วันพุธ, กันยายน 18, 2019
Home > Cover Story > โอ ช้อปปิ้ง เปิดกลยุทธ์รุกตลาดโฮมช้อปปิ้ง

โอ ช้อปปิ้ง เปิดกลยุทธ์รุกตลาดโฮมช้อปปิ้ง

 
“เราจะรู้ว่าลูกค้าเราคือใคร เราจะนำเสนออย่างง่ายๆ และให้ลูกค้าเข้าใจ โปรดักส์เรามากที่สุด” 
              
คำกล่าวของ ซอง นัก เจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง จำกัด หรือ โอ ช้อปปิ้ง ในงานแถลงผลความสำเร็จ หลังจับมือกับวาโก้ ผู้นำเบอร์หนึ่งตลาดชุดชั้นในไทย เปิดตลาดสินค้าแฟชั่นผ่าน ทีวี โฮมช้อปปิ้ง สร้างสถิติยอดขายสูงสุดในกลุ่มชุดชั้นใน โดยมียอดขายโตขึ้น 200% หลังจากบริษัทออกอากาศขายชุดชั้นในวาโก้มา  3 เดือน (เม.ย.-มิ.ย.57)
              
ในขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าทั้งหมดประมาณกว่า 300 รายการ โดยกลุ่มที่สามารถทำยอดขายได้สูงในช่วงครึ่งปีแรก คือกลุ่มชุดชั้นใน เครื่องสำอาง อาหารเสริม เครื่องประดับและแฟชั่นสตรี มีสัดส่วน 28%, สินค้าไอที 18.5%, เครื่องครัว 20.5%, เครื่องออกกำลังกาย 2.2% ซึ่งบริษัทสามารถทำยอดขายรวมได้ 500 ล้านบาท 
           
และคาดว่าครึ่งปีหลังจะทำยอดขายได้ถึง 800 ล้านบาท รวมยอดขายทั้งปีอยู่ที่ 1,300 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 200% เมื่อเทียบกับปี 56 ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในวาโก้มาจำหน่าย ก็มีส่วนช่วยให้รายได้ของบริษัทสูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้
         
ซึ่งตรงกับเป้าหมายของบริษัทที่จะเป็นเทรนด์เซตเตอร์ (Trend Setter) คัดสรรสินค้าให้ตรงความต้องการและโดนใจผู้บริโภคมากที่สุด  
 
ในขณะที่เจ้าตลาดรายใหญ่ คือทีวี ไดเร็ค และทรูซีเล็คท์ โดยโอ ช้อปปิ้ง ครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 3 ด้วยส่วนแบ่ง 12% พร้อมตั้งเป้าหมายใน 3 ปีจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม 20% และมียอดขายรวม 3,000 ล้านบาท นั่นหมายถึงการก้าวขึ้นเป็นอันดับ 2 หรือการขึ้นเป็นผู้นำของกลุ่มธุรกิจโฮมช้อปปิ้งในอนาคต
 
สำหรับกลยุทธ์การตลาดที่เป็นจุดเด่นและแตกต่างจากโฮมช้อปปิ้งช่องอื่น ซึ่งโอ ช้อปปิ้ง เคลมว่าเป็นเจ้าแรกที่บุกเบิกการตลาดแนวนี้ คือการจัดส่งของให้ลูกค้าก่อน และให้ลูกค้าจ่ายเงินเมื่อได้รับสินค้า และบริการส่งสินค้าฟรีทั่วไทย   
             
นอกจากนี้ กลยุทธ์ทางการตลาดของโอ ช้อปปิ้ง ยังคงเน้นการเลือกคุณภาพสินค้า และการบริการที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่วนกลุ่มเป้าหมายลูกค้าในประเทศจะมีสัดส่วนลูกค้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งลูกค้าต่างจังหวัด  40 : 60   
         
โดยสัดส่วนดังกล่าวจะเห็นว่ากลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดจะมีสัดส่วนสูงกว่า เนื่องจากในต่างจังหวัดลูกค้ามีความต้องการเครื่องสำอางดีๆ หรือเสื้อผ้า แฟชั่นสวยๆ ซึ่งตลาดออฟไลน์ ต่างจังหวัดจะมีสินค้าน้อย ธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง  จึงเข้ามาตอบโจทย์ให้กับลูกค้ากลุ่มนี้
 
จากเป้าหมายกลุ่มลูกค้าหลักปัจจุบัน 70% จะเป็นกลุ่มที่มีวัย 30-50  ปี โดยในครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มีเป้าหมายขยายกลุ่มลูกค้าไปที่เด็กและกลุ่มผู้ชาย ในขณะที่เทรนด์สินค้าประเภทไอทีและเครื่องออกกำลังกาย กำลังเป็นที่นิยมและมาแรง
 
กลยุทธ์การขยายช่องทางครึ่งปีหลัง โอ ช้อปปิ้ง มีแผนในการขยายช่องผ่านเคเบิลทีวีให้ครอบคลุมทุกเคเบิล ในขณะที่ปัจจุบันบริษัทฯ มีช่องสถานีดาวเทียม 1 ช่อง เปิดขายสินค้า 24 ชั่วโมง และร่วมกับ Digital TV 2 ช่อง คือ GMM 1 และ GMM ชาแนล 
 
ขณะที่ ซอง นัก เจ มีมุมมองเกี่ยวกับภาพรวมของธุรกิจหลังมีทีวีดิจิตอล ว่าจะทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดกระแสการบริโภคสื่อของคนในประเทศไปในทางที่ดี ทั้งในเรื่องการพัฒนาคุณภาพของสัญญาณ และการเพิ่มทางเลือกรับสื่อของผู้ชม     
 
ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลดี ทำให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น ซึ่งการเข้าสู่ทีวีดิจิตอลของธุรกิจ โฮมช้อปปิ้ง ถือว่าเป็นโจทย์ใหม่ ที่เน้นและพัฒนารูปแบบการนำเสนอให้ได้ดี รวมถึงการคัดสรรสินค้าคุณภาพ รวมถึงบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้ามากขึ้น
 
ซึ่งอิทธิพลของทีวีดิจิตอลจะทำให้ธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง มีการแข่งขันกันสูงและดุเดือดอีกด้วย    
 
“เรามองว่าทีวีดิจิตอลจะเป็นช่องทางใหม่ที่สามารถเข้าถึงผู้ชมได้ทั่วทั้งประเทศ ทุกแพลตฟอร์มการออกอากาศ จึงเป็นช่องทางที่ดีที่สำหรับการประชาสัมพันธ์ โอ ช้อปปิ้ง ส่วนกลยุทธ์และปัจจัยที่จะทำให้โอ ช้อปปิ้ง ประสบความสำเร็จ จะเน้นการเพิ่มสินค้าที่นำเสนอทาง TV program เพิ่มมากขึ้น โดยครึ่งปีหลังจะมีการวางเพิ่มอีก 10O-150 ชิ้น
             
ทั้งนี้  GMM CJ O shopping (บริษัท จีเอ็ม เอ็ม ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง จำกัด) ก่อตั้งเมื่อ 18 มิถุนายน 2555 ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโฮมช้อปปิ้ง เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) และ CJ O Shopping จากประเทศเกาหลี และเป็นผู้นำตลาดโฮมชอปปิ้งอันดับ 2 ของโลก โดยร่วมทุนจดทะเบียนกว่า 540 ล้านบาท 
 
โดยแกรมมี่ถือสัดส่วนหุ้น  51% และซีเจ โอ 49% โดยบริษัทในเครือ CJ หรือ CJ Corporation (Cheil Jedang Corporation) เป็นบริษัทที่มีรายได้สูงอันดับที่ 13 ของเกาหลี โดยได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย มีเครือข่ายธุรกิจ 4 ด้าน คือ Food & Food service (อาหารและบริการด้านอาหาร) Bio & Pharma (ยาและเทคโนโลยีชีวภาพ) Home shopping & Logistic (โฮม ช้อปปิ้ง และขนส่งครบวงจร) และ Entertainment & Media (สื่อและความบันเทิงครบวงจร)
 
โดย O Shopping จะเป็นรายการให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ละเอียดชัดเจนทุกแง่มุม ที่เรียกว่า  Shopfotainment ซึ่งมาจาก Shopping, Informative, Entertainment 
 
ขณะที่เบอร์หนึ่งชอปปิ้งออนไลน์  “ทีวีไดเร็ค” ทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ทีวีไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD ก็ได้เตรียมแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่องทั้งปี พร้อมแผนการควบคู่ เร่งขยายช่องทางจัดนำหน่ายและขยายสาขาต่างประเทศ ซึ่ง ณ ปัจจุบันได้เข้าลงทุนใน 4 ประเทศ ประกอบด้วย บริษัท ทีวีไดเร็ค (ลาว) จำกัด บริษัท ทีวีไดเร็ค (มาเลเซีย) จำกัด บริษัท ทีวี ดีไอ (เวียดนาม) จำกัด และบริษัท ไดเร็ค เรสพร้อนท์ (กัมพูชา)  โดยทุกบริษัทมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาเลเซีย ที่เป็นอันดับ 1 ของโฮม ชอปปิ้ง ท้องถิ่น
 
ทั้งนี้ TVD วางเป้าหมายรายได้ในปีนี้เติบโต 15% หรือทำรายได้ทะลุ 2,500 ล้านบาท จากปี 56 ที่มีรายได้ 2,231.25 ล้าน 
 
เสมือนเป็นการตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งของธุรกิจนี้ได้เป็นอย่างดี   
 
จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป การช้อปปิ้งผ่านมือถือและแท็บเล็ตเพิ่มมากขึ้น เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้ธุรกิจการซื้อขายออนไลน์ขยายตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่อง
 
“ช้อปปิ้งออนไลน์” จึงเป็นอีกหนึ่งกระแสที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง