วันศุกร์, กรกฎาคม 28, 2017
Home > Cover Story > “สี” ชิงพื้นที่สื่อโหมโฆษณา หวังดันยอดขายช่วงปลายปี

“สี” ชิงพื้นที่สื่อโหมโฆษณา หวังดันยอดขายช่วงปลายปี

 
บรรยากาศปลายฝนต้นหนาวกลายเป็นช่วงเวลาแห่งการช่วงชิงพื้นที่สื่อของผู้ประกอบการสี เหตุเพราะทุกค่ายต่างเร่งระดมสรรพกำลังหวังดันยอดจำหน่ายให้กระเตื้องขึ้น หลังได้รับผลกระทบเศรษฐกิจชะลอตัว ทีโอเอเปิดฉากใหม่ด้วยนวัตกรรมล่าสุด ขณะที่โจตันเน้นมาตรฐานระดับสากลมาสร้างความแตกต่าง ด้านดูลักซ์ไม่น้อยหน้าออก 9 โทนสีใหม่สู้
 
ความเป็นไปในตลาดสีทาอาคารโดยภาพรวมนับตั้งแต่ช่วงครึ่งปีแรกจนถึงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา ดูจะดำเนินไปในทิศทางที่ไม่ปรากฏการขยายตัวมากนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวมากนักส่งผลต่อความเชื่อมั่น ที่ก่อให้เกิดภาวะชะลอตัวต่อเนื่องไปอีก ซึ่งสีทาอาคารในฐานะที่เป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องได้รับผลกระทบไปด้วย
 
เหตุปัจจัยด้านลบดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการสีต่างต้องดำเนินความพยายามรักษาส่วนแบ่งฐานลูกค้าและกระตุ้นยอดจำหน่ายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีอย่างหนักหน่วง และส่งผลให้อุตสาหกรรมสีเป็นอีกสังเวียนหนึ่งที่มีแนวโน้มแข่งขันทางการตลาดเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อหนักหน่วงไม่น้อยเลย
 
โดยผู้นำตลาดอย่างทีโอเอปลุกตลาดด้วยการส่งสี “โน้ต แอนด์ คลีน สีเขียนได้ ลบได้” ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก พัฒนาด้วยเทคโนโลยีนาโนคริสตัลกลาสจากประเทศเยอรมนี เข้าสู่ตลาด พร้อมกับโหมโฆษณาในสื่อทุกช่องทาง
 
จุดเน้นของสีทีโอเอโน้ตแอนด์คลีน อยู่ที่การระบุคุณสมบัติว่าสามารถกันคราบสกปรกและลบทำความสะอาดได้ ไม่ต่างจากการมีกระดานไวท์บอร์ด แต่ราคาถูกกว่าถึง 4 เท่า ซึ่งเหมาะสำหรับห้องประชุมหรือโรงเรียน ในลักษณะที่สามารถทดแทนกระดานดำได้เลย
 
“TOA มีบริการเสริม ออกแบบสีบ้าน ฟรี โดยทีมมัณฑนากรมืออาชีพจากทีโอเอ ซึ่งทีโอเอ โน้ตแอนด์ คลีนจะเปลี่ยนผนังบ้านเดิมๆ ให้เป็นผนังไวท์บอร์ด สามารถขีดเขียน จดบันทึกต่างๆ ทำให้หมดกังวลเรื่องผนังบ้านเลอะเทอะจากปัญหาเด็กๆ ที่ชอบขีดเขียนผนังด้วย” พงษ์เชิด จามีกรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด ย้ำ
 
ถือเป็นการปูพรมช่วงแคมเปญปลายปี ที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้
 
ด้าน สี “ดูลักซ์” ส่งแคมเปญใหม่ “คัลเลอร์ออฟเดอะเวิลด์” ที่นำเสนอ 9 โทนสี แต่ละโทนสีมี 6 เฉดสีรวม 54 เฉดสี ผ่านผลิตภัณฑ์สีทาภายในรุ่นใหม่ “ดูลักซ์ อินสไปร์” หวังขายความโรแมนติกและทันสมัยผ่านชื่อเฉดสีที่มีทั้งเอนเนอร์ไจซิง ไทยแลนด์, ไวลด์ แอฟริกา, อะเมซิ่ง ออสเตรเลีย, โรแมนติก ฟรานซ์, โมเดิร์น ฮ่องกง, เซน เจแปน, รีแลคซิ่ง มัลดีฟส์, รีเฟรชชิ่ง นิวซีแลนด์ และแพชชั่นเนท สเปน
 
