วันพุธ, พฤศจิกายน 14, 2018
Home > Cover Story > “พรอเมนาดา” ดีเดย์ สมรภูมิ “เชียงใหม่” พลิกโฉม

“พรอเมนาดา” ดีเดย์ สมรภูมิ “เชียงใหม่” พลิกโฉม

หลังจากเจอพิษเศรษฐกิจยุโรปจนต้องชะลอโครงการและเลื่อนแผนเปิดตัวเมื่อกลางปีที่แล้ว ล่าสุด อีซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เรียลเอสเตท กลุ่มทุนค้าปลีกจากเนเธอร์แลนด์ ประกาศดีเดย์เผยโฉมศูนย์การค้าพรอเมนาดา รีสอร์ทมอลล์ เชียงใหม่ อย่างเป็นทางการในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ โดยตั้งเป้าเป็นบิ๊กโปรเจกต์ที่นำเสนอรูปแบบค้าปลีกแนวคิดใหม่และต้นแบบการขยายธุรกิจในไทยอย่างน้อยอีก 3 สาขา  เงินลงทุนมากกว่า 12,000 ล้านบาท

แม้จุดยุทธศาสตร์แรกของอีซีซีกรุ๊ปเริ่มที่จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ใช่กรุงเทพฯ แต่ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจอันดับ 2 ของประเทศไทย เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของภาคเหนือและอันดับต้นๆ ของโลก มีเงินทุนหมุนเวียนมากกว่า 39,000 ล้านบาท มีกลุ่มเป้าหมายทั้งในจังหวัดและใกล้เคียงเกือบ 4 ล้านคน กลายเป็นสมรภูมิค้าปลีกที่รวมทุนใหญ่ ทั้งหน้าเก่าในท้องถิ่นและหน้าใหม่เข้ามาแย่งชิงเม็ดเงินจำนวนมหาศาล
สำหรับ “อีซีซีกรุ๊ป” เป็นบริษัทแม่ของอีซีซี อินเวสต์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จมากในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคยุโรปกลางและตะวันออก ก่อตั้งเมื่อปี 2534 มีโครงการแห่งแรกที่ประเทศโปแลนด์และขยายเรื่อยมา จนกระทั่งปี 2548 เริ่มบุกเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน โดยปักหมุด 2 ประเทศแรก คือเวียดนามและไทย ซึ่งโครงการพรอเมนาดาแห่งนี้ อีซีซีกรุ๊ปซื้อที่ดินเมื่อปี 2550 และใช้เวลาศึกษาตลาด วางรูปแบบนานกว่า 5 ปี
 
นายเชียร์ท ควันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ถือหุ้นอีซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เรียลเอสเตท กล่าวว่า อีซีซีเลือกเชียงใหม่เป็นจุดลงทุนแรกในไทย เพราะเชียงใหม่มีผู้ประกอบการธุรกิจ ชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อจำนวนมาก มีนักท่องเที่ยวปีละ 5 ล้านคน มีกลุ่มผู้พำนักหลังเกษียณ และนักศึกษาในสถาบันการศึกษาหลายสิบแห่งกว่า 1 แสนคน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นตลาดค้าปลีกเติบโตเป็นสองเท่าต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2545 แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นห้างค้าปลีกรูปแบบเดิมๆ

ขณะเดียวกัน จุดที่ตั้งของ “พรอเมนาดา” บริเวณถนนเชียงใหม่-สันกำแพงตัดใหม่ เชื่อมระหว่างเส้นซูเปอร์ไฮเวย์และถนนวงแหวนรอบที่ 2 แม้อยู่ห่างจากตัวเมือง แต่ถือเป็น “เมืองใหม่” ที่กำลังเติบโต มีโครงการบ้านจัดสรรกว่า 80 โครงการ ราคาบ้านเฉลี่ย 3.5-8 ล้านบาท เป็นกลุ่มผู้มีระดับรายได้ปานกลางถึงสูง  เท่าที่สำรวจไม่ต่ำกว่า 11,000 ครัวเรือน รวมทั้งสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังจังหวัดใกล้เคียง ทั้งลำพูน ลำปาง เชียงราย ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

ทั้งนี้ โครงการพรอเมนาดา ซึ่งอีซีซีกรุ๊ปตั้งใจเลือกที่ดินขนาดใหญ่ 58 ไร่ สร้างชอปปิ้งมอลล์สไตล์รีสอร์ต เพื่อเน้นบรรยากาศกิจกรรมกลางแจ้งในสัดส่วนเท่ากันกับพื้นที่ในร่มตามพฤติกรรมของคนเชียงใหม่ บวกกับอากาศที่เย็นสบายต่างจากห้างอื่นๆ ที่ยังเน้นการให้บริการในตัวอาคารโดยแบ่งการใช้พื้นที่กว่า 50,000 ตารางเมตรในอาคารที่สูงเพียง  3 ชั้น

ชั้น G ประกอบด้วยโซนความงามและสุขภาพ ตกแต่งบ้าน การศึกษาและสันทนาการ ชั้น 1 โซนแฟชั่น  กีฬา อาหารและเครื่องดื่ม ซูเปอร์มาร์เก็ต และชั้น 2  โซนธนาคารและการเงิน หนังสือและความบันเทิง  อาหารและเครื่องดื่ม มัลติมีเดีย และโรงภาพยนตร์ โดยมีพันธมิตรหลักที่วางไว้เป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้า ได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ต  ซึ่งได้บริษัท ตันตราภัณฑ์ซุปเปอร์มาเก็ต (1994) จำกัด ผู้พัฒนา “ริมปิงซูเปอร์สโตร์” ซูเปอร์มาร์เก็ตยอดนิยมของเชียงใหม่ที่รวมผลิตภัณฑ์จากทั่วมุมโลก เข้ามาเช่าพื้นที่เปิดซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ โซนแฟชั่นมี “ยูนิโคล่” เข้ามาเปิดสาขาแรกในภาคเหนือ พื้นที่ 2,200 ตร.ม.และกำลังเจรจาดึงแบรนด์ดังอีก 2-3 แบรนด์

ส่วนโซนมัลติมีเดียมี “ชิ ชาง” ซึ่งเป็นร้านคอมพิวเตอร์และไอทีที่รู้จักกันดีในเชียงใหม่ เข้ามาเปิดศูนย์ไอทีและเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาด 2,600 ตารางเมตร ขณะที่โซนเอ็นเตอร์เทนเมนต์ โรงภาพยนตร์ ได้พันธมิตรอย่าง “เอสเอฟ ซีเนม่า ซิตี้” ร่วมลงทุนเปิดโรงภาพยนตร์ จำนวน 8 โรง นอกจากนี้ จัดลานอีเวนท์ ลานสเกต สตรีทโชว์ ในพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อสร้างจุดต่างจากห้างอื่นๆ

“เราอยากเปลี่ยนรูปแบบการชอปปิ้งของคนไทย สร้างกิจกรรมและบริการต่างๆ ในพื้นที่กลางแจ้ง ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับชอปปิ้งมอลล์ของอีซีซีในยุโรป เพียงแต่ในยุโรปลานอีเวนท์ต่างๆ จะอยู่ในตัวอาคารเพราะอากาศหนาว ส่วนในเชียงใหม่สามารถเล่นกับชีวิตกลางแจ้งได้อย่างเต็มที่ เป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เราอยากสร้างเป็นโมเดลต้นแบบ และคาดว่าจะมีลูกค้าไม่ต่ำกว่า 20,000-30,000 คนต่อวัน สร้างรายได้ถึงจุดคุ้มทุนภายใน 7 ปี” นายควันท์กล่าว

แน่นอนว่า การบุกเข้ามาของอีซีซีกรุ๊ปและการจับจองทำเลของกลุ่มทุนใหญ่ของไทยส่งผลให้สมรภูมิค้าปลีกในจังหวัดเชียงใหม่ร้อนระอุขึ้นทันที  โดยเฉพาะปีนี้มีโครงการศูนย์การค้าเปิดใหม่พร้อมกันถึง 3 แห่ง นอกจาก “พรอเมนาดา” แล้ว ช่วงปลายปี บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็นจะเปิดตัวศูนย์การค้า “เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ ” ซึ่งถือเป็นโครงการที่ 2 ต่อจากเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ใช้งบลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท บริเวณสี่แยกศาลเด็ก ด้านทิศเหนือ ติดถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่ -ลำปาง และถนนเชียงใหม่– ดอยสะเก็ด โดยซีพีเอ็นวางรูปแบบอาคารสูง 6 ชั้นเช่นเดียวกับเม-ญ่า แต่ใช้เนื้อที่ขนาดใหญ่ 40 ไร่ พื้นที่รวม 250,000 ตร.ม. จำนวน 250 ร้านค้า และมีร้านค้านอกอาคารอีกกว่า 60 ร้านค้า

แม็กเน็ตหลักๆ ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เพาเวอร์บาย เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์ ซูเปอร์สปอร์ต บีทูเอส โรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ 10 โรง และโรงภาพยนตร์กรุงศรีไอแม็กซ์ ดิจิตอล 1 โรง  ลานสเกตน้ำแข็ง สวนสนุก Fun Planet  ศูนย์อาหาร และศูนย์ออกกำลังกาย

อีกโครงการ คือ “เม-ญ่า” ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกตัวแรกของกลุ่มเอสเอฟ ซีเนม่า ซิตี้ ประเดิมสาขาแรกเจาะใจกลางเมืองสี่แยกรินคำ ถนนนิมมานเหมินท์ เนื้อที่รวม 9 ไร่ รูปแบบอาคารสูง 6 ชั้น พื้นที่กว่า 80,000 ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่ร้านค้าปลีก 35,000 ตร.ม. 220 ร้านค้า เน้นสินค้าแฟชั่น สินค้าแบรนด์ดัง สินค้าเทคโนโลยี โรงภาพยนตร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และฟู้ดบาซาร์

สุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสเอฟ ซีเนม่า ซิตี้ จำกัด กล่าวถึงการลงทุนโครงการเม-ญ่า และร่วมเป็นพันธมิตรกับอีซีซีกรุ๊ปเปิดโรงภาพยนตร์มาจากศักยภาพของเชียงใหม่ ทั้งในแง่การเติบโตทางเศรษฐกิจ จำนวนประชากรที่หนาแน่นและการเข้ามาของโครงการค้าปลีกหลากหลายรูปแบบในทำเลที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นพรอเมนาดา ซึ่งอยู่นอกเมืองแถบซูเปอร์ไฮเวย์ หรือเม-ญ่า ที่อยู่ใจกลางเมืองจะสร้างพฤติกรรมใหม่ จะเกิดการแบ่งกลุ่มลูกค้า แบ่งตลาด แบ่งพื้นที่กัน

เปรียบเทียบ “เม-ญ่า” เหมือนสยามเซ็นเตอร์ เอ็มบีเค ย่านราชประสงค์ ในกรุงเทพฯ ส่วน “พรอเมนาดา” ออกไปย่านชานเมือง ไม่ได้แย่งลูกค้ากัน แต่ลูกค้าจะเรียนรู้เรื่องความสะดวกในการไปใช้บริการ การเดินทาง ไม่ต้องเจอรถติด ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของเมืองเชียงใหม่

ขณะเดียวกันในกลุ่มห้างท้องถิ่นและห้างที่มีอยู่เดิมต่างรีบยกเครื่องขนานใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น “กาดสวนแก้ว” ซึ่งถือเป็นศูนย์การค้าเก่าแก่ของกลุ่มตระกูลเก่งการค้า ต้องเร่งปรับโครงสร้างการบริหารและปรับปรุงพื้นที่ศูนย์การค้าทั้ง 10 ชั้น พื้นที่ 290,000 ตร.ม. เพื่อทยอยเปิดให้บริการในรูปโฉมใหม่ฉลองครบรอบ 20 ปีในกลางปีนี้และเปิดเต็มรูปแบบในปี 2558 โดยตั้งเป้าเพิ่มร้านค้าอีกเท่าตัว จำนวน 1,200 ร้านค้า

แม้กระทั่งกลุ่มบริษัท ทีซีซี แลนด์ รีเทล จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กลุ่มโครงการรีเทล (ค้าปลีก) ที่มีธุรกิจในย่าน ถ.ช้างคลาน จำนวน 5 แห่ง คือ กาแลไนท์ บาซาร์, ตลาดอนุสาร, ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซา เชียงใหม่, ศูนย์การค้าโอพีเพลส และห้างสรรพสินค้าเดอะพลาซ่า

ล่าสุด บริษัททีซีซี แลนด์ รีเทล ตัดสินใจใช้งบ 50 ล้านบาท ปรับโฉมเดอะพลาซ่า จากศูนย์การค้าเป็นห้างสรรพสินค้า นำเสนอจุดเด่นเรื่องฟู้ดแอนด์แฟชั่น สไตล์เรียบง่าย วิถีคนท้องถิ่น โดยแบรนด์สินค้าจะเป็นแบรนด์ทั่วไปตามท้องตลาดและจากพันธมิตร เช่น กลุ่มไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล และสินค้านำเข้าของเวิลด์ เลเธอร์ กู๊ดส์
  
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่ม “วีกรุ๊ป” ของนายวัชระ ตันตรานนท์   เพิ่งลงทุนเม็ดเงิน 2,000 ล้านบาท สร้างศูนย์แฟชั่นค้าปลีก-ส่ง “แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ เชียงใหม่”  เนื้อที่  9 ไร่ พื้นที่รวม 130,000 ตร.ม. 
 
ประเมินกันว่า ปี 2556 จะเป็นปีที่จังหวัดเชียงใหม่มีการขยายธุรกิจค้าปลีกสูงสุด ทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และกลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ตที่มีค่ายเทสโก้โลตัสเข้าไปปูพรมสาขาซูเปอร์เซ็นเตอร์ ตลาด และเอ็กซ์เพรส กว่า 50 สาขา บิ๊กซีอีก 3 สาขา ไม่รวมคอนวีเนียนสโตร์อย่างเซเว่นอีเลฟเว่นที่กระจายสาขาทั่วเมือง

เป็นการพลิกโฉมสมรภูมิค้าปลีกในเชียงใหม่ ทั้งตัวผู้เล่น รูปแบบศูนย์ การระดมแม็กเน็ตและการแข่งขันที่ร้อนแรงกว่าเดิมหลายเท่า 

 

 

โครงการค้าปลีกรายใหญ่ใน จ. เชียงใหม่

อีซีซีกรุ๊ป (เนเธอร์แลนด์)

พรอเมนาดา รีสอร์ท มอลล์ (เปิด มิ.. 2556)

เอสเอฟ ซีเนม่า ซิตี้

เมญ่า ไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ (เปิดปลายปี 2556)

เซ็นทรัล

เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

 

เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ (เปิดปลายปี 2556)

 

เซ็นทรัล กาดสวนแก้ว

ทีซีซีแลนด์

กาแลไนท์ บาซาร์, ตลาดอนุสาร, ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซา เชียงใหม่, ศูนย์การค้าโอพีเพลส, ห้างสรรพสินค้าเดอะพลาซ่า

กาดสวนแก้ว 2545

กาดสวนแก้ว