Friday, December 2, 2022
Home > Cover Story > RCD เสริมจุดแข็งจับมือ Cleanup รุกตลาดชุดครัวระดับพรีเมียม

RCD เสริมจุดแข็งจับมือ Cleanup รุกตลาดชุดครัวระดับพรีเมียม

ห้องครัว เป็นอีกห้องในบ้านที่ผู้อยู่อาศัยให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเคาน์เตอร์ครัวที่ต้องดีไซน์ให้ถูกใจผู้ใช้งาน ปัจจุบันเคาน์เตอร์ครัวมีหลากหลายรูปแบบ ที่นิยมกันมากที่สุดคือชุดครัวแบบบิวต์อิน ที่มีราคาตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน หรือแบบที่หลายๆ บ้านนิยมคือ เคาน์เตอร์ครัวปูน เนื่องจากเจ้าของบ้านสามารถเลือกวัสดุและรูปแบบเองได้ทุกส่วน

นอกจากครัวทั้งสองแบบที่กล่าวไปข้างต้น ชุดครัวหรือเคาน์เตอร์ครัวนำเข้าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่กำลังได้รับความสนใจในปัจจุบัน บริษัท อาร์ซีดี ดีไซน์ เซ็นเตอร์ จำกัด ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตและนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ชุดครัวพรีเมียม ที่ดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลากว่า 50 ปี ซึ่งในช่วงแรกที่บริษัทเริ่มก่อตั้ง อาร์ซีดีจะเน้นหนักไปในธุรกิจเฟอร์นิเจอร์แบบครบวงจร กระทั่งทายาทรุ่นที่ 2 อย่าง กิตติ เริ่มเจริญดี เข้ามารับช่วงต่อ จึงค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเมื่อมองเห็นช่องทางของเฟอร์นิเจอร์ชุดครัวที่น่าจะทำรายได้เพิ่มมากขึ้น เพราะเริ่มเป็นที่นิยมในตลาดไทย

ล่าสุด อาร์ซีดี ดีไซน์เซ็นเตอร์ เดินหน้ารุกตลาดระดับบนมากขึ้น และจับมือกับ Cleanup บริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ผู้พัฒนาชุดเครื่องครัวสเตนเลสสตีลอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ที่ก่อตั้งมายาวนานกว่า 75 ปี พร้อมเปิดตลาดในไทยภายใต้ชื่อ RCD x Cleanup ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานบ้านและสวนแฟร์ 2022 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา

“ครั้งแรกที่เราเจอ Cleanup เราประทับใจในเรื่องความสะอาด ต้องการนำเข้ามาทำการตลาดที่ไทย อยากให้คนไทยได้ใช้ครัวที่สะอาดแบบนี้ ซึ่ง 6-7 ปีที่ผ่านมา Cleanup พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จสูงมากในตลาดไทย ไม่ว่าเราจะพรีเซ็นต์ที่ไหน ดีเวลลอปเปอร์ทุกเจ้าชอบหมด โจทย์ของเราคือ ทำอย่างไรให้สามารถขยาย Segment ออกไปได้อีก จึงเกิดการพัฒนาเป็น RCD x Cleanup ซึ่งจะทำให้ราคาดรอปลง และสามารถนำเสนอเข้าไปในส่วนของโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูงได้” กิตติ เริ่มเจริญดี กรรมการและผู้จัดการ บริษัท อาร์ซีดี ดีไซน์ เซ็นเตอร์ จำกัด อธิบาย

“เหตุที่เราร่วมมือกันพัฒนาสินค้าใหม่กับ RCD ประการแรกเลยคือ บริษัท RCD เป็นบริษัทที่มีความแข็งแรง นอกจากนี้เป้าหมายของเราในก้าวแรกคือ ลูกค้ากลุ่มรีเทลในไทย หลังจากนั้นเราจะขยายไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น นั่นคือกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และถ้าทุกอย่างที่กล่าวไปก่อนหน้าดำเนินไปด้วยดีแล้ว เราจะมองไปถึงเรื่องการส่งออกสินค้าของเราไปสู่ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“RCD มีความพร้อมในหลายด้าน พวกเขามีความรู้ที่ถูกต้องกับสิ่งที่ทำ โดยเฉพาะโชว์รูมที่มีทำเลที่ตั้งที่ดี กลางเมือง อีกทั้งเรายังมีเป้าหมายทางการตลาดที่เหมือนกัน นั่นคือการเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงระดับบน” อิคุยะ ทามากิ ผู้จัดการฝ่ายขายแผนกต่างประเทศ บริษัท คลีนอัพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าว

เมื่อพิจารณาจากเป้าหมายหลักของทั้งสองบริษัทที่ตรงกัน อีกทั้งศักยภาพที่แต่ละฝ่ายมี การจับมือกันในครั้งนี้เพื่อรุกตลาดที่กว้างขึ้น น่าจะเป็นการเกื้อหนุนกันได้เป็นอย่างดี

ความพิถีพิถันที่ Cleanup มี และการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดทำให้ Cleanup ครองใจคนญี่ปุ่น และพยายามขยายฐานตลาดให้กว้างมากขึ้น ในขณะที่ RCD ที่มีความเข้าใจในตลาดไทยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน การจับมือกับ Cleanup จะทำให้การสยายปีกในครั้งนี้บินได้ไกลขึ้นกว่าเดิม

ชุดครัวที่ทั้งสองพัฒนาร่วมกันภายใต้แบรนด์ RCD x Cleanup เป็น Prototype จำนวน 2 เซต ราคาเริ่มต้นที่เซตละ 2 แสนบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันการใช้งานที่ลูกค้าเลือก ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกหน้าบาน รูปแบบ สี เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของตัวลูกค้าเองได้ โดยกิตติคาดหวังว่าจะสามารถทำยอดขายได้ประมาณ 100 ชุดต่อเดือน นอกจากชุดครัวภายใต้แบรนด์ RCD x Cleanup แล้ว RCD ยังนำเข้าชุดครัว Original ของ Cleanup ซึ่งปัจจุบันมีการนำเข้าอยู่ที่ประมาณ 30 ชุดต่อปี โดยเป็นการสั่งซื้อและประกอบจากโรงงานที่ญี่ปุ่น และใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน ทั้งนี้ชุดครัว Original ของ Cleanup ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2 ล้านบาท

“ในอนาคต Cleanup มีแผนจะร่วมทุนกับ RCD เปิดโรงงานผลิตชุดครัวในไทย ให้ไทยเป็นฐานการผลิตสำหรับการส่งออกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะไทยได้สิทธิ์ Free Trade Zone ทำให้เราได้เปรียบด้านภาษี” กิตติบอกกับ “ผู้จัดการ 360 องศา” ปัจจุบัน Cleanup ได้ส่งออกไปในหลายประเทศ เช่น ไต้หวัน จีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไทย เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย และสิงคโปร์

ชุดครัวสเตนเลสสตีลมีคุณสมบัติที่ดี ด้านสุขอนามัย ซึ่งเป็นวัสดุแบบเดียวกับเครื่องมือแพทย์ แต่นั่นทำให้ราคาชุดครัวสูงตามไปด้วย กิตติบอกกับ “ผู้จัดการ 360 องศา” ว่า “เราต้องเปลี่ยน Mind Set ของเขาโดยเฉพาะกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการให้ความรู้ว่า การใช้ครัวสเตนเลสสตีลจะให้สิ่งที่ดีแก่ลูกค้าของโครงการ แต่การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ แต่หากเป็นลูกค้ากลุ่มรีเทล เชื่อว่าคนที่เลือกชุดครัวของเราเป็นคนที่ชื่นชอบการทำครัวเป็นทุนเดิม มีความต้องการชุดครัวที่สวยคงทนและเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เพราะสินค้าของเราสามารถตอบโจทย์ด้วยตัวเอง แต่กลุ่มผู้ประกอบการเราอาจจะต้องปรับในส่วนของราคา เพื่อให้เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ผู้ประกอบการอสังหาฯ RCD และผู้ซื้อบ้านโครงการพึงพอใจ วินวินทุกฝ่าย”

สถานการณ์โควิดตั้งแต่ปลายปี 2562 ปัจจุบันส่งผลต่อธุรกิจในทุกแวดวง จากเดิมที่ RCD เคยตั้งเป้าหมายรายได้ที่ 500 ล้านบาท ในช่วง 3 ปี คือ 2563-2565 น่าจะถึงเป้าหมายเพียง 50% เท่านั้น มีการเติบโตขึ้นเล็กน้อยจากกลุ่มรีเทล แต่ลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการหยุดชะงักลง เนื่องจากช่วงโควิดมีการหยุดก่อสร้าง

นอกจากนี้ RCD ยังเพิ่มไลน์สินค้าในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ เช่น ตู้เสื้อผ้าที่เพิ่มเครื่องกรองอากาศ และเครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี หรือชุดครัวที่นำเสนอครัวสเตนเลสสตีล เพื่อขายความคงทนต่อการใช้งาน และยังพร้อมที่จะนำเข้าเฟอร์นิเจอร์จากต่างประเทศชุดใหม่ ทั้งแบรนด์จากฝั่งยุโรป ญี่ปุ่น

ปัจจุบันโลกออนไลน์คือตลาดที่ทุกธุรกิจเลือกใช้ ไม่เว้นแม้แต่ RCD ที่เป็นผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียม ธนิสสรา ฝูงเจริญ กรรมการและผู้อำนวยการด้านการตลาด บริษัท อาร์ซีดี ดีไซน์ เซ็นเตอร์ จำกัด บอกเล่าการใช้ออนไลน์ในการทำตลาดว่า “การตลาดออนไลน์เป็นอันดับ 1 ที่เรามุ่งเน้น แม้ว่าเราจะเป็นผู้นำเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ แต่การทำตลาดออนไลน์จะไม่ทำให้ความเป็นพรีเมียมของเฟอร์นิเจอร์เราลดลง เพราะลูกค้าในระดับบนเองก็ใช้สื่อออนไลน์เช่นกัน เพียงแต่เราต้องเข้าให้ถูก Channel และ Mood and Tone ที่สื่อออกไป ทุกอย่างสามารถคอนโทรลให้ยังคงความลักชัวรีได้”

นอกจากการเป็นผู้ผลิตและนำเข้าเฟอร์นิเจอร์แล้ว RCD ยังเตรียมพร้อมรับมือสำหรับการดีไซน์ให้ตรงใจลูกค้า “เรามีดีไซเนอร์อินเฮาส์ 25 คน ที่พร้อมจะทำงานให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า แม้ว่าลูกค้าที่เข้ามาในโชว์รูมของเราส่วนใหญ่จะมาพร้อมดีไซเนอร์และเขามีไอเดียของตัวเองอยู่แล้วก็ตาม แต่ถ้าเราสามารถตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากที่สุดก็ปิดการขายได้ไว แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ คุณภาพและบริการหลังการขาย ซึ่งเราให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง”

“โรงงานของเราผลิตสินค้าที่เน้นคุณภาพมาเป็นอันดับหนึ่ง และราคามาเป็นอันดับสอง ซึ่งสินค้าของเราจะต้องเป็นมิตรต่อผู้อยู่อาศัย เฟอร์นิเจอร์ของเราจะไม่มีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง เรายกระดับการเป็นผู้ประกอบการที่ Low VOCs 100%” กิตติขยายความอย่างภูมิใจ

ตลาดชุดครัวไทยที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และ RCD ซึ่งเป็นสเปเชียลลิสต์ในฐานะผู้ผลิตและนำเข้าชุดครัว มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10% แม้ว่าตำแหน่งในตลาดจะมีความสำคัญในเชิงการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ “เราคงบอกไม่ได้ว่าอยู่ตำแหน่งไหนในตลาดนี้ แต่เราจะทำให้ดีที่สุด และทำให้ทุกคนพึงพอใจกับสินค้าของเรา การแข่งกับตัวเองดีที่สุด”

นอกจากนี้ RCD ยังไม่กังวลว่าการจับตลาดระดับพรีเมียมที่มูลค่าสินค้าต่อชิ้นค่อนข้างสูงจะส่งผลต่อการขายในอนาคต เนื่องจากคุณภาพสินค้ามีอายุการใช้งานประมาณ 30 ปี ผู้บริหาร RCD มองว่าการขยายตัวของ Gen ใหม่เพิ่มสูงขึ้นในแง่การสร้างอนาคต และบางครอบครัวไม่ได้มีบ้านเพียงหลังเดียว นี่เป็นโอกาสของ RCD นอกจากตลาดหลักในพื้นที่กรุงเทพฯ แล้ว RCD ยังมีตลาดรองในจังหวัดใหญ่ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต หัวหิน และจังหวัดที่ติดชายแดนมีโอกาสขยายธุรกิจได้มาก ขณะที่กัมพูชา RCD ได้ส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ประมาณ 10%

ทั้งหมดทั้งมวลคงไม่ใช่แค่ความภูมิใจ แต่เป็นความมั่นใจในคุณภาพสินค้า และบริการหลังการขายของตัวเอง ที่น่าจะเป็นกลยุทธ์หลักที่ช่วยให้ RCD ยังคงเป็นฮับของตลาดเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์เช่นในปัจจุบัน.