วันศุกร์, มกราคม 28, 2022
Home > New&Trend > “เอ. เมนารินี” ยักษ์ใหญ่เวชภัณฑ์ระดับโลก รุกตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อความงามของคนไทย เปิดตัว Calecim ® สุดยอดนวัตกรรมครีมบำรุงผิว

“เอ. เมนารินี” ยักษ์ใหญ่เวชภัณฑ์ระดับโลก รุกตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อความงามของคนไทย เปิดตัว Calecim ® สุดยอดนวัตกรรมครีมบำรุงผิว

“เอ. เมนารินี” ยักษ์ใหญ่เวชภัณฑ์ระดับโลก รุกตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อความงามของคนไทย เปิดตัว ‘คาลีซิม’ Calecim ® ครีม สุดยอดนวัตกรรมครีมบำรุงผิวหน้าแห่งยุค ตอบโจทย์ปัญหาผิวครอบคลุมตรงจุด ปูพรมวางจำหน่ายที่คลินิก-โรงพยาบาลชั้นนำ พร้อมสั่งซื้อทาง Shopee ได้แล้ววันนี้ !!!

ท่ามกลางการการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งสร้างผลกระทบต่อผู้คนและธุรกิจไปทั่วโลก ทำให้ผู้บริโภคหันกลับมาตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะในเรื่องของการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หนึ่งในธุรกิจที่มีความจำเป็น และมีกระแสที่มาแรงไม่หยุดนั่นคือผลิตภัณฑ์ด้านการดูแลผิว สุขภาพและความงาม “เอ. เมนารินี” บริษัทเวชภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกจากอิตาลีดำเนินธุรกิจในไทยมากว่าหนึ่งทศวรรษ มองเห็นศักยภาพการเติบโตของธุรกิจเพื่อความงามในไทย และอยากให้คนไทยได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมตอบโจทย์ปัญหาผิวหน้าอย่างครอบคลุมและตรงจุด จึงได้เปิดตัว ‘คาลีซิม’ Calecim ® ครีม สุดยอดนวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูผิว ภายใต้สโลแกน It’s no miracle. It’s Science (ไม่ใช่ความมหัศจรรย์ หากแต่เป็นผลลัพท์ทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้) คาลีซิมเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งใช้เวลาค้นคว้าวิจัยมามากกว่า 15 ปีมีส่วนประกอบหลักของ “สารสกัดจากเยื่อบุสายสะดือกวางแดง” เพื่อให้ผู้บริโภคได้ดูแลและปรนิบัติผิวหน้าได้อย่างเข้าถึงและเห็นผลเป็นรูปธรรมที่สุด

มร. ทอม เบอร์ซิงเกอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ. เมนารินี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เอ. เมนารินีได้มองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อบำรุงผิวและความงามในไทยอย่างมาก ทุกวันนี้ผู้บริโภคหันมาศึกษาและใส่ใจนวัตกรรมในการดูแลปรนนิบัติตัวเองต่างๆ มากขึ้น บริษัทฯ ในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งความงามมายาวนานทั้งในตลาดไทยและตลาดโลก จึงได้เปิดตัวครีม Calecim ® เพื่อให้ชาวไทยได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่เป็นสุดยอดนวัตกรรม โดยก่อนหน้านี้ได้มี คาลีซิม โปรเฟสชั่นนอล เซรั่ม (CALECIM Professional Serum) ซึ่งผู้บริโภคจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อต้องเข้าไปรับบริการที่คลินิกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อแนะนำวิธีใช้ที่เหมาะกับสภาพผิวเท่านั้น แต่จากปัญหาการจำกัดการเปิดบริการคลินิกเวชกรรมและธุรกิจ เพื่อความงามในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ทำให้บริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ครีม คาลีซิม มัลติ แอคชั่น ครีม (สูตรแมค) CALECIM Professional Multi-Action Cream ( MAC ) และ คาลีซิม ริสทอระทีฟ ไฮเดรชั่น ครีม (อาร์เฮชซี) CALECIM Restorative Hydration Cream ( RHC ) เพื่อให้ผู้บริโภคทุกคนสามารถเข้าถึงสุดยอดนวัตกรรมการบำรุงผิวหน้าที่เราตั้งใจผลิตขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาผิว และปรนนิบัติผิวหน้าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีทีสุด ผ่านช่องทางการจำหน่ายที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในปัจจุบัน

“ทั้งนี้เราตั้งเป้าหมายที่จะร่วมผลักดันให้ประเทศไทยได้เป็นศูนย์กลางความงามของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยผลิตภัณฑ์เชิงกลยุทธ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนและความคาดหวังที่สูงขึ้นของผู้บริโภคชาวไทยได้ โดยมีการจัดตั้งหน่วยงานวิจัยและพัฒนาขึ้นเพื่อทำการศึกษา ตั้งแต่การพัฒนาโมเลกุลไปจนถึงการวิจัยทางคลินิก จนได้สุดยอดผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวหน้าได้จริงและเห็นผล โดยเราได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างไม่เป็นทางการไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค เราจึงได้ถือโอกาสเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงกลางปีนี้ และหวังว่ายอดจำหน่ายจะเติบโตกว่า 15% ในปีนี้ และคาดการณ์จะเติบโตต่อเนื่อง 25 % .ในปีหน้าหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลายและเศรษฐกิจฟื้นตัว” มร. ทอม กล่าว

โดยผลการศึกษาของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่าจากปีนี้ถึงปี พ.ศ. 2566 ธุรกิจเครื่องสำอางและสกินแคร์ประเทศไทยจะมีการเติบโต เฉลี่ย 7% ต่อปี โดยมีมูลค่ารวมกว่า 1.68 แสนล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มสกินแคร์สูงสุด รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดร่างกาย เครื่องสำอาง และน้ำหอม ตามลำดับ ซึ่งแม้หลายธุรกิจจะกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 แต่ธุรกิจเครื่องสำอางและสกินแคร์เป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบน้อยเมื่อเทียบกับสินค้าอื่นๆ โดยผลิตภัณฑ์ความงามที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ได้แก่ ครีมบำรุงผิวหน้า และผิวกาย และผลิตภัณฑ์บำรุงผม ตามลำดับ

Calecim® เป็นการผนึกกำลังกันระหว่าง เอ.เมนารินี เอเชีย-แปซิฟิก และ Cell Research Corporation บริษัทวิจัยสเตมเซลล์ระดับโลกจากประเทศสิงคโปร์ เพื่อคิดค้นและจัดจำหน่ายนวัตกรรมเวชสำอางเพื่อฟื้นฟูผิวหลังทำเลเซอร์ผิวหนังที่มีส่วนประกอบหลักจาก ‘สารสกัดจากเยื่อบุสายสะดือกวางแดง’ โดยใช้วิธีเพาะเลี้ยงเซลล์สายสะดือกวางแดงในห้องแล็บเพื่อเก็บเอาโปรตีน และ Growth Factors ที่มีความเข้มข้นสูง มาใช้เป็นส่วนผสมสำคัญ โดยผลิตภัณฑ์นี้มีทั้งสูตรเซรั่มที่มีความเข้มข้นของสารสกัดสูงถึง 80% รวมทั้งสูตรครีมบำรุงผิวที่มีความเข้มข้นของสารสกัดที่แตกต่างกันเพื่อให้เหมาะแก่ผิวของแต่ละบุคคล ซึ่งสามารถนำไปร่วมกับการทำเลเซอร์ผิวหนังเพื่อลดอาการบวมแดงหลังทำเลเซอร์ และฟื้นฟูผิวหน้าให้กับผู้ที่ทำเลเซอร์อย่างรวดเร็ว พร้อมวางจำหน่ายในคลินิกและโรงพยาบาลชั้นนำ โดยมีแพทย์เป็นผู้แนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน และพร้อมวางจำหน่ายออนไลน์ผ่านทาง shopee ได้แก่

– คาลีซิม มัลติ แอคชั่น ครีม (สูตรแมค) CALECIM Professional Multi-Action Cream (MAC) ครีมบำรุงผิวหน้าสูตร เนื้อบางเบา ช่วยบำรุงให้ผิวหน้ามีความกระชับ แข็งแรงและลดริ้วรอยด้วยสารสกัดเข้มข้นของสายสะดือกวางแดง โดยมีโปรตีน Growth Factors เข้มข้นถึง 50% ช่วยเร่งการสร้างผิวใหม่ทำให้ผิวหน้า อิ่มฟู ดูเต่งตึง เผยความอ่อนเยาว์และกระจ่างใสของใบหน้า โดยปราศจากสารเคมีและน้ำหอม เนื้อครีมเป็นกลิ่นธรรมชาติของโปรตีน ซึ่งเป็นปราการหลักที่จะเสริมสร้างให้ผิวแข็งแรงไม่หย่อนคล้อย ผิวหน้าอ่อนเยาว์มีความเรียบเนียนขึ้น

– คาลีซิม ริสทอระทีฟ ไฮเดรชั่น ครีม (อาร์เฮชซี) CALECIM Restorative Hydration Cream (RHC) ครีมบำรุงผิวหน้า เนื้อบางเบา นอกจากจะมีโปรตีน Growth Factors เข้มข้นถึง 40% จากสารสกัดเข้มข้นของสายสะดือกวางแดง ช่วยเร่งการสร้างผิวใหม่ ลดริ้วรอยบางๆ ที่เกิดจากผิวแห้งกร้าน แล้วยังมีไฮยาลูโรนิค แอซิด ช่วยบำรุงผิวหน้าให้มีความชุ่มชื้น กักเก็บน้ำในผิวหน้า และมีสารสกัด grapefruit ธรรมชาติเป็นกลิ่นผลไม้อ่อนๆ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวและช่วยกักเก็บน้ำบนผิว เพื่อให้ผิวดูเปล่งปลั่ง อิ่มฟูอย่างเป็นธรรมชาติ

กรรมการผู้จัดการของ เอ. เมนารินี (ประเทศไทย) กล่าวถึง การวางกลยุทธ์ในการทำตลาดของ Calecim ® ในประเทศไทยว่า “จากการที่เราได้มีการเปิดตัว Calecim® ไปแล้วอย่างไม่เป็นทางการ เราได้วางแผนที่จะทำการตลาด ทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์ ตอบโจทย์การรับรู้ด้านการตลาด ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ คือ การให้ความรู้ในศาสตร์นวัตกรรม เทคโนโลยีและความงาม ส่งต่อความรู้ไปยังผู้บริโภคและผู้ที่ต้องการหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิว เนื่องจากผู้บริโภคในปัจจุบันมีการศึกษาหาข้อมูลก่อนการซื้อเป็นอย่างดี การให้ความรู้ที่ตอบโจทย์และการแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจะเป็นเครื่องมือสื่อการตลาดที่มีศักยภาพในยุคปัจจุบัน นอกจากนี้เราได้มีการทำการตลาดในรูปแบบผสมผสาน การใช้ อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ที่เป็นผู้ใช้จริง ในการสื่อสารให้ผู้บริโภคได้รับรู้และเห็นผลที่เป็นรูปธรรม

เอ. เมนารินี (A. Menarini) เป็นบริษัทเวชภัณฑ์ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในอิตาลี ก่อตั้งมานานกว่า 130 ปี ปัจจุบันดำเนินกิจการอยู่ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาแล้วเป็นเวลากว่า 20 ปี เป็นทั้งผู้ผลิตยา และเวชภัณฑ์เพื่อความงามให้กับบริษัท คลินิกเวชกรรมและโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในประเทศไทย และเป็นบริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคโดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในประเทศไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *