วันอังคาร, ตุลาคม 24, 2017
Home > New&Trend > “เซ็นทรัล-อิออน” ปักธงขยายตลาดอาเซียน

“เซ็นทรัล-อิออน” ปักธงขยายตลาดอาเซียน

 

ธุรกิจค้าปลีกเริ่มปักธงขับเคลื่อนแผนขยายตลาดอาเซียนรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ล่าสุด บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ลงนามเซ็นสัญญากับ บริษัท พีที แกรนด์ อินโดนีเซีย เพื่อเช่าพื้นที่ฝั่งตะวันออกของศูนย์การค้าแกรนด์ อินโดนีเซีย ช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์ระดับไฮเอนด์ ใจกลางกรุงจาการ์ตา จำนวน 4 ชั้น รวมพื้นที่ 21,000 ตารางเมตร เงินลงทุนกว่า 600 ล้านบาท

ทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ระบุว่า การเลือกอินโดนีเซียเป็นด่านแรก ในการรุกตลาดอาเซียน เนื่องจากเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดและมีจำนวนประชากรมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉพาะกรุงจาการ์ตานี้มีประชากรมากถึง 10 ล้านคน การเลือก “แกรนด์ อินโดนีเซีย” สาขาแรก เพราะที่นี่เป็นชอปปิ้งคอมเพล็กซ์ ขนาดใหญ่ใจกลางเขตเศรษฐกิจของกรุงจาการ์ตา บนถนน MH. Thamrin ถนนสายธุรกิจอันดับ 1 ของอินโดนีเซีย มี Selamat Datang Monumentแลนด์มาร์คอันเป็นสัญลักษณ์ของจาการ์ตา ตั้งอยู่ด้านหน้า ประกอบด้วยพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่หรูหราทันสมัย อาคารสำนักงาน 56 ชั้น โรงแรมและที่พักอาศัยระดับ 5 ดาว รวมพื้นที่กว่า 600,000 ตารางเมตร และมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากกว่า 1.3 ล้านคนต่อเดือน

ด้านการบริหารงาน เซ็นทรัลรีเทลแต่งตั้งอลัน ทอมป์สัน เป็น International Business Director-Southeast Asia ดูแลการ ขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแต่งตั้งผู้จัดการ ชาวอินโดนีเซียเพื่อบริหารสาขาแกรนด์ อินโดนีเซีย เพื่อให้สะดวก ต่อการบริการลูกค้าและการติดต่อกับหน่วยงานในท้องถิ่น นอกจาก นั้นยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถจากเมืองไทยได้มีประสบการณ์การทำงานในตลาดแรงงานนานาชาติ

ตามแผนห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาแกรนด์ อินโดนีเซีย มีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2557 บริษัทตั้งเป้าขยายสาขาในภูมิภาคอาเซียน 5 สาขา ในกรุงจาการ์ตา และเมืองสุราบายา ภายในปี 2560

ขณะเดียวกันอิออนกรุ๊ป ค้าปลีกยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นได้ตั้งทีมเดินสายดูการลงทุนและหาพันธมิตรคู่ค้าในการขยายธุรกิจห้าง สรรพสินค้า “อิออน มอลล์” ในประเทศจีนและอาเซียน โดยเพิ่งยกทีมชุดใหญ่มาเจรจากับกลุ่มค้าปลีกในไทยทั้งเซ็นทรัล เดอะ มอลล์ และไมเนอร์กรุ๊ป

อาคิฟูมิ นากามุระ ผู้อำนวยการทั่วไปดูแลงานด้านอาเซียน บริษัท อิออน มอลล์ จำกัด กล่าวว่า อิออนกรุ๊ป มีแผนการลงทุน ในต่างประเทศมูลค่ากว่า 3,750 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 116,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจห้างในตลาดเกิดใหม่ ทั้งจีน อินเดีย กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม ลาว และพม่า โดย “อิออนมอลล์” จะเป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกใน กัมพูชา ภายใต้แนวคิด “จากทั่วโลกสู่กัมพูชาและจากกัมพูชาสู่ ทั่วโลก (From the world to Cambodia and from Cambodia to the world)” บนพื้นที่ 100,000 ตารางเมตร แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน คือ โซนร้านค้า 200 ร้าน โรงหนังและท่าจอดเรือ ร้านค้า ทั้ง 200 ร้านเป็นร้านค้าของญี่ปุ่น 30% ร้านค้าหรือธุรกิจจากต่าง ประเทศ 30% ที่เหลืออีก 40% เป็นร้านค้าของผู้ประกอบการและ ธุรกิจของชาวกัมพูชา

ภายในปี 2563 อิออนมอลล์คาดว่าจะเปิดห้างสรรพสินค้า 20 แห่งในฮานอย และ 14 แห่งในโฮจิมินห์ ส่วนจีนตั้งเป้าสูงถึง 100 สาขา

“มีแนวโน้มในการเติบโตสูงขึ้นในอนาคต เราคาดว่าจีดีพีของอาเซียนสามารถโตถึง 22 ล้านล้านบาท และตลาดค้าปลีกใน เอเชียจะเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะเพียงประเทศกัมพูชา อินโดนีเซีย และเวียดนาม เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่แล้ว คนรุ่นใหม่ต่างต้องการค้นหาอะไรที่แปลกใหม่ รวมถึงการใช้ชีวิตของชนชั้นกลางซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ต่างให้ความสำคัญกับรูปแบบ การใช้ชีวิตที่ตอบรับกับความทันสมัยส่งผลให้ธุรกิจห้างสรรพสินค้า และร้านค้าปลีกแนวใหม่มีโอกาสเติบโตสูงมาก” อาคิฟูมิกล่าว

ความเคลื่อนไหวล่าสุด สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเตรียมเสนอ “ร่างยุทธศาสตร์ค้าปลีกค้าส่งประเทศไทย” ต่อสภาหอการค้าไทย ภายในเดือนกันยายน เพื่อกำหนดทิศทางและนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งในระยะยาว รวมทั้งจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ค้าปลีก ค้าส่ง และคู่ค้า มุ่งสู่ตลาดเออีซีในนาม ของคณะกรรมการค้าปลีกค้าส่ง หอการค้าไทย โดยจะยื่นเรื่องเสนอต่อสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางขนาดเล็ก (สสว.) และกรมส่งเสริมการส่งออก

ตลาดอาเซียนที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน ไม่ใช่ “หมูในอวย” แน่