วันพุธ, กรกฎาคม 18, 2018
Home > Cover Story > “กลุ่มทองสิมา” เร่งเครื่อง ขยายบิ๊กโปรเจกต์พระราม 2

“กลุ่มทองสิมา” เร่งเครื่อง ขยายบิ๊กโปรเจกต์พระราม 2

ช่วงเวลาไม่ถึง 2 เดือน “กลุ่มตระกูลทองสิมา” ออกมาเปิดตัวทั้งบิ๊กโปรเจกต์ ผุดโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ และบิ๊กแคมเปญ โครงการนครธน แฟมิลี่ คลับ ยกระดับโรงพยาบาลนครธนจาก “General Hospital” หรือโรงพยาบาลรักษาโรคทั่วไป เป็น “โรงพยาบาลเฉพาะทาง” เพื่อลุยสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือด และมากไปกว่านั้น คือ แผนการสานต่อโครงการสร้างเมืองย่านพระราม 2 เนื้อที่มากกว่า 100 ไร่ ของเจ้าพ่อที่ดินฝั่งธนบุรี “ญาณเดช ทองสิมา” หลังจากเก็บเนื้อเก็บตัวทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงพยาบาลนครธนอย่างเงียบๆ มานานกว่า 10 ปี

แน่นอนว่า ในแวดวงการเมืองระดับท้องถิ่น ชื่อ “ญาณเดช ทองสิมา” คลุกอยู่ในสนามการเมืองกรุงเทพมหานครนานกว่า 10 ปี เคยร่วมงานในฐานะรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชุดผู้ว่าฯ พิจิตต รัตตกุล และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

แต่ในวงการธุรกิจแล้ว ญาณเดชถือเป็นนักอสังหาริมทรัพย์ตัวยง อดีตนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรคนแรกของเมืองไทยเมื่อปี 2523 มีที่ดินและเก็บสะสมแลนด์แบงก์มากที่สุดในย่านฝั่งธนฯ โดยเฉพาะย่านบางขุนเทียน เนื่องจากกลุ่มตระกูลทองสิมายึดหลักปักฐานอาศัยในย่านดังกล่าวมานานกว่า 40 ปี ตั้งแต่สมัยคุณย่าถนอม ทองสิมา ซึ่งญาณเดชถือเป็นทายาทที่เข้ามาพลิกเปลี่ยนวิธีดำเนินธุรกิจของครอบครัว จากรูปแบบการตัดขายที่ดินและให้เช่าช่วงมาเป็นรูปแบบการลงทุนผุดโครงการที่อยู่อาศัย มีโครงการแรกๆ คือ หมู่บ้านสุดจิตต์นิเวศน์

กระทั่งปี 2539 ญาณเดชในฐานะประธานกรรมการบริษัททองสิมา เคหะกิจ จำกัด ประกาศรุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง ลุยลงทุนพร้อมกัน 4 โปรเจกต์ ทั้งโครงการโรงแรม บ้านจัดสรร อพาร์ตเมนต์ และมหาวิทยาลัย ได้แก่ โครงการบ้านเจริญสุขบนถนนประชาอุทิศ เนื้อที่ 30 ไร่ เป็นโครงการบ้านและที่ดินจัดสรร 150 แปลง โครงการบ้านทองอุไร แยกจากถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล เนื้อที่ 25 ไร่ เป็นบ้านแฝด 150 หลัง โครงการทาวน์เฮาส์บ้านราชมนตรี เนื้อที่ 25 ไร่ บนถนนหรรษาพัฒนา ย่านบางขุนเทียน 300 ยูนิต และโครงการรีสอร์ตไร่วนกาญ รีสอร์ตเก่าแก่ในจังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 250 ห้อง