พร้อมกับโปรโมชั่น “รับโชค 2 ชั้น” ทั้งลุ้นทองและท่องเที่ยวดินแดนในฝันทั้งฝรั่งเศสและมัลดีฟส์ ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นยอดจำหน่ายให้กับบริษัทผู้ผลิตสีที่เคลมว่ามียอดขายอันดับหนึ่งของโลก ในช่วงปลายปีท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซานี้ได้บ้าง
 
ขณะที่สีโจตันชูประเด็นว่าด้วย “For iconic building and beautiful homes” ที่สื่อให้เห็นความภาคภูมิใจที่สถาปัตยกรรมชั้นนำระดับโลกทั้งหอไอเฟล หรืออาคารที่สูงที่สุดในโลกอย่าง Burj Khalifa ที่ต่างเลือกใช้สีโจตัน เช่นเดียวกับบ้านและอาคารสวยของคุณ
 
ถือเป็นการสื่อสารที่มีความแหลมคมและดึงดูดความสนใจไม่น้อยเลย แต่จะสามารถโน้มนำให้เกิดผลเป็นยอดขายในช่วงปลายปีนี้หรือไม่ คงต้องติดตาม เพราะต้องฝ่าด่านผู้นำตลาดอย่างสีทีโอเอ ในการช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดนี้อย่างแข็งขัน
 
หากประเมินจากภาพรวมในการสื่อสารการตลาดของแต่ละแห่ง ประเด็นที่น่าสนใจมากประการหนึ่งอยู่ที่ทั้งดูลักซ์และโจตันจับประเด็นความเป็นสากลและมาตรฐานระดับนานาชาติมาเป็นจุดขายและข้อได้เปรียบอย่างชัดเจน ควบคู่กับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างลงตัว โดยแฟนเพจของสีโจตันมีคนติดตามในระดับสี่ หมื่นราย ขณะที่สีไอซีไอ ดูลักซ์ มีผู้คนมากดไลค์จำนวนมากถึงหกหมื่นกว่ารายเลยทีเดียว
 
สำหรับค่ายเบเยอร์ ซึ่งแม้จะประเมินว่าตลาดสีในปี 2558 จะค่อนข้างทรงตัวแต่ในช่วงที่ผ่านมาก็ได้จัดสรรงบทำการตลาดไว้สูงถึง 300 ล้านบาทผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และผ่านสื่อต่างๆ พร้อมจัดแคมเปญใหญ่ฉลองครบรอบ 55 ปีผ่านแนวความคิด “เบเยอร์อนุรักษ์ไทย หัวใจอินโนเวชั่น” ไปพร้อมกันด้วย
 
ขณะเดียวกัน เบเยอร์อาศัยจังหวะที่ตลาดสีเติบโตน้อย เป็นโอกาสขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการในอนาคตด้วยการเพิ่มเครื่องจักร และปรับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งในมิติของการลดปริมาณการใช้คาร์บอนและไฟฟ้า โดยใช้งบลงทุนประมาณ 800 ล้านบาท ควบคู่กับการขยายศูนย์ผสมสีเบเยอร์คัลเลอร์ดีไซน์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศด้วย
 
ส่วนบริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟโคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตสีทาบ้านและอาคาร ภายใต้การดูแลของ “นิปซี กรุ๊ป” (NIPSEA Group) หันไปเน้นการทำตลาดแบบซอฟต์มาร์เก็ตติ้ง ด้วยแนวทาง CSR ที่กำหนดเป็นนโยบายการบริหารงานต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิตคนไทยไว้อย่างชัดเจนโดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนทั้งในมิติของสังคม สิ่งแวดล้อม และเยาวชน
 
“บริษัทฯ เชื่อว่าชุมชนถือเป็นจุดกำเนิดหรือรากฐานของสังคม หากชุมชนได้รับการพัฒนาที่ดีก็จะส่งผลให้เกิดสังคมที่ดีและยั่งยืน ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อยกระดับชุมชนให้น่าอยู่และช่วยกันแต่งแต้มสีสันให้อาคารบ้านเรือน วัด พื้นที่ส่วนกลางของชุมชนให้ดูสวยงาม มีสีสัน” เฉลิมพงษ์ มหาวาณิชย์วงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟโคทติ้ง (ประเทศไทย) ระบุ
 
นิปปอนเพนต์พยายามชูประเด็นว่าด้วยสิ่งแวดล้อม มาเป็นประหนึ่งโจทย์หลักในการพัฒนาหรือคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมกำหนดเป็นนโยบายสำคัญขององค์กรว่าด้วยการลดและเลิกใช้วัตถุดิบที่มีส่วนผสม จากสารตะกั่ว สารปรอท สารระเหย (VOCs: Volatile Organic Compounds) ต่ำหรือมีเกณฑ์เท่ากับศูนย์ในการผลิตสีทุกชนิด ซึ่งถือเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันพอสมควรหลังจากที่มีรายงานการวิจัยเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาระบุว่าผู้ผลิตสีบางแห่งยังผลิตสีที่มีการปนเปื้อนสารเหล่านี้อยู่
 
นอกจากนี้ นิปปอนเพนต์ยังมีกิจกรรม “นิปปอนเพนต์ ยังดีไซเนอร์อวอร์ด หรือ Nippon Paint Young Designer Awards” ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีใจรักด้านงานออกแบบ ได้มีเวทีแสดงออกทางความคิดโดยเป็นกิจกรรมที่นิปซี กรุ๊ป (NIPSEA Group) จัดมาอย่างต่อเนื่องมากว่า 8 ปี และสำหรับ “นิปปอนเพนต์ ไทยแลนด์ ยัง ดีไซเนอร์อวอร์ด” จัดมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการออกแบบเชิงอนุรักษ์และคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่สร้างสังคมให้เกิดความยั่งยืนด้วย
 
สำหรับคอนเซ็ปต์การแข่งขัน “นิปปอนเพนต์ ไทยแลนด์ ยังดีไซเนอร์อวอร์ด 2015 ครั้งที่ 5” ในปีนี้คือ “ดีไซน์วิทฮาร์ท (Design with Heart)” กับโจทย์ที่ท้าทายความสามารถของเหล่านักศึกษาด้วยการสร้างสรรค์พื้นที่และสภาพแวดล้อมให้เกิดประโยชน์การใช้สอยร่วมกันอย่างมีความสุขของบุคคลในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น เด็ก สตรี ผู้สูงวัย คนหนุ่มสาว และคนพิการ เพื่อเป็นชุมชนของการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยเปิดให้ส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 ตุลาคม 2558 และจะประกาศผลผู้เข้ารอบสุดท้ายในวันที่ 13พฤศจิกายน 2558 และตัดสินรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558
 
การทำตลาดของนิปปอนเพนต์ถือเป็นการทำตลาดที่มีความประณีต และสามารถซึมลึกเข้าสู่การรับรู้ของสังคม และชุมชนได้ดีทีเดียว ซึ่งไม่ว่ากิจกรรมเหล่านี้จะแปรมาเป็นยอดจำหน่ายที่ยั่งยืนให้บริษัทต่อไปหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่นิปปอนเพนต์ได้รับในเบื้องต้นนี้ก็คือการสร้างเสริมภาพลักษณ์องค์กรให้สังคมได้รับรู้
 
ช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า อาจเป็นช่วงเวลาที่หลายคนเตรียมตัวต้อนรับสิ่งใหม่ๆ ดีๆ ด้วยการบูรณะ ซ่อมแซม ตกแต่งต่อเติม การทาสีอาคารอาจเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้บ้านเรือนดูสวยสะอาดตาขึ้น และนี่อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อุตสาหกรรมสีทาอาคารสามารถขยายตัวได้บ้าง
 
เวลานับจากนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์กลไกตลาดนี้