วันศุกร์, เมษายน 23, 2021
Home > Cover Story > “ซีเจ” รุกคืบชนยักษ์สะดวกซื้อ เร่งรายได้แต่งตัวเข้าตลาดหุ้น

“ซีเจ” รุกคืบชนยักษ์สะดวกซื้อ เร่งรายได้แต่งตัวเข้าตลาดหุ้น

ซีเจ เอ็กซ์เพรส ได้ฤกษ์รุกฐานกรุงเทพฯ มากขึ้น หลังจากใช้เวลาหลายปีเปิดยุทธการป่าล้อมเมืองผุดสาขาในจังหวัดหลักๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบิ๊กบอสคาราบาวกรุ๊ป เสถียร เศรษฐสิทธิ์ หุ้นส่วนใหญ่ ประกาศยังเดินหน้าแผนจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แม้ต้องเลื่อนจากปี 2563 เพราะพิษโควิด-19 เป็นปี 2565 เพื่อระดมทุนก้อนใหญ่เพิ่มขุมกำลังเปิดศึกชนยักษ์สะดวกซื้อแบบจัดเต็ม

ล่าสุด ข้อมูล ณ วันที่ 18 มีนาคม 2564 ซีเจ เอ็กซ์เพรส มีสาขาทั่วประเทศรวม 593 แห่ง ซึ่งดูเหมือนยังห่างไกลจากเจ้าตลาด ทั้งเซเว่นอีเลฟเว่นของบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) และแฟมิลี่มาร์ท ของกลุ่มเซ็นทรัล แต่ประเมินจากกลยุทธ์และเครือข่ายเชื่อมโยงกับบริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ย่อมถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว

ที่สำคัญ แบรนด์ร้านสะดวกซื้อ “CJ” อยู่ในวงการค้าปลีกยาวนานกว่า 16 ปี ตั้งแต่ยุคบริษัท พี เอส ดี รักษ์ไทย จำกัด ผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ในจังหวัดราชบุรี บุกเบิกเผยโฉมร้านซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขาแรกเมื่อปี 2548 และสามารถยึดฐานตลาดในแถบภาคกลาง ภาคตะวันตก ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี นครปฐม

ต่อมา เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เจรจาเข้ามาถือหุ้นใหญ่กว่า 80% และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2556

แน่นอนว่า การเข้ามาของกลุ่มคาราบาวกรุ๊ปช่วยให้ซีเจปูพรมสาขาได้อย่างต่อเนื่องมากกว่า 30 จังหวัด โดยเน้นเจาะโซนนิคมอุตสาหกรรมที่มีแรงงานจำนวนมาก และเริ่มบุกโซนรอบนอกกรุงเทพฯ ในหลายทำเล เช่น ย่านฝั่งธนบุรีกว่า 20 สาขา ย่านนนทบุรีกว่า 10 สาขา รวมถึงย่านปทุมธานี รังสิต สมุทรปราการ พระประแดง บางกระดี่ และพระรามสอง

ทั้งนี้ หากย้อนดูรายได้ของบริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด ตั้งแต่ยุคเสี่ยคาราบาวกรุ๊ป เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยปี 2556 มีรายได้ประมาณ 2,858 ล้านบาท ปี 2557 มีรายได้ 6,858 ล้านบาท ปี 2558 มีรายได้ 7,106 ล้านบาท ปี 2559 มีรายได้ 7,886 ล้านบาท และเติบโตทะลุหลักหมื่นล้านบาทในปี 2561 อยู่ที่ 11,500 ล้านบาท ปี 2562 มีรายได้รวม 13,800 ล้านบาท และปี 2563 ทำรายได้แตะระดับ 20,000 ล้านบาท

ล่าสุด เสถียรในฐานะประธานกรรมการบริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป ออกมาย้ำถึงแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า บริษัทกำลังคัดเลือกที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) เพื่อยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ภายในไตรมาส 2 ปี 2565

เป้าหมายสำคัญ คือการระดมทุนขยายสาขาภายใน 3 ปี (ปี 2564-2566) ให้ได้ไม่น้อยกว่า 1,000 สาขา โดยปี 2564 มีแผนขยายเพิ่ม 200 สาขา และผลักดันรายได้ยอดขายเติบโตแตะ 50,000 ล้านบาท

ปัจจุบันซีเจมีรูปแบบร้าน 2 โมเดลหลัก คือ ร้านสะดวกซื้อซีเจ เอ็กซ์เพรส รูปแบบ Supermarket Convenience Store พื้นที่มากกว่า 300 ตารางเมตร หรือขนาด 5 คูหาขึ้นไป เน้นจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคในราคาประหยัด มีบริการชำระเงินด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน และเพิ่มความเป็นไลฟ์สไตล์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละท้องที่ เช่น โซนเครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ “NINE นายน์ บิวตี้” และร้านกาแฟ “BAO CAFE”

ส่วนอีกโมเดลหลัก เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ “ซีเจ มอร์” (CJ MORE) คอนเซ็ปต์ More Than Anyone, More Than Supermarket หรือเป็นมากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อทั่วไป โดยเปิดตัวร้านแฟลกชิปสโตร์ สาขาสีลม และล่าสุดขยายสาขามากกว่า 10 แห่งใน จ.นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ชลบุรี และกรุงเทพฯ

สำหรับร้านซีเจ มอร์ ประกอบด้วย ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต (CJ Supermarket) เน้นสินค้าอุปโภคบริโภค จุดเด่นคือการมีสินค้า ครบ คุ้ม ราคาประหยัดเทียบเท่ากับไฮเปอร์มาร์เก็ต แต่สะดวกสบายมากกว่าด้วยสาขาใกล้บ้าน และเพิ่มโซนสินค้าต่างๆ ได้แก่ โซนนายน์ บิวตี้ (Nine Beauty) จำหน่ายเครื่องสำอางและความงามมัลติแบรนด์ รวมถึงอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ

โซนบาว คาเฟ่ (Bao Cafe) ร้านกาแฟสดใกล้บ้าน ราคาเริ่มต้นแก้วละ 25 บาท รวมทั้งเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ และเมนูขนมปังปิ้ง

โซน อูโนะ (UNO) จำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าแฟชั่น เครื่องเขียน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เน้นดีไซน์ทันสมัย ในคอนเซ็ปต์ Your Innovation เน้นจับกลุ่มค้าวัยรุ่นและวัยทำงาน

โซน เอ-โฮม (A-Home) สินค้าเกี่ยวกับบ้าน เช่น สินค้า D.I.Y. อุปกรณ์เครื่องมือช่าง อุปกรณ์ทำสวน อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ประปา อุปกรณ์ดูแลรถ อุปกรณ์ของใช้ในครัว ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เจาะกลุ่มเจ้าของบ้านและวัยทำงาน

นอกจากนี้ ในบางสาขาจะเพิ่มบริการอื่น ๆ เช่น ร้านสะดวกซัก “บาว คาเฟ่ สะดวกซัก” และโซน ซีเจ มอร์ ฟู้ดฮอลล์ (CJ MORE Food Hall) รวมของอร่อยร้านดังที่จัดอยู่ในรายการร้าน “มิชลิน ไกด์” (Michelin Guide) เช่น เอลวิส สุกี้ คั่วไก่ & ซีฟู้ด ไก่ทอดเจ๊กี ลิ้มเหล่าโหงว และปาท่องโก๋คาเฟ่ City รวมถึงโซน Pop Up ร้านอาหาร และขนมหวานเจ้าดัง

ขณะเดียวกัน เสถียรยังพยายามปลุกปั้นแบรนด์ร้านค้าปลีกที่เน้นเจาะกลุ่มรากหญ้าและผู้ประกอบการร้านโชวห่วย ในหมู่บ้านหรือชุมชนเล็กๆ โดยจัดตั้งบริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด ทดลองพัฒนาร้านค้าปลีก แบรนด์ “ถูกดี มีมาตรฐาน” ตั้งแต่ปี 2562 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ขอนแก่น พิษณุโลก และหลังจากใช้เวลาเกือบปีปรับโมเดลจนลงตัว จึงประกาศเปิดเจรจาร่วมลงทุนกับโชวห่วยทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด Low Cost Convenience Store

รูปแบบ คือ บริษัทช่วยพัฒนาระบบการบริหารจัดการหน้าร้าน การลงทุนด้านเทคโนโลยี คิดเป็นงบลงทุนกว่า 1 ล้านบาทต่อร้าน ขณะที่เจ้าของร้านเสริมการลงทุนด้านโครงสร้างอื่นๆ เช่น ฝ้า เพดาน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 150,000 บาท และแบ่งสัดส่วนรายได้กัน โดยร้านค้าได้ 85% บริษัทได้ 15% ซึ่งสามารถดึงดูดร้านค้าเข้าร่วมโครงการมากกว่า 200 สาขา และตั้งเป้าภายในปี 2564 จะขยายเป็น 5,000 สาขา ก่อนพุ่งพรวดเป็น 10,000 สาขาภายในปี 2565

ที่น่าสนใจและถือเป็นจุดแข็งจุดขายของร้านสะดวกซื้อ ทั้งซีเจ เอ็กซ์เพรส ซีเจมอร์ และถูกดี มีมาตรฐาน ไม่ใช่แค่เครือข่ายผู้ประกอบการค้าส่งในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงเครือข่ายและไลน์สินค้าต่างๆจากกลุ่มคาราบาวกรุ๊ป ทั้งกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลัง กลุ่มเครื่องดื่มเกลือแร่ กาแฟกระป๋อง น้ำดื่ม และล่าสุดพยายามรุกเซกเมนต์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพประเภท Functional Drinks โดยร่วมลงทุนในบริษัท เอ วู้ดดี้ ดริงค์ จำกัด ของนายวุฒิธร มิลินทจินดา หรือวู้ดดี้ พิธีกรชื่อดัง ประเดิมเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มวิตามินซี “วู้ดดี้ ซี+ ล็อค” และวางแผนขยายไลน์รองรับเทรนด์การบริโภคของคนรุ่นใหม่

ดังนั้น หากมองความสำเร็จของคาราบาวกรุ๊ปจากการบุกตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังและสามารถท้าชิงแชมป์อย่างเข้มข้น นั่นยิ่งทำให้ “ซีเจ” กลายเป็นผู้เล่นในสงครามสะดวกซื้อที่ทั้งเซเว่นอีเลฟเว่น แฟมิลี่มาร์ทและลอว์สันไม่อาจมองข้ามไปได้

รูปแบบการหาผู้ร่วมลงทุนขยายสาขา

• ซีเจ เอ็กซ์เพรส ๐ ยังไม่มีการขายสาขาแฟรนไชส์ ใช้รูปแบบการเช่าหรือซื้อพื้นที่
๐ พื้นที่เปล่า 200 ตารางวาขึ้นไป หรือหน้ากว้าง 20 เมตรขึ้นไป
๐ อาคารพาณิชย์ 300 ตารางเมตรขึ้นไปและมีหน้ากว้าง 20 เมตร หรือ 5 คูหาขึ้นไป
๐ พื้นที่ใกล้แหล่งชุมชน เช่น ตลาดสด หรือตลาดนัดขนาดกลาง-ขนาดใหญ่
๐ พื้นที่ตั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
๐ พื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก
๐ พื้นที่ภาคอีสาน ไม่เกิน จ.นครราชสีมา พื้นที่ภาคเหนือ ไม่เกิน จ.นครสวรรค์ พื้นที่ ภาคใต้ ไม่เกิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

• เซเว่นอีเลฟเว่น ๐ มีการขายสาขาแฟรนไชส์ 1,500,000 บาท
๐ งบการลงทุน 480,000 – 1,730,000 บาท
๐ เงินสดค้ำประกัน 1,000,000 บาท ได้รับดอกเบี้ยคืนทุกปี อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ประจำ
๐ ระยะเวลาการทำสัญญา 6-10 ปี
๐ มีโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ

• แฟมิลี่มาร์ท ๐ มีการขายสาขาแฟรนไชส์
๐ งบลงทุนรวมประมาณ 440,000 บาท แบ่งเป็นค่าทำบันทึกข้อตกลง (MOU) สิทธิแรกเข้า ค่าจัดเตรียมการเปิดร้าน เงินประกันสัญญาและสินค้า ค่าอุปกรณ์เบ็ดเตล็ด เงินสำรองทอน
๐ อายุสัญญา 6 ปี
๐ การันตีรายได้ 30,000 บาท/เดือน (ระยะเวลา 1 ปี)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *