วันอาทิตย์, มิถุนายน 25, 2017
Home > Cover Story > “โรบินสัน” เปิดเกมรุก หนุน “ซีอาร์ซี” ชิงชัยค้าปลีก

“โรบินสัน” เปิดเกมรุก หนุน “ซีอาร์ซี” ชิงชัยค้าปลีก

 
เป้าหมายรายได้ของกลุ่มเซ็นทรัล 286,680 ล้านบาท ภายใต้งบลงทุนมากกว่า 37,000 ล้านบาท ให้น้ำหนักเกือบทั้งหมดไปที่การขยายอาณาจักรค้าปลีกทั้งในและต่างประเทศ โดยเปิดเกมรุกทุกแบรนด์ห้างในเครือ ทั้งเซ็นทรัล โรบินสัน ลา รินาเซนเต้ (la Rinascente) และอิลลุม (Illum) โดยเฉพาะ “โรบินสัน” ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการบุกตลาดอาเซียน ยึดหัวหาดต่างจังหวัดเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน และล่าสุดแตกไลน์ห้างสรรพสินค้า “โรบินส์”  (Robins) ลุยประเทศเวียดนาม จุดยุทธศาสตร์ใหญ่ที่สุด
 
“โรบินสัน” ในฐานะแบรนด์ค้าปลีกเก่าแก่กว่า 35 ปี ผ่านวิกฤตหลายรอบ ต้องควบรวมกิจการกับ “เซ็นทรัลรีเทลคอร์ปอเรชั่น” หรือ “ซีอาร์ซี” ใช้เวลาหลายปีกว่าจะฟื้นตัวและขยายสาขาโตแบบก้าวกระโดด
 
ช่วงรอยต่อปลายปี 2556 เข้าสู่ปี 2557 กลุ่มเซ็นทรัลปรับโครงสร้างการบริหารครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด (Chairman of Executive Committee and CEO of Central Group) ของ ทศ จิราธิวัฒน์ แทน สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ที่เกษียณอายุ พร้อมๆกับเปิดทางให้เจเนเรชั่นใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมเต็มอัตราศึกเพื่อเป็นผู้นำธุรกิจระดับโลก 
 
ในส่วน “โรบินสัน” มีการโยกปรีชา เอกคุณากูล จากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) ขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ทำหน้าที่บริหารและพัฒนาโครงการศูนย์การค้าในกลุ่มเซ็นทรัลแทนกอบชัย  จิราธิวัฒน์ และแต่งตั้ง อลัน จอร์จ ทอมสัน ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน แทนปรีชา 
 
อลันรับไม้ต่อสานแผนบุกตลาดอินเตอร์ ในฐานะผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจค้าปลีกทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะบริษัทค้าปลีกระดับโลกอย่าง Marks & Spencer, Sogo Department Store  และ PT Mitra Adiperkasa ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกอันดับ 1 ของอินโดนีเซีย
 
ปี 2557 จึงเป็นช่วงจังหวะการยกเครื่องทีมผู้บริหารชุดใหญ่ นอกจากอลันยังมีมาร์ค แอชลิน ซีเนียร์ อดีตผู้บริหารจาก Marks & Spencer และ The Body Shop มารับตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสสายปฏิบัติการ, วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ อดีตผู้บริหารจากบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น  ซิสเต็ม ผู้บริหารธุรกิจเทสโก้โลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และกลุ่มธุรกิจซีพีเฟรชมาร์ท บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ มารับตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Property & Lifestyle Mall 
 
นอกจากนี้ เจเนเรชั่นใหม่อย่าง ดร.ธรรม์ จิราธิวัฒน์ บุตรชายคนโตของสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการอาวุโสสายการตลาด ดูแลและวางกลยุทธ์การตลาดทั้งหมดของโรบินสัน รวมถึงห้างโรบินส์ในต่างประเทศ
 
สำหรับปี 2558 อลัน จอร์จ ทอมสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) ประกาศเป้าหมายยอดขายรวมทั้งปีจะเติบโต 15% จากปีก่อนที่ทำได้ 23,896 ล้านบาท  โดยเตรียมงบลงทุน 3,300 ล้านบาท ขยายสาขาใหม่ 4 แห่ง และรีโนเวตอีก 6 สาขา ได้แก่ สาขารังสิต แฟชั่นไอส์แลนด์ ศรีราชา จังซีลอน นครศรีธรรมราช และตรัง 
 
4 สาขาใหม่ แบ่งเป็นรูปแบบไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ 3 สาขา ได้แก่ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ บุรีรัมย์ เปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคม เป็น Flagship Store ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Point of Difference” เน้นจับกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชา
 
โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ ศรีสมาน จ.นนทบุรี จะเปิดในเดือนตุลาคม 2558 รองรับการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัย ทั้งนนทบุรีและปทุมธานี และโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ แม่สอด เปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายน อยู่บนถนนสายเศรษฐกิจ “East-West Economic Corridor” เชื่อมโยงการค้าของประเทศ ไทย–เมียนมาร์–ลาว–เวียดนาม เพื่อรองรับกำลังซื้อมหาศาลจากประเทศเมียนมาร์  
 
ข้อมูลจากหอการค้า จ.ตาก ประเมินว่า หลังจากก้าวสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 มูลค่าการค้าชายแดนบริเวณด่านการค้าชายแดนแม่สอด-เมียวดี จะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี สินค้าที่มีโอกาสขยายการส่งออกผ่านด่านชายแดนดังกล่าว จะเป็นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคทุกประเภท เพราะชาวเมียนมาร์มั่นใจคุณภาพสินค้าไทย 
 
ส่วนอีก 1 สาขา รูปแบบดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ได้แก่ โรบินสัน ระยอง จะเปิดในเดือนพฤษภาคม โดยเป็นโครงการที่ 3 ของภาคตะวันออก ต่อจากสาขาศรีราชาและชลบุรี เนื่องจากระยองเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหญ่สุดของประเทศ มีแหล่งอุตสาหกรรมจำนวนมากและเป็นเกตเวย์สู่ประเทศกัมพูชา
 
“โรบินสันเร่งสปีดยุทธศาสตร์โตก้าวกระโดด โดยเฉพาะการขยายโมเดล ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์อย่างรวดเร็วบนทำเลที่มีศักยภาพ ปีที่ผ่านมาขยาย 5 สาขา ในหัวเมืองจังหวัด หัวเมืองรอง พื้นที่ที่มีโอกาสเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งสาขาฉะเชิงเทรา ร้อยเอ็ด สมุทรปราการ ปราจีนบุรี และมุกดาหาร ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก เพราะการเติบโตของกำลังซื้อในต่างจังหวัด และพฤติกรรมของผู้บริโภคมีความต้องการไม่แพ้คนเมือง หรือคนกรุงเทพฯ แล้ว” อลันกล่าว 
 
ทั้งนี้ รูปแบบไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์เป็นโมเดลที่โรบินสันนำเสนอเมื่อปี 2553 เพื่อเจาะตลาดหัวเมืองต่างจังหวัด โดยนำร่องที่ จ.ตรังเป็นสาขาต้นแบบ ภายใต้แนวคิดอาคารค้าปลีกแนวราบ 2 ชั้น และเน้นแบรนด์ “โรบินสัน” ในฐานะเจ้าของโครงการ มีแองเคอร์เข้ามาผสมผสานเพื่อสร้างไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย พันธมิตรหลักมาจากกลุ่มเซ็นทรัล เช่น ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต, เพาเวอร์บาย, ซูเปอร์สปอร์ต บีทูเอส ผนึกกับพันธมิตรร้านค้า โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร และร้านค้าอื่นๆ ประมาณ 200 ร้านค้า ในพื้นที่ขนาด 30,000-40,000 ตารางเมตร 
 
แม้โมเดลนี้ใช้งบลงทุนถึง 1,000 ล้านบาทต่อสาขา สูงกว่าดีพาร์ทเมนท์สโตร์ที่เฉลี่ย 500 ล้านบาทต่อสาขา แต่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าครอบคลุมมากกว่า
 
ปัจจุบันโรบินสันมีสาขาทั้งหมด 39 สาขาทั่วประเทศ อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 10 สาขา และ ต่างจังหวัด 29 สาขา เมื่อบวกกับสาขาใหม่ในปีนี้จะเพิ่มเป็น 43 สาขา และตั้งเป้าขยายต่อเนื่องปีละ 3-5 สาขา ครบ 60 สาขาทั่วประเทศในอีก 6 ปีข้างหน้า 
 
ขณะเดียวกัน รุกเข้าสู่ตลาดค้าปลีกประเทศเวียดนาม ภายใต้แบรนด์ “ห้างสรรพสินค้าโรบินส์” เมื่อปี 2557  จำนวน 2 สาขา ในเมืองฮานอยและโฮจิมินห์ซิตี้ รวมทั้งจะขยายเพิ่มอีก 1 สาขาตามแผนการใหญ่ของกลุ่มเซ็นทรัลที่ตั้งเป้าสร้างเครือข่ายธุรกิจค้าปลีก โดยใช้เวียดนามเป็นจุดยุทธศาสตร์ของตลาดอาเซียน ทั้งร้านซูเปอร์สปอร์ต ร้านครอคส์ ร้านนิวบาลานซ์ ล่าสุดเปิดมากกว่า 20 สาขา และจะปูพรมอีก 10 สาขา 
 
นอกจากนี้ เป็นผู้จัดจำหน่ายแบรนด์สินค้าในเวียดนาม ทั้ง Mark & Spencer, F&F, Sanrio รวมถึงแบรนด์ในกลุ่ม CMG เช่น Wrangler, Man United, Lee, Payless Shoesource, Hush Puppies และเครื่องสำอาง Illamasque    
 
อลันย้ำว่าโรบินสันพยายามสร้างแบรนด์ทั้งโรบินสันและโรบินส์ให้ชัดเจน โดยเฉพาะโลโกตัว “R” เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และสร้างสีสันให้ลูกค้าจับจ่ายในทุกเทศกาล โดยเตรียมนำเข้าอินเตอร์แบรนด์ เพื่อเพิ่มแม็กเน็ตดึงดูด เช่น แบรนด์เครื่องประดับและสินค้าแฟชั่นระดับโลกสัญชาติอเมริกา แคลร์สโตร์ (claire’s), แบรนด์ Baby Shop ของแลนด์มาร์ค กรุ๊ป กลุ่มค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในตะวันออกกลาง และแบรนด์ เมดส์ คอสเมติก (Mades Cosmetic) ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายและเส้นผมจากเนเธอร์แลนด์  
 
แน่นอนว่า เกมรุกใหม่ของโรบินสันมีเป้าหมายมากกว่ายอดขายและกำไรสูงสุด แต่เร่งเติมเต็มแผนสยายปีกอาณาจักรเซ็นทรัล ในฐานะค้าปลีกอันดับหนึ่งของตลาดอาเซียนด้วย