วันพฤหัส, ธันวาคม 9, 2021
Home > Cover Story > “ซีเจ” ไล่จี้ยักษ์สะดวกซื้อ ดันมินิคอมมูนิตี้มอลล์สู้

“ซีเจ” ไล่จี้ยักษ์สะดวกซื้อ ดันมินิคอมมูนิตี้มอลล์สู้

แนวรบคอนวีเนียนสโตร์ดุเดือดมากขึ้น เมื่อค่าย ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป เร่งสปีดไล่จี้ยักษ์ใหญ่ “เซเว่นอีเลฟเว่น” ปูพรมสาขาเบียดพื้นที่แข่งขันชนิดห่างกันไม่กี่คูหาและชูจุดขายโมเดล CJ MORE More Than Anyone, More Than Supermarket เป็นมากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อทั่วไป เพิ่มร้านค้าและบริการหลากหลายไม่ต่างจากมินิคอมมูนิตี้มอลล์ในทุกชุมชน

ล่าสุด ซี.เจ.เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป เปิดสาขามากกว่า 600 สาขา ใน 29 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชุมพร ชัยนาท นครนายก ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ระยอง ลพบุรี สระบุรี สมุทรสงคราม สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี อ่างทอง นครสวรรค์ นครราชสีมา จันทบุรี สระแก้ว และโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ใหญ่ที่กำลังลุยขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่หลักและตั้งเป้าหมายผุดสาขาครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและปูทางการจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปี 2565

ทั้งนี้ นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และขณะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ซี.เจ.เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป เคยประกาศจะเร่งขยายสาขาภายใน 3 ปี (ปี 2564-2566) ทะลุ 1,000 สาขา และผลักดันรายได้ยอดขายเติบโตแตะ 50,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ไม่ใช่สูตรสำเร็จ เพราะตั้งแต่เสถียรตัดสินใจเจรจากับกลุ่มบริษัท พี เอส ดี รักษ์ไทย จำกัด ผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ในจังหวัดราชบุรี ผู้บุกเบิกร้านซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต จนบรรลุข้อตกลงเข้ามาถือหุ้นใหญ่กว่า 80% และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2556

เขาใช้เวลาปรับเปลี่ยนเติมเต็มจุดขายต่างๆ กว่า 7 ปี และพลิกรูปแบบจาก “ซูเปอร์มาร์เก็ต” เป็น “มินิคอมมูนิตี้มอลล์” โดยงัดโมเดลธุรกิจ “ซีเจ มอร์” (CJ MORE) หวังตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน มีแฟลกชิปสโตร์ “ซีเจ มอร์ สาขาสีลม” นำร่องทดลองตลาดและถือเป็นสาขาแรกที่เจาะใจกลางกรุงเทพฯ

ปัจจุบันเสถียรให้ลูกชาย คือ วีรธรรม เศรษฐสิทธิ์ ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป เป็นแกนหลักบริหารงาน โดยต้องการดึงความเป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาประยุกต์กลยุทธ์ใหม่ๆ ผลักดันให้ “ซีเจ มอร์” เป็น Umbrella Brand รวม 5 แบรนด์ค้าปลีกที่บริษัทปลุกปั้นเข้ามาเปิดให้บริการจบครบในที่เดียว พร้อมๆ กับดึงพาร์ตเนอร์เสริมความแข็งแกร่ง เพื่อชูความเป็นศูนย์การค้าขนาดเล็กในชุมชนที่จะดึงดูดกลุ่มลูกค้าหลากหลายมากขึ้น

ทั้ง 5 แบรนด์ ประกอบด้วย ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต (CJ Supermarket) เน้นสินค้าอุปโภคบริโภค เน้นราคาประหยัดเทียบเท่าไฮเปอร์มาร์เก็ต

นายน์ บิวตี้ (Nine Beauty) โซนเครื่องสำอางและความงามมัลติแบรนด์ อาหารเสริมสุขภาพ

อูโนะ (UNO) โซนสินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าแฟชั่น เครื่องเขียน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เน้นดีไซน์ทันสมัย ในคอนเซ็ปต์ Your Innovation เอาใจกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและวัยทำงานที่มองหาของใช้ในชีวิตประจำวัน

เอ-โฮม (A-Home) สำหรับคนรักบ้าน คอนเซ็ปต์ “เรื่องบ้าน เรื่องง่าย” เน้นสินค้า D.I.Y. อุปกรณ์เครื่องมือช่าง อุปกรณ์ทำสวน อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ประปา อุปกรณ์ดูแลรถ อุปกรณ์ของใช้ในครัว ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เจาะกลุ่มเจ้าของบ้านและวัยทำงาน และปิดท้ายด้วยร้านกาแฟสดบาว คาเฟ่ (Bao Café)

ขณะเดียวกัน พยายามเพิ่มบริการใหม่ๆ แบรนด์ใหม่ๆ รองรับกลุ่มเป้าหมายตามทำเลต่างๆ เช่น การแตกไลน์ร้านสะดวกซัก Bao Wash เปิดซีเจ มอร์ ฟู้ดฮอลล์ (CJ MORE Food Hall) รวมของอร่อยร้านดังในรายการร้านมิชลิน ไกด์ เช่น เอลวิส สุกี้ คั่วไก่ & ซีฟู้ด ไก่ทอดเจ๊กี ลิ้มเหล่าโหงว ปาท่องโก๋คาเฟ่ City โซน Pop Up ร้านอาหารและขนมหวานเจ้าดัง

เมื่อเร็วๆ นี้ ยังเปิดตัวแบรนด์ “เพ็ทฮับ” (PET HUB) ร้านขายอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงครบวงจร คอนเซ็ปต์ Your Pet’s Best Friend ทั้งอาหาร ขนม อาหารเสริม ของเล่น อุปกรณ์ต่างๆ ของสุนัข แมว นก สัตว์เล็ก และสัตว์น้ำ ประเดิมสาขาแรกที่ ซีเจ มอร์ สาขาจรัญสนิทวงศ์ 13 และวางแผนขยายโมเดลเพิ่มบริการตรวจรักษาสัตว์เลี้ยง ฉีดวัคซีนโดยสัตว์แพทย์แบบครบวงจร

ในส่วนซีเจซูเปอร์มาร์เก็ตมีการจับมือพันธมิตรกลุ่มอาหารสด เช่น เบทาโกร วางจำหน่ายเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ รองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าจำเป็นในร้านค้าใกล้บ้าน รวมถึงดึงร้านอาหารแบรนด์ดังปลุกการรับรู้ของกลุ่มลูกค้า เช่น ร้านเกาหลีชื่อดัง “Sukishi Everyday” ซูกิชิ เอฟวรี่เดย์ ซึ่งเน้นอาหารเกาหลีและอาหารญี่ปุ่นจานด่วน เช่น เมนูข้าว เมนูเส้น เมนูซุป ราเมง และเมนูของรับประทานเล่น ทั้งแบบจานเดี่ยวและชุดคอมโบ ในซีเจ มอร์ สาขา จรัญสนิทวงศ์ 13

ขณะที่เร่งขยายฐานลูกค้าผ่านบัตรสมาชิก “สบายการ์ด” ให้ลูกค้าสะสมแต้มเมื่อซื้อสินค้าครบทุก 25 บาท สามารถใช้แต้มสะสมแลกซื้อสินค้าพิเศษ ซื้อสินค้าในราคาถูกกว่า ซื้อสินค้า 1 แถม 1 สินค้ายกแพ็ก หรือเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ

แต่สิ่งที่กลุ่มซีเจเอ็กซ์เพรสต้องปรับกลยุทธ์มากขึ้น คือ บริการดีลิเวอรี เนื่องจากยังให้บริการเพียง 21 สาขา แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 6 สาขา นนทบุรี 1 สาขา นครปฐม 1 สาขา ชลบุรี 3 สาขา ปทุมธานี 1 สาขา สระบุรี 2 สาขา สุพรรณบุรี 2 สาขา พระนครศรีอยุธยา 3 สาขา ฉะเชิงเทรา 1 สาขา และสมุทรปราการ 1 สาขา ที่สำคัญคิดค่าบริการจัดส่งเริ่มต้น 35 บาท และคิดเพิ่มตามระยะทาง

เมื่อเปรียบเทียบกับยักษ์ใหญ่อย่างเซเว่นอีเลฟเว่น มีเครือข่ายสาขากว้างขวางมากกว่า 12,000 สาขา ให้บริการดีลิเวอรีฟรี แถมโปรโมชั่นเพิ่มเติม เช่น สั่งดีลิเวอรี 200 บาทขึ้นไปผ่านทรูมันนี่วอลเล็ต ครบ 5 ครั้ง จะได้รับส่วนลดในการสั่งซื้อครั้งต่อไป 50 บาท หรือโปรแฟลชดีล สั่งครบ 300 บาท ใส่โค้ดรับส่วนลดทันที 30-40 บาท พร้อมจัดแคมเปญสินค้าราคาพิเศษ เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในยุคสถานการณ์โควิด

แน่นอนว่า บริการดีลิเวอรีถือเป็นจุดแข็งของเซเว่นอีเลฟเว่นที่อยู่เหนือคู่แข่งทุกรายและเป็นกลยุทธ์หลักในการปลุกรายได้ยอดขาย เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคนิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น หลีกเลี่ยงและลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาด เห็นได้ชัดเจนจากยอดขายที่ลดลงในช่วงการแพร่ระบาด เนื่องจากการยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19 ตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 และการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ 29 จังหวัด ทำให้จำนวนชั่วโมงเปิดร้านลดลงและลูกค้างดเดินทาง รวมถึงการจับจ่ายสินค้าหน้าร้านด้วย

แม้ขณะนี้รัฐบาลยอมผ่อนคลายตามนโยบายเปิดประเทศตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน โดยร้านสะดวกซื้อในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ในพื้นที่สีฟ้าเปิดการท่องเที่ยว 100% สามารถเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง แต่ยังมีอีกหลายจังหวัดยังถูกจำกัดเวลา เช่น จังหวัดในพื้นที่ควบคุมสูงและเข้มงวด กำหนดให้ร้านสะดวกซื้อเปิดให้บริการได้ตั้งแต่ตี 4 ถึง 2 ทุ่ม ทำให้คอนวีเนียนสโตร์ทุกค่ายต้องพุ่งเป้าสร้างรายได้จากช่องทางออนไลน์และดีลิเวอรี

นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ Chief Financial Officer (CFO) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น กล่าวว่า บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและเสริมกลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างยอดขายดีขึ้น เช่น การออกแคมเปญใหม่ๆ เพิ่มโปรดักส์ใหม่ๆ ตลอด เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า การทำอาหารพร้อมรับประทาน เมนูอิ่มคุ้ม ในแคมเปญคนไทยไม่ทิ้งกัน ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด โดยเฉพาะการจัดโปรโมชั่นผ่านช่องทาง 7-11 Delivery และกลยุทธ์ O2O ทำให้ตัวเลขยอดขายดีขึ้นมาก โดยในช่วงที่ผ่านมาสินค้าที่ขายดีหลักๆ เป็นสินค้าเครื่องดื่มและอาหารอุ่นร้อน ซึ่ง 7-11 มีความพร้อมให้บริการทั้งอุ่นอาหารและทำเครื่องดื่มเย็นๆ

แต่เมื่อคู่แข่งหน้าใหม่กำลังรุกไล่อย่างแรง สงครามคอนวีเนียนสโตร์ “เซเว่น-ซีเจ” จึงน่าจับตาอย่างยิ่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *