วันเสาร์, สิงหาคม 18, 2018
Home > Cover Story > “Nothing is impossible” การบริหารงานสไตล์ ยุพิน ชัยวิกรัย

“Nothing is impossible” การบริหารงานสไตล์ ยุพิน ชัยวิกรัย

“คุณพ่อสอนแพมมาตลอดว่า nothing is impossible ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ ถ้ามัวแต่คิดว่าทำไม่ได้ มันก็ไม่มีวันทำได้” ยุพิน ชัยวิกรัย ผู้สร้างร้าน You&I จากที่ไม่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการทำร้านอาหารมาก่อน จนวันนี้ You&I กลายเป็นร้านสุกี้บุฟเฟ่ต์พรีเมียมที่เป็นที่รู้จัก และขยายสาขากว่า 10 สาขา ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี

ยุพิน ชัยวิกรัย หรือ คุณแพม ทายาทของมั่นสิน ชัยวิกรัย นักธุรกิจใหญ่ ผู้ก่อตั้งบริษัท ไทย แคปปิตอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TCC ดำเนินธุรกิจด้านการลงทุนและถือหุ้นในบริษัทอื่น (โฮลดิ้ง คอมปานี) ซึ่งลงทุนใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจพลังงาน โดยเฉพาะถ่านหินและเหล็ก, ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจบริหารสินทรัพย์

หลังสำเร็จการศึกษาระดับ Master of Science in Accounting จาก Strayer University ประเทศสหรัฐอเมริกา ยุพินได้เข้าทำงานในบริษัท ไทย แคปปิตอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับสายงานบัญชี วางโครงสร้างบัญชี ตรวจสอบบัญชี และวางกลยุทธ์ตามความถนัดที่ได้ร่ำเรียนมา โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการและกรรมการการลงทุน

ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีในการทำงาน ยุพินได้เรียนรู้และซึมซับวิธีการทำงานจากผู้เป็นพ่อ ทั้งวิธีการบริหารที่เฉียบขาด หนักแน่น ชัดเจน ลงลึกในทุกรายละเอียด และสิ่งสำคัญที่มั่นสินสอนบุตรสาวเสมอคือ “Nothing is impossible” ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ เราต้องเชื่อว่าเราทำได้ อย่าคิดว่าเราทำไม่ได้ ซึ่งทั้งหมดได้บ่มเพาะให้ยุพินกลายเป็นนักธุรกิจสาวที่มั่นใจ กล้าคิดกล้าทำ ตัดสินใจเฉียบขาด ถอดแบบการทำงานมาจากผู้เป็นพ่อชนิดที่เรียกได้ว่าลูกไม้หล่นใต้ต้นเลยทีเดียว

นอกจากรับผิดชอบงานในตำแหน่งรองประธานกรรมการของทีซีซีแล้ว ยุพินยังได้รับมอบหมายให้เข้ามาดูแลร้านอาหารจีนของครอบครัวที่กำลังประสบปัญหาต้องทยอยปิดกิจการจนเหลือเพียงสาขาสุดท้าย ก่อนที่จะพลิกฟื้นจากร้านอาหารจีนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ให้กลายมาเป็นร้านสุกี้บุฟเฟ่ต์พรีเมียม You&I (ยูแอนด์ไอ) ที่น่าจับตามองในปัจจุบัน

“ตอนนั้นเรามานั่งคิดว่าทำไมร้านอาหารเราถึงไม่ประสบความสำเร็จ และถ้าเราปิดสาขาสุดท้ายไปแล้ว พนักงานจะอยู่อย่างไร นาทีนั้นคิดอย่างเดียวว่าขอให้พนักงานได้ทำงานต่อ แค่เท่าทุนก็พอ ไม่ได้มองถึงเรื่องกำไรเลย ทำอย่างไรให้คนมากิน เราจึงคิดที่จะเปลี่ยนจากร้านอาหารจีนที่มันไม่ตอบโจทย์ลูกค้า ให้เป็นร้านสุกี้บุฟเฟ่ต์ และเลือกใช้แต่ของคุณภาพดี ในราคาที่จับต้องได้ จนกลายมาเป็นร้านยูแอนด์ไออย่างในปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้ามากินแล้วชอบ เขาก็มากินอีกเรื่อยๆ” ยุพินกล่าวถึงที่มาของร้านยูแอนด์ไอสาขาแรกที่เปิดให้บริการเมื่อเดือนกรกฎาคม 2557 ณ ศูนย์การค้าเมกกะบางนา

ในยุคที่ธุรกิจร้านอาหารประเภทหม้อไฟแข่งขันกันอย่างดุเดือด ทั้งรายใหญ่รายเล็กต่างกระโดดเข้ามาในตลาดเพื่อแย่งชิงลูกค้า จึงเป็นโจทย์ยากของผู้เล่นรายใหม่ที่ต้องสร้างความต่างให้กับตลาด ซึ่งในขณะที่ทุกร้านต่างพะยี่ห้อตัวเองว่าเป็นร้าน “ชาบู” เพื่อให้ดูอินเทรนด์และตอบโจทย์ลูกค้า แต่ยุพินกลับเลือกที่จะใช้คำว่า “สุกี้” ที่ดูนอกกระแส แถมเป็นสุกี้ “บุฟเฟ่ต์” ที่พ่วงคำว่า “พรีเมียม” เข้าไปอีกด้วย แม้ว่าจะถูกทักท้วงจากนักการตลาดมืออาชีพก็ตาม

จากคนที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำร้านอาหารมาก่อน ยุพินต้องเริ่มศึกษาทุกอย่างและทุ่มเทเพื่อสร้างยูแอนด์ไอขึ้นมา โดยเข้าไปดูแลทุกรายละเอียดด้วยตัวเอง ตั้งแต่การออกแบบตกแต่งร้าน โดยที่แต่ละร้านจะมีการตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้ลูกค้ามานั่งรับประทานอาหารแล้วมีความสุข ตลอดจนเมนูอาหาร รายละเอียดต่างๆ ภายในร้าน รวมถึงระบบการบริหารจัดการและกลยุทธ์ของร้านทั้งหมด

จากสาขาแรกเมื่อปี 2557 ถึงวันนี้ยูแอนด์ไอเปิดไปแล้วทั้งสิ้น 10 สาขา และมีแผนที่จะเปิดให้ครบ 12 สาขาภายในปี 2561 และ 20 สาขา ในปี 2563 ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

จุดเด่นที่ทำให้ยูแอนด์ไอแตกต่างจากคนอื่น คือ น้ำซุป คุณภาพเนื้อ และอาหารที่ได้คุณภาพ โดยเฉพาะน้ำซุปที่มีตัวเลือกให้ลูกค้านับ 10 ประเภท โดยมีซุปเป๋าฮื้อและซุปหูฉลามเป็นตัวชูโรง เป็น first mover ที่นำหมูคุโรบูตะและเนื้อวากิวมาทำเป็นบุฟเฟ่ต์ อีกทั้งยังเป็นบุฟเฟ่ต์แบบแยกหม้อแยกเตา เพื่อตอบโจทย์ความชอบของลูกค้าแต่ละรายที่ต่างกัน ซึ่งกลายมาเป็นจุดขายให้กับร้าน

ในส่วนของเมนูอาหารมีการปรับเปลี่ยนและหาโปรดักส์ใหม่มาเพิ่มเรื่อยๆ เพราะธุรกิจร้านอาหารไม่สามารถหยุดนิ่งได้ ต้องปรับปรุงตลอดเวลา โดยยึดหลักเพียงว่า “เราอยากให้ของที่ดีที่สุดกับลูกค้า ในราคาที่ลูกค้าสามารถจ่ายได้” เช่นการนำไอศกรีมยี่ห้อดังจากบอสตัน สหรัฐอเมริกา อย่าง “Emack & Bolio’s” มาไว้ในไลน์ของหวาน หรือการใช้เครื่องสไลด์เนื้อที่สไลด์กันจานต่อจาน เพื่อให้ลูกค้าได้กินเนื้อที่อร่อยที่สุด

แม้ว่าวันนี้ยูแอนด์ไอจะขยายสาขาออกไปค่อนข้างเร็ว แต่สำหรับยุพินมองว่ายังคงเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่มีหลายสิ่งที่เธอต้องการทำและยังต้องพัฒนาต่อไปอีกมาก โดยเป้าหมายในอนาคตที่วางไว้คือการขยายสาขาออกไปยังที่ต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า ขยายแบรนด์ใหม่เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่นิยมสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี และที่สำคัญคือมุ่งสู่สากล โดยขยายแฟรนไชส์ออกไปยังต่างประเทศ และที่แรกที่มองไว้คือสหรัฐอเมริกา

จากความทุ่มเท และ passion ที่ยุพินมีต่อร้านยูแอนด์ไอ ธุรกิจที่ปลุกปั้นมากับมือ ทำให้เธอไม่หยุดที่จะพัฒนา เพื่อทำให้ร้านยูแอนด์ไอเป็นที่สุดของสุกี้พรีเมียมที่เป็นเลิศด้านรสชาติ คุณภาพ และการบริการ เพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดให้กับลูกค้า อันเป็นพันธกิจที่เธอให้ไว้กับตัวเอง โดยมีคู่แข่งคือ “ตัวเอง” เช่นกัน

“แพมไม่เคยคิดว่าคนอื่นเป็นคู่แข่ง เราทำงานแข่งกับตัวเอง มีเป้าหมายที่วางไว้ แล้วดูว่าเราบรรลุเป้าหมายหรือยัง ตอบโจทย์และทำในสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าหรือยัง ไม่เคยมองว่าจะต้องเป็นมาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 แต่อยากมอบความสุขให้กับทุกคน ทุกอย่างที่ทำ เราทำด้วยความรัก การตลาดของเราคือการให้ ให้ลูกค้ามีความสุข ให้พนักงานมีความสุข และนั่นก็คือความสุขของเรา” ยุพินกล่าวทิ้งท้ายกับ “ผู้จัดการ 360 องศา”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *