีปุ่มให้กดยืนยันจะเข้าร่วมในเฟส 2 หรือไม่ แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องใช้วงเงิน 3,000 บาทหมดภายในเดือนธันวาคมนี้ นั่นย่อมหมายถึงกระตุ้นการจับจ่ายช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2563 จากจำนวนประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์เฟสแรก 10 ล้านคน และรัฐบาลตั้งเป้าหมายขยายเฟส 2 ทั้งในแง่จำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ วงเงินการใช้จ่ายเพิ่มจาก 3,000 บาท รวมถึงระยะเวลาการใช้จ่าย ซึ่งช่วงต้นปีมีเทศกาลสำคัญๆ ทั้งเทศกาลปีใหม่ เทศกาลตรุษจีน และอาจยาวไปถึงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ หากดูตัวเลขเฉพาะโครงการคนละครึ่งเฟส 1 ที่เปิดให้ผู้ได้รับสิทธิ์ใช้วงเงินจับจ่ายตั้งแต่วันที่

Read More

เซเว่นฯ ลุยอัปเกรดสินค้า พิซซ่า เบเกอรี่ ของสด สู้ “คนละครึ่ง”

ยักษ์ใหญ่สะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น ดูเหมือนต้องเร่งเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ All Convenience และปรับกลยุทธ์ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 โดยเฉพาะการสร้างจุดขายและแรงดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่แห่ไปจับจ่ายสินค้าในร้านโชวห่วยรายย่อยภายใต้โครงการ “คนละครึ่ง” ของรัฐบาล คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ขณะที่มาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ซึ่งร้านสะดวกซื้ออยู่ในกลุ่มร้านค้าตามโครงการ โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิ์หักลดหย่อนภาษีจากค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในประเทศตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคนนั้น กระแสความนิยมของผู้คนไม่แรงเท่าโครงการคนละครึ่ง เนื่องจากต้องรอการหักลดหย่อนภาษีและมูลค่าที่ได้ขึ้นอยู่กับฐานรายได้ของประชาชนแต่ละคน ฐานรายได้สูงจึงจะได้รับการลดหย่อนสูง สิ่งที่เห็นชัดเจน คือ ร้านสะดวกซื้อทุกค่ายต่างต้องทำโปรโมชั่นและเพิ่มสินค้าใหม่ที่แตกต่างจากร้านโชวห่วย ซึ่งเซเว่นอีเลฟเว่นมีการปรับกลยุทธ์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเพิ่มสินค้าใหม่หมวดอาหาร เบเกอรี่ หรือแม้กระทั่งของสด เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ กุ้ง เข้ามาอยู่ในตู้แช่มากขึ้น รวมทั้งจัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมในกลุ่มสินค้าที่ไม่มีจำหน่ายในร้านโชวห่วยทั่วไป อย่างล่าสุด กลุ่มธุรกิจ คัดสรร เบเกอรี่ แอนด์ คาเฟ่ ธุรกิจเบเกอรี่และเครื่องดื่มในเครือบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารธุรกิจร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น งัดแคมเปญใหม่กระตุ้นแบรนด์ “พิซซ่าคาเฟ่” ซึ่งเพิ่งเปิดเคาน์เตอร์จำหน่ายเมื่อ 2 เดือนก่อน จัดโปรโมชั่นจากปกติ

Read More

ศึกชิงเม็ดเงิน “ช้อปดีมีคืน” ยักษ์เอาท์เล็ตแข่งถล่มแคมเปญ

กระแสโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ซึ่งกระทรวงการคลังตั้งเป้ากระตุ้นกำลังซื้อช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้ มากกว่า 2 แสนล้านบาท และดึงเม็ดเงินจากผู้มีรายได้สูงมากกว่า 3.7 ล้านคน กำลังจุดชนวนสมรภูมิค้าปลีกช่วง 2 เดือนสุดท้าย โดยเฉพาะกลุ่มเอาท์เล็ตแบรนด์หรู ทั้งสยามพรีเมี่ยมเอาท์เล็ตและเซ็นทรัลวิลเลจ ต่างระดมอัดแคมเปญถล่มกันอย่างหนักหน่วง ขณะเดียวกัน ในจังหวะนี้กลุ่มเอาท์เล็ตที่เคยเจาะนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างปรับแผนรุกขยายฐานลูกค้าคนไทยกำลังซื้อสูง เนื่องจากสถานการณ์การท่องเที่ยวยังต้องรอการฟื้นตัวและเพิ่งประเดิมเปิดประเทศรับทัวร์ต่างชาติประเภทพิเศษ หรือ Special Tourist Visa หรือ STV กลุ่มแรกเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยกลุ่มแรกเดินทางมาจากเมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 41 คน ตามนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ 2 จากกวางโจว ประเทศจีน เดินทางเข้ามาอีก 100 คน เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม แม้ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เสนอแผนการตลาดดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรป โดยเจาะกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียเป็นหลัก เช่น ฟินแลนด์ สวีเดน เดนมาร์ก และนอร์เวย์

Read More

ทาคาชิมายะ บูมบิ๊กไฮไลท์ ครบ 2 ปี ฝ่ามรสุมค้าปลีกไทย

สยาม ทาคาชิมายะ กลายเป็นห้างสายพันธุ์ญี่ปุ่นที่ถูกจับจ้องความเคลื่อนไหวก้าวต่อไป หลังเปิดดำเนินการเมื่อปี 2561 พร้อมๆ กับอภิมหาโครงการไอคอนสยาม และจะดีเดย์ครบรอบ 2 ปี ในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ ขณะเดียวกัน ชื่อชั้น “ทาคาชิมายะ” ถือเป็นกลุ่มห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ดำเนินธุรกิจยาวนานมากกว่า 190 ปี ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1829 ที่เมืองเกียวโต โดยนายอีดะ ชินกิชิ ระยะแรกเน้นจำหน่ายสินค้าปลีกประเภทเสื้อผ้า ผ้าฝ้าย จนขยายอาณาจักรธุรกิจและผุดสาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น ประมาณ 20 แห่ง ส่วนสาขาในต่างประเทศเริ่มบุกประเทศสิงคโปร์ โดยเป็นผู้เช่าหลักในศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดใจกลางถนนสายหลักออร์ชาร์ด และขยายต่อเนื่อง ได้แก่ สาขาเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน สาขาโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม จนล่าสุด คือ สยามทาคาชิมายะ ไอคอนสยาม ประเทศไทย เป็นการร่วมทุนกันระหว่างบริษัทลูก ทาคาชิมายะ สิงคโปร์ สัดส่วน 51% กับกลุ่มไอคอนสยาม 49% หากย้อนไปวันแรกของการเผยโฉมในประเทศไทยนั้น

Read More