วันพฤหัส, กรกฎาคม 27, 2017
Home > Cover Story > “กลับมาเถิดวันวาน” สงกรานต์แบบไทยเบฟ

“กลับมาเถิดวันวาน” สงกรานต์แบบไทยเบฟ

 
แสงสีทองของดวงอาทิตย์กำลังทอดยาวลงบนพื้นผิวของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตริมสองฝั่งของแม่น้ำมาหลายชั่วอายุคน แต่การนั่งเรือเลียบเลาะแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบันอาจจะเห็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมน้อยลงจนเรียกได้ว่าหายากมากขึ้นทุกที
 
วิถีชีวิตของผู้คนที่ไม่เร่งรีบและดำเนินชีวิตไปตามครรลองด้วยความเรียบง่าย ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่นำความเจริญก้าวหน้ามาเคาะถึงประตูบ้าน ชนิดที่เรียกว่าตั้งตัวกันแทบไม่ทัน 
 
เครื่องไม้เครื่องมืออันทันสมัยซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมปัจจุบันที่เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ส่งให้บรรดาวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ กำลังถูกปรับเปลี่ยนและถูกกลืนหายไป จนเจนเนอเรชั่นรุ่นใหม่ๆ น้อยคนนักที่จะรู้จัก วิถีแบบดั้งเดิมที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์
 
ดังเช่นประเพณีสงกรานต์ที่ดูจะเห็นได้ชัดเจนที่สุด จากเดิมที่เมื่อถึงวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี คนไทยมักจะเริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยการเข้าวัดทำบุญตักบาตรรับสิริมงคล รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ จากนั้นจึงสาดน้ำเล่นสงกรานต์ด้วยขันเล็กๆ ที่สนุกกันแต่พองาม 
 
ความเปลี่ยนแปลงของประเพณีที่เต็มไปด้วยความดีงาม ทำให้องค์กรภาครัฐหลายหน่วยงานให้ความสนใจที่จะเข้ามาปรับภาพลักษณ์และดึงเอาภาพจำในวันวานกลับคืนมา เพื่อหวังให้เยาวชนรุ่นใหม่ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีที่เคยปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ทวด
 
ในขณะที่ภาคเอกชนเองมองเห็นโอกาสเหล่านี้ในแง่มุมเชิงธุรกิจ หยิบประเด็นนี้มาทำการตลาดอันอาจจะนำมาซึ่งผลกำไรรวมถึงสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกต่อองค์กรในสายตาของผู้บริโภค 
 
ล่าสุดไทยเบฟเจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มอันดับต้นๆ ของไทย จับธีมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมาเป็นตัวชูโรงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงในเดือนหน้า พร้อมแนวความคิดของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) อย่างฐาปน สิริวัฒนภักดี ที่ว่า “ไทยเบฟ มีปณิธานอันแน่วแน่ที่ต้องการจะบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก พร้อมย้ำแนวคิดเรื่องการท่องเที่ยววิถีไทย ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาล”
 
โค้งน้ำเจ้าพระยาคือจุดยุทธศาสตร์ที่ไทยเบฟจับมาเป็นจุดขายของงาน Water Festival 2015 เทศกาลวิถีน้ำ วิถีไทย ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2558 พร้อมกันนี้ยังเชิญวัด 4 วัด ประกอบด้วย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดอรุณราชวราราม วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร และคอมมูนิตี้มอลล์ 3 แห่ง ได้แก่ ท่ามหาราช ยอดพิมานริเวอร์วอล์ค และเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ ที่บริหารงาน บริษัท ริเวอร์ไซด์ มาสเตอร์แพลน จำกัด ในเครือ ทีซีซี เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน
 
ครั้งนี้ไทยเบฟจำต้องโหนกระแสจัดงานมหาสงกรานต์ครั้งนี้ด้วยการชูสัญลักษณ์ “บวร” ที่หมายถึง บ้าน วัด โรงเรียน ที่บรรดาชุมชนและวัดต่างก็ใช้แนวทาง “บวร” ในการสร้างกิจกรรมเพื่อสานความสัมพันธ์อันจะคงไว้ซึ่งประเพณีอันดีงาม ที่สามารถส่งต่อไปยังรุ่นลูก รุ่นหลาน
 
การจับเอาประเพณีสงกรานต์มาเป็นเครื่องมือทางการตลาดของไทยเบฟในครั้งนี้ ดูเหมือนจะเป็นความพยายามที่จะหลีกหนีสงกรานต์สไตล์ถนนข้าวสารสถานที่ยอดนิยมของกรุงเทพฯ ซึ่งมักเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในการเล่นน้ำสงกรานต์ แน่นอนว่าย่อมหมายถึงรายได้จำนวนมหาศาลที่บรรดาร้านค้าบนถนนข้าวสารจะได้รับ 
 
เบื้องลึกของเทศกาลวิถีน้ำ วิถีไทยในปีนี้ แม้จะดูเหมือนว่าไทยเบฟกำลังสร้างกิจกรรม CSR เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ แต่แท้จริงแล้ว 1 ใน 7 พื้นที่จัดการนี้ อย่างเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ ดูจะเป็นตัวหลักสำคัญของเหตุผลในการจัดงานครั้งนี้
 
ถึงแม้เอเชียทีคจะได้รับความสนใจจากชาวไทยและชาวต่างชาติอยู่อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเมื่อมีทัวร์จีนมาลง ซึ่งน่าจะสร้างรายได้ให้กับบรรดาร้านรวงที่เช่าพื้นที่ไม่น้อย แต่ในทางตรงกันข้ามสินค้าที่นำมาขายในพื้นที่แห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ผลิตจากประเทศจีน ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักท่องเที่ยวไม่ปรารถนาที่จะซื้อสินค้าเหล่านั้น เพียงแค่มาเปลี่ยนบรรยากาศหรือหามุมสวยๆ เพื่อเก็บภาพเป็นที่ระลึก 
 
ท่ามหาราชและยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค คอมมูนิตี้มอลล์ริมน้ำตัวเชื่อมสำคัญของงานนี้ ที่จับเอาวิถีชีวิตของแต่ละชุมชนซึ่งนับวันจะหาดูได้ยากมากมาจัดแสดง กิจกรรมที่สร้างบรรยากาศน่ารื่นรมย์ และยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชีวิตผู้คนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้ยังเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับเด็กรุ่นหลังได้ดี
 
7 พื้นที่ริมโค้งน้ำเจ้าพระยาที่ไทยเบฟโยงเข้าไว้ด้วยกันในงานนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติที่กำลังเบื่อหน่ายการเล่นน้ำสงกรานต์อย่างเอาเป็นเอาตาย หรือมองหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่มีโอกาสได้เรียนรู้วิถีชีวิตวัฒนธรรมของสังคมไทย
 
ความคาดหวังของไทยเบฟนอกเหนือไปจากการสร้างกระแสให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในช่วงประเพณีสงกรานต์แล้ว กิจกรรมเต็มทั้ง 3 วันน่าจะหมายถึงเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่จะตามมา บางทีการโหยหาความหอมหวานจากวันวานอาจหมายถึงภาวะเศรษฐกิจที่ลื่นไหลแบบสายน้ำ ที่ไม่ฝืดเคืองเช่นที่เป็นอยู่อย่างวันนี้