ขณะเดียวกันที่ดินบนถนนพระราม 2 หลังจากบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ขอเช่าที่ดินของญาณเดช เพื่อก่อสร้างโครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 2 และเหลือที่รอบๆ บริเวณนั้นอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าพ่อที่ดินย่านฝั่งธนฯ วางแผนต่อจิ๊กซอว์ทันที เพื่อสร้างบิ๊กโปรเจกต์ไม่ต่างจากการสร้าง “เมือง” ขนาดย่อมๆ จะมีทั้งโครงการอาคารที่พักอาศัย โรงแรม ศูนย์การค้า รีเทล สปอร์ตคลับ โรงพยาบาล และโรงเรียน โดยเตรียมความพร้อมให้ทายาทรุ่นที่ 2 เข้ามาลุยงานอย่างต่อเนื่อง

เวลานั้นญาณเดชตัดสินใจร่วมลงทุนกับกลุ่มผู้ลงทุนกลุ่มหนึ่งเปิดโรงพยาบาลนครธน เพื่อเป็นโรงพยาบาลขนาดกลางย่านชานเมือง จำนวน 500 เตียง แต่เริ่มต้นให้บริการก่อน 150 เตียง โดยนั่งตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของโรงพยาบาลและดึงทายาทรุ่นที่ 2 เข้ามาร่วมบริหารด้วย ทั้งเพ็ญศิริ ทองสิมา ดูแลด้านการตลาด ศิเรมอร ทองสิมา วีระพงษ์ ดูแลด้านคุณภาพและการแพทย์ ส่วนปิยะเดช ทองสิมา บริหารงานด้านไอที ซึ่งเพ็ญศิริเองยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักลุยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วย

ปี 2552 กลุ่มทองสิมาเปิดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอีกครั้ง ตั้งบริษัท เอส.ที. ธรรมพร จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนกว่า 166.5 ล้านบาท เพื่อรุกธุรกิจการพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในที่ดินย่านพระราม 2 และประเดิมเงินลงทุนกว่า 500 ล้านบาท เปิดตัวโครงการแรก คือ คอมมูนิตี้มอลล์และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์รวมกัน ภายใต้ชื่อโครงการ นครธน พลาซ่า บนที่ดิน 4 ไร่ ติดกับโรงพยาบาลนครธน พระราม 2

ต่อมา โครงการนครธนพลาซ่า เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น พาร์ค วิลเลจ พระราม 2 และชูจุดขาย “ศูนย์ไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ครบวงจร” ประกอบด้วยห้องพัก ห้องจัดประชุมสัมมนา สปอร์ตคลับ ฟิตเนส ร้านค้า ร้านอาหาร บริการด้านการศึกษา สถาบันกวดวิชา

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมา แผนการสร้างเมืองของกลุ่มทองสิมายังดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไปและใช้เวลานานกว่า 10 ปี เนื่องจากต้องรอโครงการสาธารณูปโภคของภาครัฐ โดยเฉพาะการขยายช่องทางจราจรบนถนนพระราม 2 กระทั่งล่าสุดกลายเป็นทำเลทองแห่งหนึ่งในย่านฝั่งธนฯ เนื่องจากถนนพระราม 2 คือ เส้นทางคมนาคมสายหลักไปสู่ภาคใต้ และในอนาคตจะมีการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 ช่วงบางขุนเทียน-มหาชัย-วังมะนาว ระยะทาง 75 กิโลเมตร ต่อเนื่องจากโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกตะวันตก ขนานไปกับถนนพระราม 2 ถึงทางแยกต่างระดับวังมะนาว

จนถือได้ว่า เขตบางขุนเทียนเป็นเขตที่มีประชาชนหลั่งไหลเข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นทุกปีและมีอัตราเติบโตมากกว่าเขตอื่นๆ เกิดหมู่บ้านขนาดใหญ่ ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และสถานศึกษาขนาดใหญ่

เพ็ญศิริ ทองสิมา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทูดีวัน จำกัด และรองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงพยาบาลนครธน กล่าวว่า กลุ่มครอบครัวยังมีที่ดินบริเวณถนนพระราม 2 ที่รอการพัฒนาอีกประมาณ 50 ไร่ ซึ่งขณะนี้บริษัทมีการลงทุนโครงการพาร์ควิลเลจ และล่าสุดลงทุนร่วมกับเบซิส อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น โฮลดิ้ง (BASIS International Educational Holdings (BIEH)) เปิดโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ โดยมั่นใจว่า BASIS ซึ่งเป็นโรงเรียนอันดับ 1 จากสหรัฐอเมริกา จะตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ได้ท่ามกลางการแข่งขันกลุ่มธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในไทย

ทั้งนี้ หลักสูตรของเบซิสจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกการศึกษา วัดจากผลสอบของ OECD ตามโครงการประเมินผลการศึกษานานาชาติ (PISA) นักเรียน 28% ที่จบการศึกษาจากเบซิส ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้รับการตอบรับเข้าศึกษาต่ออย่างน้อยจาก 1 ใน 25 วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกตามการจัดอันดับโดย Times Higher Education World University Ranking และสามารถทำคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในระดับสูง โดยคะแนน SAT เฉลี่ยของนักเรียนที่จบจากเบซิสเมื่อปี 2560 คือ 1,395 จากคะแนนเต็ม 1,600 คะแนน

สำหรับโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ จะเปิดสอนอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม ปี 2562 และจะเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายโรงเรียนเบซิสที่มีทั้งหมด 35 โรงเรียนในสหรัฐอเมริกา จีน และไทย โดยโรงเรียนเบซิส กรุงเทพฯ เป็นโรงเรียนที่ 35 ของเครือข่ายเบซิส ใช้งบก่อสร้างทั้งหมด 1,500 ล้านบาท เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นเตรียมอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย และสามารถรองรับนักเรียนสูงสุด 1,400 คน อัตราค่าเล่าเรียนอยู่ที่ 500,000-800,000 บาทต่อปี

ภายในโรงเรียน นอกจากห้องเรียนมาตรฐานเดียวกับเบซิสในสหรัฐอเมริกา ยังมีสตูดิโอสำหรับงานเซรามิก สระว่ายน้ำแข่งขันขนาด 25 เมตร โรงยิมในร่มที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ สามารถเป็นทั้งสนามบาสเกตบอล สนามแบดมินตัน และยิมเนเซียม ห้องครัวเพื่อการออกแบบ (design kitchen) พร้อมห้องเรียนรู้เกี่ยวกับงานพิมพ์ 3D/งานไม้/งานวิศวกรรม/หุ่นยนต์สมองกล (robotics) รวมถึงห้องสมุด และพื้นที่โคเวิร์กกิ้งสเปซ

“จุดที่ตั้งของโรงเรียนเบซิส กรุงเทพฯ อยู่ด้านหลังห้างเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 บริเวณเดียวกับโครงการ พาร์ควิลเลจ ที่มีทั้งคอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ รีเทล และโรงพยาบาลนครธน โดยแผนหลังจากนี้จะเน้นการเติมเต็มโครงการประเภทที่อยู่อาศัย เรสซิเดนเชียล ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม โดยก่อนหน้านี้เราขายที่ดินให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หลายราย เช่น กลุ่มแลนด์แอนด์เฮาส์ ซึ่งล่าสุดเปิดขายโครงการบ้านเฟส 1 หมดแล้วและกำลังขยายเฟส 2 ต่อเนื่อง รวมถึงจะมีโครงการใหม่ต่อเนื่อง เพราะกำลังเจรจากับบริษัทอสังหาริมทรัพย์อีกหลายแห่ง”

เพ็ญศิริย้ำว่า แผนการสร้างโครงการต่างๆ บริเวณถนนพระราม 2 ในที่ดินกว่า 100 ไร่ ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว เหลือเพียงการเติมเต็มด้านที่พักอาศัย ซึ่งการที่บริษัทสามารถดึงกลุ่มเบซิส อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น โฮลดิ้ง เข้ามาร่วมลงทุนเปิดโรงเรียนถือเป็นจุดขายสำคัญช่วยเติมเต็มโครงการทั้งหมดและดึงดูดผู้คนหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น

ที่สำคัญ ยังหมายถึงบิ๊กโปรเจกต์ที่ใช้เวลาบุกเบิกกว่า 2 ทศวรรษ ใกล้จะครบสมบูรณ์แล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *