Monday, December 5, 2022
Home > Cover Story > T3 Technology ลุยธุรกิจ IoT & Cloud รุกตลาดหลัก 5 ประเทศ

T3 Technology ลุยธุรกิจ IoT & Cloud รุกตลาดหลัก 5 ประเทศ

เทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วโลก ยิ่งอัตราการเติบโตของเทคโนโลยีมีมากขึ้นเท่าไร ส่งผลให้ธุรกิจ Cloud Service ได้รับอานิสงส์เต็มๆ

นักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่มองเห็นโอกาสจากการขยายตัวนี้ และเบนเข็มธุรกิจมาเปิดให้บริการ Cloud ซึ่งทำให้ตลาดนี้เริ่มมีสีสันมากขึ้น นั่นเพราะ Cloud Service กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานไม่ต่างอะไรกับไฟฟ้า น้ำประปา หรือระบบขนส่งสาธารณะ

บริการ Cloud ทำให้ชีวิตผู้คนง่ายขึ้น จากเดิมที่เคยจัดเก็บข้อมูลผ่านอุปกรณ์ขนาดเล็กอย่าง Flash Drive หรือ แผ่น CD/DVD ปัจจุบันธุรกิจ Cloud ทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลของตัวเองได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

นอกจากการให้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแล้ว Cloud ยังครอบคลุมไปถึงการนำข้อมูลเหล่านั้นไปประยุกต์ใช้ให้เกิดบริการใหม่ๆ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ระบบเศรษฐกิจ เช่น การสร้าง Website, Application, Social Media ที่ใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างแอปพลิเคชันสั่งอาหาร การซื้อขายสินค้าออนไลน์

จึงไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด หากธุรกิจในกลุ่ม Cloud Service จะมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงปี 2008-2020 มูลค่าธุรกิจบริการ Cloud ที่ใหญ่ที่สุดอันดับแรกสามารถเติบโตได้สูงถึง 44 เท่า ขณะที่มูลค่าตลาดของธุรกิจนี้มีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้วยมูลค่าของตลาดที่มีมากถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และอัตราการเติบโตที่สูงถึง 44 เท่า จึงไม่น่าแปลกใจที่ T3 Technology จะหันมาลงทุนในธุรกิจนี้บ้าง

T3 Technology ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2018 ซึ่งธุรกิจหลัก ได้แก่ การให้บริการโซลูชันแบบครบวงจรสำหรับ Wi-Fi ในบ้าน, IoT ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีอัจฉริยะตัวช่วยอำนวยความสะดวกในบ้าน และผลิตภัณฑ์โทรคมนาคมครบวงจร รวมไปถึงโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับ 5G, Cloud Service

Mr. Leo Yu (ลีโอ ยู๋) ประธานกรรมการบริษัท กล่าวถึง 4 กลยุทธ์ที่ต้องการมุ่งเน้น โดยเฉพาะในเรื่องการเชื่อมต่อแบบเต็มรูปแบบ ชีวิตที่ชาญฉลาด บริการเสริมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และระบบคราวด์ การให้บริการข้อมูลที่รวดเร็วและตอบเสนองอย่างไม่มีสะดุด

โดยจะครอบคลุมไปทั่วทุกองค์กรและครัวเรือนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและส่งเสริมการตระหนักถึงการใช้ไลฟ์สไตล์แบบชาญฉลาด และเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ให้แพลตฟอร์มคลาวด์เชื่อมต่อกับทุกสิ่งในทุกพื้นที่เพื่อใช้ชีวิตได้สะดวกมากขึ้น

ขณะเดียวกัน Mr. Leo Yu ประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรในงานเปิดตัวธุรกิจ IoT & Cloud ในประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเวียดนาม โดย Mr. Leo Yu ระบุว่า บริษัท T3 Technology มีอัตราการเติบโตแบบทวีคูณ และถือเป็นบริษัทที่มีศักยภาพชั้นนำแห่งหนึ่งของเมืองไทย โดยในครั้งนี้ได้เปิดตัวธุรกิจ IoT & Cloud อย่างเป็นทางการใน 5 ประเทศ

โดยตั้งเป้าหมายยอดขายปี 2565 ที่ 7 พันล้านบาท ทั้งนี้การขยายบริษัทไปยัง 5 ประเทศข้างต้น ประเทศไทยเป็นตลาดที่คาดหวังไว้สูงที่สุด โดยคาดว่าจะมียอดขายในไทย 2.2 พันล้านบาท ความคาดหวังที่สูงในระดับนี้น่าจะมาจากเหตุผลสำคัญคือ ในช่วงสถานการณ์โควิด บริษัทไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากรูปแบบการใช้ชีวิตของคนไทยในช่วงโควิดคือ นโยบาย Work From Home ส่งผลให้บริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดด

T3 Technology จะให้บริการแก่ผู้บริโภคในมหานครของประเทศต่างๆ ได้มากขึ้นและพร้อมที่จะมุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการกับผู้บริโภคเพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์และการบริการที่รวดเร็วซึ่งถือเป็นการพัฒนาแบบบูรณาการของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะยังคงมุ่งขยายธุรกิจต่อไปทั่วโลก

พันธมิตร T3 Technology ผู้พัฒนาและให้บริการแพลตฟอร์ม IoT ระดับโลก Tuya Smart Marketing and Strategic Cooperation Vice President และ CMO Eva na กล่าวว่า “Tuya รู้สึกภูมิใจมากที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ T3 Technology เราจะก้าวเป็นผู้นำด้านดิจิทัลร่วมกันทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งครั้งนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นของอุตสาหกรรม IoT ในประเทศไทย ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นความสำเร็จในปีต่อ ๆ ไป สำหรับการเติบโตทั่วทั้งภูมิภาคในธุรกิจ IoT”

คนึงเดช ไตรรัตนอุปถัมภ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมเครือข่ายและประกันคุณภาพ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้นำด้านโทรคมนาคมรายใหญ่ของไทย เชื่อมั่นว่าจะเกิดความร่วมมือทางธุรกิจในด้านต่างๆ มากขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย

เพ็ญสิริ เสถียรวงศ์นุษา ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำประเทศไทย บริษัท เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แบรนด์อีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย กล่าวว่า “aCommerce และ T3 Technology ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ด้วยกัน ซึ่งถือเป็นความร่วมมือที่แข็งแกร่งโดยผสมผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาพัฒนาตลาดและเข้าถึงความต้องการของผู้คนได้มากขึ้น กลุ่มลูกค้าครอบครัวมีจำนวนมากขึ้นที่พร้อมจะสำรวจโลกดิจิทัลและความเป็นไปได้แบบไม่รู้จบ”

Mr. Leo Yu ให้ความสำคัญกับตลาด Cloud ในประเทศไทยเป็นอันดับต้น ๆ เพราะมองเห็นอัตราการเติบโตที่เป็นผลมาจากรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนที่เริ่มเปลี่ยนไปหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Cloud Service ในไทยกำลังอยู่ในช่วงเนื้อหอม เพราะเมื่อช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทอาลีบาบา ผู้ให้บริการ E-commerce หันมารุกตลาดนี้อีกราย โดยส่งบริษัท อาลีบาบา คลาวด์ (ประเทศไทย) เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด

โดยนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า ก่อนหน้าได้มีการให้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมเพื่อให้บริการ Data Center และ Cloud Service กับผู้รับใบอนุญาตไปแล้วจำนวน 6 ราย ได้แก่ บริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอมส์ ดาต้า เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอสทีที จีดีซี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอบีพีโอ จำกัด และบริษัท เน็ตมาร์ค (ประเทศไทย) จำกัด

ทั้งนี้มีข้อมูลว่า ระหว่างปี 2561-2563 รายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องรวมกว่า 2,300 ล้านบาท และรวมบริษัท อาลีบาบา คลาวด์ (ประเทศไทย) จำกัด ทำให้ไทยมีผู้รับใบอนุญาตรวม 7 ราย

นโยบายการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยของรัฐบาลชุดนี้ คือ สนับสนุนการประกอบกิจการของบริษัทที่มีสัญชาติต่างประเทศ ที่ประสงค์จะประกอบกิจการโทรคมนาคมในประเทศไทย โดยไม่จำกัดว่าผู้ถือหุ้นจะต้องเป็นนิติบุคคลที่มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นเป็นสัญชาติไทยมากกว่า 51 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นมีสัญชาติต่างชาติก็สามารถขออนุญาตเพื่อให้บริการดังกล่าวภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่งได้ ซึ่งเป็นมาตรการส่งเสริมการลงทุนด้านดิจิทัลของรัฐบาลและนโยบายส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI

หาก T3 Technology หวังจะเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดนี้ พิจารณาจากสถานการณ์ในปัจจุบันอาจต้องบอกว่าไม่ง่ายนัก แต่ผลดีน่าจะตกอยู่กับผู้ใช้บริการที่มีจะมีตัวเลือกมากขึ้น.

Leave a Reply