วันพุธ, มีนาคม 29, 2017
Home > New&Trend > “เพย์ทีวี” เต็มรูปแบบ

“เพย์ทีวี” เต็มรูปแบบ

 

ภายในปีนี้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะออก ใบอนุญาตทีวีดาวเทียม ซึ่งผู้ประกอบการค่ายใหญ่ๆ ทั้งจีเอ็ม เอ็มแกรมมี่ อาร์เอส เตรียมตบเท้ายื่นขอใบอนุญาตเพื่อก้าวสู่การเป็น “เพย์ทีวี” อย่างเต็มรูปแบบ

ขณะเดียวกันในจำนวนครัวเรือนที่มีโทรทัศน์กว่า 20 ล้านครัวเรือน มีการรับชมโทรทัศน์ผ่านจานรับสัญญาณดาว เทียม 10 ล้านครัวเรือน เคเบิลทีวีท้องถิ่น 5 ล้านครัวเรือน และสมาชิกทรูวิชั่น 2 ล้านครอบครัว มีแนวโน้มว่าทุกครัวเรือนในประเทศจะมีโทรทัศน์มากกว่า 2 เครื่องต่อครอบครัวและมากกว่า 25% มีสูงสุดเกือบ 4 เครื่อง ทำให้ธุรกิจบันเทิงหลายค่ายเริ่มเข้ามาจับจองส่วนแบ่งตลาดทีวีดาวเทียมผ่านกล่องรับสัญญาณ ซึ่งมีโอกาสขยายได้มากถึง 20 ล้านกล่อง และไม่ใช่การดูฟรีแบบเดิมๆ แต่เป็นยุค “เพย์ทีวี” ที่ลูกค้าต้องจ่าย เพื่อซื้อคอนเทนต์พิเศษที่ไม่ได้มีให้ดูทั่วไป

ทีวีดาวเทียมที่มีมากกว่าร้อยช่องเอาเข้าจริงมีเนื้อหาหรือคอนเทนต์ที่น่าสนใจไม่ถึงสิบช่อง ที่เหลือเป็นช่องทางการขายสินค้า และรายการรีรันเนื้อหาเมื่อหลายสิบปีก่อน

การแข่งขันในตลาดทีวีดาวเทียมปัจจุบันจึงเปลี่ยนผ่านจาก จุดขายเรื่องราคา ไม่มีค่ารายเดือนและจำนวนช่องมาอยู่ที่ “คอนเทนต์” และคอนเทนต์ที่เป็นตัวขายหลักก็คือ “กีฬา” ซึ่งเป็น  รายการยอดนิยมที่คนไทยยอมจ่ายเงินเพื่อบริโภคความบันเทิงสูงสุด

นั่นทำให้ปัญหา “จอดำ” ในรายการแข่งขันฟุตบอลยูโร ถูกหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นสำคัญตั้งแต่เริ่มต้นจนจบฤดูกาล ซึ่งจุดนี้เองที่บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) จับมาเป็นกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียม เปิดตัวกล่องรับสัญญาณดาวเทียมSUNBOX ที่รองรับการเข้ารหัสสัญญาณทั้งแบบมีเงื่อนไข และไม่มีเงื่อนไข โดยสามารถเข้ารหัสได้ทันทีเมื่อลูกค้าเลือกและยินดีจ่ายเงินซื้อคอนเทนต์พิเศษเหล่านั้น

สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อาร์เอสใช้งบลงทุนถึง 1,400 ล้านบาท เปิดช่องทีวีดาวเทียมใหม่ “อาร์เอส สปอร์ต ลาลีกา” ใน ระบบเอชดี เพื่อเข้าสู่ธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) หลังจากได้ลิขสิทธิ์ลาลีกา สเปน 3 ฤดูกาล พร้อมเปิดตัวแพ็กเกจค่าบริการรับชม 100 บาทต่อเดือน โดยเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือน กรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดส่งกล่องรับสัญญาณ SUNBOX เพื่อต่อยอดการใช้คอนเทนต์ “ฟุตบอลลาลีกา” ในเชิงธุรกิจอย่างเต็มที่ รวมทั้งรองรับการรับชมคอนเทนต์ระดับโลกในอนาคต เพราะอาร์เอสถือคอนเทนต์กีฬาอย่างฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล และกำลังเจรจาร่วมประมูลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-2014 ซึ่งจะทราบผลประมาณเดือนกันยายนนี้

เฉพาะ “ลาลีกา” อาร์เอสตั้งเป้าหมายสมาชิก 3.5 แสนราย ในฤดูกาลแรก และ 5.5 แสนราย ในฤดูกาลที่ 2 และ 8 แสนราย ในฤดูกาลที่ 3 คาดการณ์รายได้ 3 ปีนับจากนี้อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ค่าสมาชิก 70% สปอนเซอร์ 20% และบริหารลิขสิทธิ์รูปแบบต่างๆ 10% ส่วนยอดขายกล่อง SUNBOX จะเริ่มเห็นรายได้ในครึ่งปีหลังนี้อย่างน้อย 5 แสนกล่อง

“โมเดลธุรกิจของเราคือ บอกเงื่อนไขลูกค้าชัดเจน ส่วนที่ดูฟรีต้องดูฟรีได้ทุกแพลทฟอร์มและถ้าต้องจ่ายก็ต้องจ่ายในราคาถูกที่สุดอย่างลาลีกา ลูกค้าจ่ายเดือนละ 100 บาท ถูกที่สุดแล้ว ซึ่งการบริหารลิขสิทธิ์กับต่างชาติมีเงื่อนไขปกติ คือ จ่ายค่าลิขสิทธิ์ บังคับการถ่ายทอด มีฟรีกี่แมทช์ นอกเหนือจากนั้นให้ผู้ได้รับลิขสิทธิ์บริหารและอย่าทำสัญญาณล้นอย่างฟุตบอลโลกบังคับถ่ายทอดฟรีทีวี 22 แมทช์ จากทั้งหมด 64 แมทช์ บอลยูโรสมัยอาร์เอสได้ลิขสิทธิ์ให้ถ่ายทอดฟรีทีวี 17 แมทช์ จากทั้งหมด 31 แมทช์ ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราต้องบอกลูกค้าให้ชัดเจนและเขาจะเป็นผู้เลือกว่าจะจ่ายเพื่อดูหรือไม่” สุรชัยกล่าว

ในเชิงการตลาดขั้นแรก อาร์เอสต้องดึงพันธมิตรใหญ่อย่าง “ดีแทค” ทำโปรโมชั่นให้สิทธิพิเศษค่าโทรฟรีสูงสุด 1,200 บาท และใช้งานอินเทอร์เน็ตฟรีอีก 1 เดือน มูลค่า 399 บาท เท่าราคา ค่ากล่องสัญญาณดาวเทียม SUNBOX ซึ่งเท่ากับลูกค้าได้กล่องฟรี ขณะที่ดีแทคเปิดตัวแอพพลิเคชั่นการแข่งขันลาลิกา เพื่อให้ลูกค้า ดีแทคและแฮปปี้สามารถรับชมการแข่งขันสด คลิปไฮไลต์ ตาราง และผลการแข่งขัน รวมถึงข่าวคราวล่าสุดบนโทรศัพท์มือถือ

สุดท้าย “คอนเทนต์” ในระยะยาวจะเป็นตัวชี้ขาดว่าสมาชิก จะอยู่หรือไป

ส่วนสงครามกล่องสัญญาณระหว่างอาร์เอสกับคู่แข่ง ใครจะรุ่งหรือร่วง เฮียฮ้อยืนยันไม่เกิน 6 เดือน รู้ผลแน่นอน!!