Home > 2016 > พฤษภาคม (Page 2)

โรงเรียนนวดแผนโบราณเชตวัน สืบสานตำรานวดไทยตำรับวัดโพธิ์

  ความเคร่งเครียดในการทำงานประกอบกับวิถีชีวิตปัจจุบันที่เวลาส่วนใหญ่ผูกติดอยู่กับสมาร์ทโฟนเป็นหลักจนก่อให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว รวมถึงความตึงเครียดทางอารมณ์ หลายคนเลือกใช้วิธีการนวดเพื่อบำบัดอาการปวดเมื่อยดังกล่าว ซึ่งดูเหมือนจะเป็นที่นิยมอย่างมากทั้งจากคนไทยและต่างชาติ จนทำให้ธุรกิจร้านนวดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น เมื่อเอ่ยถึงการนวดแล้ว “นวดแผนโบราณวัดโพธิ์” มักจะเป็นชื่อแรกที่เรานึกถึง เพราะถือเป็นต้นตำรับการนวดที่มีมาแต่อดีตสืบทอดต่อมาจนเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยมีโรงเรียนนวดแผนโบราณ “เชตวัน” หรือโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เป็นผู้ทำหน้าที่รักษาและถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีคุณค่าเหล่านี้ สำหรับความเป็นมาของโรงเรียนนวดแผนโบราณเชตวัน หรือหลายคนมักนิยมเรียกว่าโรงเรียนนวดวัดโพธิ์นั้น ต้องย้อนกลับไปสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ “วัดโพธาราม” หรือ “วัดโพธิ์” ขึ้นเป็นพระอารามหลวง ทรงรวบรวมการแพทย์แผนโบราณและโปรดเกล้าฯ ให้ปั้นรูปฤๅษีดัดตนในท่าต่างๆ เอาไว้ด้วย  ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 3 มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดโพธิ์ครั้งใหญ่ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมสรรพวิชาแขนงต่างๆ ทั้งความรู้ทางการแพทย์ ตำรายา ตำราโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ศาสนา การปกครอง รวมถึงตำราการนวด จารึกลงบนแผ่นศิลาประดับไว้ตามศาลาราย รวมถึงปั้นรูปฤๅษีดัดตนเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษา จนเมื่อปี 2498 ได้มีการก่อตั้งโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพนขึ้นตามดำริของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริ) เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการแพทย์แผนโบราณ ในด้านเวชกรรม เกสัชกรรม

Read More

อย่ามองข้ามปัญหาการทรงตัว

 Column: Well – Being คุณยืนบนขาข้างเดียวได้นานแค่ไหน คำตอบของคุณบ่งบอกถึงความเป็นไปของสุขภาพคุณได้มากโขทีเดียว มีคนไม่น้อยมองข้ามความสำคัญของการทรงตัว อันที่จริงแล้ว เพียงแค่การยืนทรงตัวอย่างเดียวต้องอาศัยกลไกในร่างกายมากกว่าที่คาดคิด จอห์น มิลเลอร์ นักกายภาพบำบัดแห่ง Physio Works กล่าวไว้ในนิตยสาร GoodHealth ว่า การยืนทรงตัวได้อย่างมั่นคง ร่างกายจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างสอดประสานของอวัยวะหลายๆ ส่วน และการรับรู้หลายๆ ด้าน “ระบบการทรงตัวของคุณขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้รับจากนัยน์ตา หูชั้นใน และโพรพริโอเซปเตอร์หรือกลุ่มอวัยวะรับความรู้สึกบริเวณข้อต่อ กล้ามเนื้อ และผิวหนัง ที่ทำหน้าที่ส่งการตอบสนองนั้นไปยังสมอง เพื่อควบคุมให้อวัยวะแต่ละส่วนของร่างกายทำงานสอดประสานกัน” ขณะที่โครงการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สถาบันพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร อธิบายว่า โพรพริโอเซปเตอร์ (proprioceptor) คือกลุ่มอวัยวะรับความรู้สึกที่คอยรับการกระตุ้นจากการเปลี่ยนแปลงท่าทางของร่างกาย เกี่ยวกับทรวดทรงหรือความตึงตัวของกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อ อวัยวะกลุ่มนี้จะส่งความรู้สึกไปยังประสาทส่วนกลาง เพื่อปรับการเคลื่อนไหวให้ถูกต้องต่อไป และมิลเลอร์อธิบายเพิ่มเติมว่า อายุที่มากขึ้นส่งผลกระทบต่อการทรงตัวได้ คุณอาจสังเกตตนเองว่า เวลาเดินมีอาการสะดุดบ่อยครั้งขึ้น หรือต้องพึ่งราวจับมากขึ้น ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่พบแพทย์เพื่อตรวจอาการ ปัญหาจากการทรงตัวสามารถลุกลามไปสู่อาการปวดหลังและหกล้มได้ นอกจากนี้ ปัญหาการทรงตัวยังส่อสัญญาณการมีปัญหาสุขภาพขั้นรุนแรงด้วย เช่น การไม่สามารถยืนทรงตัวบนขาข้างเดียวได้นาน 20 วินาทีเป็นอย่างน้อย อาจบ่งชี้ว่าคุณมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากโรคหลอดเลือดสมองและโรคเกี่ยวกับสมอง ข่าวดีคือ การเสริมสมรรถนะให้กลุ่มอวัยวะรับความรู้สึกหรือโพรพริโอเซปเตอร์ของคุณแข็งแรงขึ้น สามารถช่วยคุณได้ทั้งด้านความแข็งแกร่ง

Read More

ทุกข์เกษตรกร ผจญภัยแล้งแถมเศรษฐกิจฟุบ

  พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ผ่านพ้นไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และเป็นประหนึ่งสัญญาณของการเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกครั้งใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยขวัญและกำลังใจสำหรับเกษตรกร ในการประกอบสัมมาชีพหล่อเลี้ยงสังคมและผู้คนต่อไป เพราะท่ามกลางผลการเสี่ยงทายที่ปรากฏว่าพระโคได้กินข้าว ข้าวโพด งา เหล้า น้ำ และหญ้า พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร จะบริบูรณ์ดี น้ำท่าจะบริบูรณ์สมควร การคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดี เศรษฐกิจรุ่งเรืองขึ้น และในการเสี่ยงทายผ้านุ่งเสี่ยงทาย พระยาแรกนาหยิบเสี่ยงทาย ผ้านุ่ง 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำปริมาณพอดี ข้าวกล้าได้ผลบริบูรณ์ ผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ดูจะเป็นแรงกระตุ้นความหวังและความฝันครั้งใหม่ได้ไม่น้อยเลย หากแต่ข้อเท็จจริงที่เกษตรกรไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ อาจอาศัยเพียงกำลังใจและความคาดหวังจากการพยากรณ์ตามลำพังไม่ได้ เพราะปัญหาของเกษตรกรไทยในห้วงปัจจุบันมิได้มีเพียงประเด็นว่าด้วยการเพิ่มผลผลิตหรือการปรับโครงสร้างราคาพืชผลทางการเกษตรให้สอดรับกับต้นทุนการผลิตเท่านั้น หากยังมีปัจจัยว่าด้วยความสามารถในการแข่งขันเพื่อการส่งออกไปยังตลาดระดับนานาชาติด้วย ปัญหาเฉพาะหน้าของเกษตรกรในช่วงของภาวะภัยแล้งที่ผ่านมา อยู่ที่ต้นทุนการผลิต ปริมาณการผลิต ต้นทุนการหาแหล่งน้ำ รายได้จากการทำการเกษตร หนี้สินของครัวเรือน และการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน ซึ่งประชาชนประมาณ 80.5% ที่ตอบแบบสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนที่ผ่านมา ระบุว่าในการแบกรับภาระหรือการรับมือต่อภัยแล้ง ทำได้น้อย หรือทำไม่ได้เลย  ขณะเดียวกัน สถานการณ์ภัยแล้งที่มีแนวโน้มจะยืดยาวไปถึงช่วงมิถุนายน 2559 จะทำให้เม็ดเงินหายไปจากระบบเศรษฐกิจประมาณ

Read More

อ. ยิ่งศักดิ์ จับมือผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในซิดนีย์ เปิดสอนอาชีพเชฟและการบริการ

 อ. ยิ่งศักดิ์ จับมือผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในซิดนีย์ เปิดสอนอาชีพเชฟและการบริการ ป้อนร้านอาหารทั่วประเทศออสเตรเลีย ปีละ 300 คน ยืนยันค่าเรียนถูกกว่าบินไปเรียนที่ออสเตรเลียแถมได้งานแน่นอน วิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจการอาหารไทยและนานาชาติประกาศความเป็นผู้นำด้านธุรกิจการเรียนการสอนและผลิตบุคลากรด้านวิชาชีพเชฟอาหารไทยและนานาชาติ ด้วยการจับมือกับ Technical and Further Education Western Sydney Institute (TAFE  WSI) และ Five Stars Education ประเทศออสเตรเลีย ในการผลิตบุคลากรด้านเชฟและการบริการ ป้อนร้านอาหารไทยและนานาชาติในออสเตรเลีย และทั่วโลก ปีละ 300 คน พร้อมการันตีได้งานแน่นอน เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 ณ ห้อง THOS–CONSERVATORY โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านส่งเสริมการเรียนการสอนและผลิตบุคลากรด้านวิชาชีพเชฟและการบริการ ระหว่างวิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจการอาหารไทยและนานาชาติ (TIFTEC หรือ Thai & International Food  Technological College) ประเทศไทย กับ Technical

Read More

BASEM แห่ง รพ. กรุงเทพ บริการเพื่อคนรักการออกกำลังกาย

เพราะการบาดเจ็บอาจเกิดขึ้นได้กับผู้ที่เป็นนักกีฬาหรือผู้ที่ชอบการออกกำลังกายทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายประเภทใดก็ตาม การรักษาอาการบาดเจ็บและฟื้นฟูสภาพให้สามารถกลับมาเล่นกีฬาและออกกำลังกายได้โดยเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งการดูแลรักษาสุขภาพ ออกกำลังกาย เล่นกีฬา ยังคงเป็นกระแสฮอตฮิตของคนรุ่นใหม่ และไม่มีทีท่าจะแผ่วลงง่ายๆ ในทางกลับกันกลับมีแนวโน้มได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดธุรกิจและบริการต่างๆ ขึ้นเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ดังกล่าว ซึ่งบริการทางการแพทย์ก็เป็นหนึ่งในนั้น สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายกรุงเทพ (Bangkok Academy of Sports and Exercise Medicine) หรือ BASEM คือหนึ่งในบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลกรุงเทพทุ่มทุนกว่า 70 ล้านบาท เพื่อสร้างสถาบันด้านเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายที่ครบครัน และต้องการยกระดับให้เป็นผู้นำด้านการรักษาอาการบาดเจ็บและวิเคราะห์ผู้ที่มีปัญหาด้านการเล่นกีฬาโดยเฉพาะ จุดมุ่งหมายของ BASEM คือให้การรักษาและให้คำปรึกษาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการกีฬา ดูแลรักษานักกีฬาที่เกิดการบาดเจ็บ ฟื้นฟูและเพิ่มสมรรถภาพด้านร่างกาย รวมถึงให้คำปรึกษาด้านเทคนิคการเตรียมความพร้อม เทคนิคการเล่นกีฬา ออกแบบด้านการออกกำลังกาย อีกทั้งยังครอบคลุมงานด้านโภชนาการ และจิตวิทยาการกีฬาด้วยเช่นกัน เพื่อให้สามารถเล่นกีฬาและออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่การทดสอบ ประเมินสมรรถภาพร่างกาย วิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุ รักษาอาการบาดเจ็บทั้งด้วยยา ผ่าตัด และกายภาพบำบัด โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือนักกีฬาทุกประเภท ผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา รวมถึงคนทั่วไปที่สนใจการออกกำลังกาย และต้องการเทคโนโลยีและวิทยาการเข้ามาช่วยดูแลรักษา ฟื้นฟู และป้องกันการบาดเจ็บ โดยให้บริการเครื่องออกกำลังกายที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นแม่เหล็กของ BASEM

Read More

ร่างกฎหมายต่อต้านเรื่องเพศและเชื้อชาติในการทำแท้งในประเทศอเมริกา

 Column: Women in Wonderland อย่างที่ทราบกันดีว่าประเทศอเมริกานั้นการทำแท้งถือเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย รัฐบาลอเมริกามองว่าการทำแท้งเป็นสิทธิที่เสมอภาคกันของผู้หญิง ผู้หญิงจึงมีสิทธิ์ในการตัดสินใจว่าต้องการที่จะเก็บทารกไว้ต่อไป หรือต้องการที่จะทำแท้งเมื่อทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์และอาจจะยังไม่พร้อมในการมีบุตร กฎหมายของแต่ละรัฐในประเทศอเมริกานั้นมีการอนุญาตให้ทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมายตามระยะเวลาการตั้งครรภ์ ซึ่งจะถูกกำหนดไว้แตกต่างกันในแต่ละรัฐ การเลือกเพศทารกในครรภ์นั้นมีมานานแล้ว โดยเฉพาะที่ประเทศจีนและอินเดีย ที่พ่อแม่ส่วนใหญ่อยากได้ลูกชายมากกว่าลูกสาว หลายคนน่าจะยังจำได้ว่าที่ประเทศจีนนั้น ก่อนหน้านี้รัฐบาลอนุญาตให้แต่ละครอบครัวมีลูกได้แค่คนเดียวเท่านั้น เพื่อเป็นการคุมจำนวนประชากร คนจีนในหลายครอบครัวที่รู้ว่าได้ลูกสาวก็เลือกที่จะไม่แจ้งรัฐบาลว่ามีลูกและให้เด็กคนนั้นอยู่แบบผิดกฎหมาย หรือเลือกที่จะฆ่าเด็กทิ้ง และตั้งท้องใหม่จนกว่าจะได้ลูกชาย  ในปัจจุบันเรื่องการคุมจำนวนประชากรของแต่ละประเทศไม่ได้เป็นเรื่องที่สำคัญมากแล้ว อย่างประเทศจีนเองก็ยกเลิกให้แต่ละครอบครัวมีลูกได้แค่หนึ่งคนเท่านั้น แต่เรื่องที่มีความสำคัญต่อจำนวนบุตรในแต่ละครอบครัวคือการเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ยิ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลงอย่างเวลานี้ แต่ละครอบครัวก็จะมีการวางแผนมากขึ้นว่าควรจะมีลูกกี่คน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีลูกน้อยลงประมาณ 1–2 คนต่อครอบครัว ในขณะเดียวกันด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้สามารถอัลตราซาวด์เพื่อดูการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์และดูเพศของทารกได้ การที่พ่อแม่รู้เพศของทารกได้ก่อนและด้วยสภาพเศรษฐกิจทำให้หลายครอบครัวตัดสินใจทำแท้งหลังจากรู้ว่ากำลังจะได้ลูกสาว อย่างที่ประเทศอินเดียก็มีค่านิยมรักและอยากได้ลูกชายมากกว่าลูกสาว ดังนั้นในอินเดียจึงมีการทำแท้งที่มีสาเหตุมาจากการเลือกเพศทารกในครรภ์จำนวนมาก Sital Kalantry ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการเลือกเพศทารกในอินเดียและอเมริกาพบว่า จากสถิติในช่วง 10–20 ปีมานี้ จำนวนเด็กหญิงที่เกิดมานั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะในอินเดียที่สัดส่วนการเกิดระหว่างเด็กชายและหญิงต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสัดส่วนที่ต่างกันนี้น่าจะมาจากการที่คนอินเดียเลือกที่จะมีลูกผู้ชายมากกว่าลูกผู้หญิง โดยตัดสินใจทำแท้งถ้าหากทราบว่าทารกในครรภ์นั้นเป็นเพศหญิง ในช่วง 5–6 ปีที่ผ่านมานี้ หลายรัฐในอเมริกาได้มีการพูดกันถึงเรื่องการเลือกเพศทารกในการทำแท้ง เพราะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจทำแท้งหลังจากที่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์และทารกในครรภ์มีเพศที่ไม่ตรงกับที่ตัวเองต้องการก็จะตัดสินใจทำแท้ง ความคิดนี้ทำให้นักสิทธิมนุษยชนในหลายองค์กรเริ่มเรียกร้องไม่ให้มีการทำแท้งเกิดขึ้นในกรณีเหล่านี้  มากกว่า 25 รัฐในประเทศอเมริกาที่มีการพูดกันในร่างกฎหมายฉบับใหม่เกี่ยวกับการทำแท้ง และในปัจจุบันมีอยู่ 5 รัฐที่ห้ามไม่ให้ทำแท้งเพราะการเลือกเพศ คือรัฐเพนซิลเวเนีย อิลลินอยส์ โอคลาโฮมา

Read More

วิเชียร พงศธร ผู้นำพรีเมียร์กรุ๊ป ผู้ยึดหลักคิดและปฏิบัติสู่ความยั่งยืน

  พระอาทิตย์ตั้งฉากกับกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ท่ามกลางงาน “Taste Sustainability รักรส มีวนา รักษ์ป่า ยั่งยืน” อีกหนึ่งโครงการสำคัญภายใต้การดูแลของกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ “ผู้จัดการ 360 ํ” ได้มีโอกาสฟังทัศนคติการดำเนินธุรกิจจาก “วิเชียร พงศธร” กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ แน่นอนว่าบนเวทีแห่งการแข่งขันทางธุรกิจแต่ละหน่วยงานองค์กรทางธุรกิจย่อมต้องมีกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจที่จะสร้างโอกาสในการประสบความสำเร็จและความก้าวหน้า ซึ่งก็เป็นแนวปฏิบัติพื้นฐานของการทำธุรกิจ  หากแต่ไม่ใช่กับวิเชียร พงศธร ที่นั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ ที่ปัจจุบันมี 4 ธุรกิจหลักประกอบด้วย บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัทพรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับลิสซิ่ง รถเช่า บริษัทพรีเมียร์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และบริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ จำกัด ธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2554  ทั้งนี้การขยายธุรกิจด้านพลังงานนั้นเป็นเพียงการต่อยอดจากธุรกิจสิ่งแวดล้อมที่ทำอยู่ก่อนแล้ว โดยใช้บริษัท

Read More

โคคา-โคลา แต่งตั้งผู้จัดการทั่วไปคนใหม่สำหรับประเทศไทยและลาว

 บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแต่งตั้ง นางเซเดฟ ซาลินกัน ซาฮิน เป็นผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวคนใหม่ ต่อจาก มร. แอนโตนิโอ เดล โรซาริโอ ที่ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคอาเซียน ณ สำนักงานในประเทศสิงคโปร์ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป  นางเซเดฟ ซาลินกัน ซาฮิน เริ่มต้นทำงานกับโคคา-โคลา ที่ประเทศตุรกี ในปี 2546 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ จากนั้นดำรงตำแหน่งอื่นๆ ที่มีความรับผิดชอบสูงขึ้น ตั้งแต่ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ไปจนผู้จัดการทั่วไปธุรกิจเครื่องดื่มอัดลม และผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ดูแลหน่วยธุรกิจในประเทศตุรกี คอเคซัส และเอเชียกลาง  ต่อมาในปี 2554 นางเซเดฟ ซาลินกัน ซาฮิน ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปธุรกิจน้ำผลไม้ระดับภูมิภาค และสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและผลกำไรให้กับธุรกิจ ล่าสุด นางเซเดฟ ซาลินกัน ซาฮิน ได้เสริมสร้างศักยภาพและรากฐานที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นให้กับธุรกิจเครื่องดื่มอัดลมของโคคา-โคลา ผ่านกลยุทธ์การสร้างชื่อเสียงขององค์กร

Read More

กาแฟ-สังคม-ชุมชน กรีนเนท เอสอี สู่ “มีวนากาแฟอนุรักษ์ป่า”

  ท่ามกลางเสียงเครื่องบดกาแฟแบบมือหมุน และกลิ่นกรุ่นของกาแฟในกระดาษกรองที่ผ่านน้ำร้อนแบบควบคุมอุณหภูมิ ที่บริษัท กรีนเนท เอสอี จำกัด กำลังส่งต่อให้เหล่านักดื่มกาแฟได้สัมผัสรสชาติกาแฟที่ถูกบ่มเพาะอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่าต้นน้ำในจังหวัดเชียงราย เรื่องราวของเมล็ดกาแฟที่นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารตามธรรมชาติที่สามารถปลุกให้ตื่นจากภวังค์ได้แล้ว ยังอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวของเหล่าเกษตรกรชาวเขาจากผืนป่าต้นน้ำแม่ลาว แม่สรวย แม่กรณ์ บนพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งบริษัทกรีนเนท เอสอี จำกัด นับเป็นกิจการเพื่อสังคมผู้ริเริ่มโครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่า “มีวนา” โครงการเกษตรกรในพื้นที่ป่าต้นน้ำทั้งสามแห่ง ร่วมอนุรักษ์ป่าต้นน้ำปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรแบบแผ้วถางป่า มาเป็นการปลูกกาแฟออร์แกนิคใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ โดยมีหมุดหมายในการสร้างความยั่งยืนให้กับป่าและชุมชน ด้วยความมุ่งหวังให้กาแฟมีวนาเป็นกลไกหนึ่งในการรักษาป่าพื้นที่ป่าต้นน้ำ และฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ในประเทศ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนสู่ชุมชน จากการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ในไทยไปกว่า 70 ล้านไร่นับตั้งแต่มีการสำรวจครั้งแรกในปี 2504 ที่พบว่าไทยมีพื้นที่ป่าประมาณ 171 ล้านไร่ และหลงเหลืออยู่เพียง 102 ล้านไร่ในปี 2557 ส่งผลเสียนานัปการ นอกจากความไม่สมดุลของสภาพดินฟ้าอากาศแล้ว ยังส่งผลต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ โครงการกาแฟอินทรีย์รักษาป่ามีวนาจึงเริ่มขึ้น โดยส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ในผืนป่า เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเกษตรกร และเสริมสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง นับว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้เกษตรกรและชาวบ้านในชุมชนหวงแหนรักป่า และช่วยกันฟื้นฟูให้ป่าไม้กลับมาสมบูรณ์  กลุ่มบริษัทพรีเมียร์เล็งเห็นประโยชน์ที่สังคมจะได้รับ จึงเข้ามาสนับสนุน โดยวิเชียร พงศธร กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัทพรีเมียร์กล่าวว่า  “ผมอยากเห็นภาคธุรกิจและสังคมโดยรวมมีความเชื่อร่วมกันว่า การประกอบธุรกิจที่สร้างคุณค่าสู่สังคมเป็นเรื่องที่ปฏิบัติได้จริง อีกทั้งผู้บริโภคยังสามารถมีส่วนร่วมในการนำส่งคุณค่านั้นผ่านการสนับสนุนสินค้าหรือบริการ โครงการนี้ได้รับการออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โครงการมีวนามีรายได้จากการจำหน่ายกาแฟออร์แกนิค ในขณะที่กระบวนการทั้งหมดของมีวนาได้คำนึงถึงประโยชน์โดยรวมของทุกภาคส่วน

Read More

กาแฟ “มีวนา” บนความยั่งยืนของป่าต้นน้ำ

  ประเทศไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสาเหตุหลักๆ มาจากสองปัจจัย คือ หนึ่งปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น การหมุนรอบตัวเองของโลกและรอบดวงอาทิตย์ การเปลี่ยนแปลงของพลังงานจากดวงอาทิตย์ การระเบิดของภูเขาไฟ และสอง ปัจจัยจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ การตัดไม้ทำลายป่า เมื่อความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปีตามอัตราการเติบโตของจำนวนประชากร อีกทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าของภาคอุตสาหกรรม ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เหล่านี้เป็นสาเหตุหลักที่เข้ามาทำลายสมดุลทางธรรมชาติ อันเป็นแหล่งผลิตก๊าซออกซิเจนและยังเป็นตัวช่วยในการดูดซับก๊าซเรือนกระจกทำให้โลกร้อนขึ้น แม้ว่าหลายประเทศจะตระหนักรู้ถึงต้นเหตุของปัญหาและกำลังระดมสรรพกำลังเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน หรืออย่างน้อยที่สุดคือการบรรเทาเพื่อชะลอวิกฤตที่อาจเกิดตามมาในอนาคต ทั้งการปลุกและปลูกจิตสำนึกที่ดีให้กับประชากรทุกช่วงวัยให้รับรู้และใส่ใจต่อเรื่องดังกล่าว กระนั้นหากเปรียบเทียบแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อลดภาวะโลกร้อนจากทุกๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คงไม่สามารถสร้างสมดุลในแนวบวกได้มากนัก เมื่อภาพสะท้อนจากนโยบายภาครัฐที่ฉายให้เห็นถึงความคาดหวังให้เกิดแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยนโยบายต่างๆ ที่ยังคงปรากฏและดำเนินไปนั้น โดยส่วนใหญ่แสดงออกถึงความชัดเจนในเรื่องหวังผลให้เกิดการเติบโตและการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แสดงออกมาเป็นตัวเลขจีดีพีที่เป็นบวกเท่านั้น อย่างไรก็ตาม บรรดานักลงทุนที่ตัดสินใจตอบรับแรงหนุนนำจากภาครัฐและพร้อมที่จะหว่านเมล็ดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อรอให้ผลงอกเงยนั้น แม้จะเป็นความจริงที่การกระทำดังกล่าวช่วยให้เกิดการจ้างงาน รวมไปถึงกระตุ้นการจับจ่ายได้ส่วนหนึ่ง กระนั้นก็ยังคงเป็นธุรกิจที่ดำเนินกิจการไปในทิศทางที่หวังผลกำไรที่สามารถแบ่งเป็นเงินปันผลต่อหุ้นส่วนทางธุรกิจ มากกว่าที่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของชุมชนส่วนรวม นอกเหนือไปจากปัญหาความแปรปรวนในเรื่องสภาพอากาศที่ไทยจะต้องเผชิญแล้ว ปัญหาภัยแล้งที่กำลังเข้าขั้นวิกฤตอยู่ในขณะนี้ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยตรง เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมและสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ คือพืชผลทางการเกษตร  การขาดแคลนน้ำซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพาะปลูก ส่งผลให้ชาวนาบางส่วนต้องชะลอการทำนา รวมไปถึงสินค้าเกษตรที่ต้องปรับราคาสูงขึ้นเมื่อผลผลิตไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรทำให้เกิดสภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ตัวเลขการส่งออกในไตรมาสแรกถึงไตรมาสสองของปีนี้แทบจะไม่สามารถต้านทานแรงโน้มถ่วงของโลกได้เลย ซึ่งการส่งออกนับเป็นอีกฟันเฟืองที่สำคัญยิ่งของเศรษฐกิจไทย สภาวะภัยแล้งที่ไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้นั้น สาเหตุหนึ่งมาจากผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนิโญที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย และอาจส่งผลให้ปี 2559 ไทยต้องเจอกับวิกฤตการณ์ภัยแล้งรุนแรงเท่ากับที่เคยเกิดขึ้นในปี 2540 ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาการผันแปรของมวลน้ำจากมหาสมุทรอินเดียอาจจะบรรเทาภัยแล้งไปได้บ้าง แต่ก็เป็นเพียงปัจจัยเดียวเท่านั้นที่พอจะช่วยได้ เพราะสถานการณ์น้ำฝนตามฤดูกาลในปี 2558 มีจำนวนน้อยมาก  นอกเหนือไปจากปรากฏการณ์เอลนิโญที่ส่งให้ไทยต้องพบกับวิกฤตภัยแล้งแล้ว การลดจำนวนลงของป่าไม้ในประเทศไทยน่าจะเป็นอีกปัญหาที่ถูกสั่งสมมาอย่างยาวนาน  จากข้อมูลสถิติการสำรวจพื้นที่ป่าไม้ของไทยนับจากปี

Read More