วันอังคาร, พฤศจิกายน 13, 2018
Home > Cover Story > แอลจี หวังพึ่งท่องเที่ยว ดันโฮเทลทีวีเพิ่มยอดขาย

แอลจี หวังพึ่งท่องเที่ยว ดันโฮเทลทีวีเพิ่มยอดขาย

 
แม้ว่าบนตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อแอลจีจะเป็นที่ยอมรับ และมักถูกบรรจุอยู่ในตัวเลือกแรกๆ เสมอ หากแต่ในห้วงเวลานี้บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด มองเห็นโอกาสจากการเติบโตของธุรกิจโรงแรมที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แอลจีจึงสบช่องพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบรับความต้องการและรุกตลาดโฮเทลทีวีเป็นครั้งแรก
 
การบุกตลาดทีวีสำหรับโรงแรมในครั้งนี้จะดำเนินไปในลักษณะบีทูบี (Business to Business) ซึ่งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมในตลาดจอดิจิตอลเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ยังปฏิวัติทีวีสำหรับโรงแรมด้วยความคมชัดระดับ Ultra HD 
 
มร. จีเจ จาง หัวหน้าบริหารกลุ่มผลิตภัณฑ์อินฟอร์เมชั่น ดิสเพลย์ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “แอลจีพัฒนานวัตกรรมล้ำสมัยอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ 2559 แอลจีจะมุ่งเน้นการทำตลาดบีทูบี เนื่องจากตลาดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทยมีทิศทางดีขึ้น ซึ่งมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 9-10 เปอร์เซ็นต์ทุกปี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ตลาดทีวีสำหรับโรงแรมเติบโตได้เป็นอย่างดี เพราะธุรกิจการท่องเที่ยวไทยเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย” 
 
นอกจากนี้แอลจียังร่วมมือกับ System Integrators หรือพาร์ตเนอร์สร้างสรรค์คอนเทนต์เพื่อให้แต่ละโรงแรมนำเสนอข้อมูลของตัวเองแก่ผู้เข้าพัก ทั้งนี้แอลจีฟอร์มทีมขึ้นมาในชื่อ “โฮเทลทีวี” เพื่อรุกตลาดโรงแรมโดยเฉพาะ
 
วิญญู กล่อมเกล้า ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์อินฟอร์เมชั่น ดิสเพลย์ บริษัทแอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ครั้งนี้แอลจีพัฒนาทีวีขึ้นมาทำการตลาด 2 รุ่น ประกอบด้วยรุ่น Pro: Centric V ที่มาพร้อมกับระบบเซิร์ฟเวอร์ เพิ่มพื้นที่สำหรับใส่ข้อมูล 8 ช่อง ให้โรงแรมสร้างสรรค์และเพิ่มเนื้อหาเข้าไปได้อย่างง่ายดายด้วยตัวเอง และรุ่น Pro: Centric Smart  ที่เพิ่มความสามารถในการใช้งานเพื่ออำนวยความสะดวกสบายสำหรับผู้เข้าพัก ในโรงแรมได้อย่างเต็มเปี่ยม เช่นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านฮอตสปอตจากเครื่องโทรทัศน์ ฟีเจอร์มิเรอร์ (Mirror) ช่วยเชื่อมต่ออุปกรณ์ของผู้เข้าพักขึ้นจอทีวี หรือเชื่อมต่อกับดีไวซ์ของผู้เข้าพักผ่านบลูทูธสำหรับดูภาพยนตร์หรือฟังเพลง และเพิ่มระบบรองรับแอพพลิเคชั่นเพื่อให้ System Integrators สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เหมาะสมกับโรงแรมได้ดียิ่งขึ้น” 
 
โดยในเบื้องต้นแอลจีจะทำการตลาดกับโรงแรมที่กำลัง Set Up ก่อน จากนั้นจะขยายฐานลูกค้าไปยังโรงแรมเก่าด้วย ทั้งนี้มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะสามารถทำยอดขายไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นเครื่อง ได้ส่วนแบ่งกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ของตลาดรวมทีวีสำหรับโรงแรมประมาณ 6-9 หมื่นเครื่อง หรือโดยเบื้องต้นจะทำตลาดโดยมุ่งไปยังโรงแรมในเมืองและจังหวัดที่มีตัวเลขนักท่องเที่ยวสูง และโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป ซึ่งจะเน้นทั้งโรงแรมที่เป็นเชนดังจากต่างประเทศ และเชนในประเทศ 
 
เบื้องต้นจะประเดิมโรงแรมที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และภูเก็ต จากนั้นจะขยายฐานไปยังโรงแรมในเขตพัทยา หัวหิน สมุย และเชียงใหม่
 
ประเด็นสำคัญสำหรับการทำตลาดในโรงแรมใหม่ที่อยู่ในขั้นตอนการ Set Up ดูจะไม่ใช่เรื่องยาก หากแต่จะทำอย่างไรให้บรรดาโรงแรมที่เปิดให้บริการมานานแล้ว ยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์จอทีวีของแอลจี
 
“หากเทียบแอลจีกับคู่แข่งในตลาดแล้ว ทีวีสองรุ่นที่เราพัฒนาออกมามีฟังก์ชันการใช้งานมากขึ้นและดีกว่า ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากับการที่จะยอมจ่ายเงินเพิ่ม เพราะเชื่อมั่นว่าจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับโรงแรมนั้นๆ ด้วย” วิญญู กล่าว
 
ทั้งนี้นโยบายการดูแลลูกค้าหลังการขายของแอลจีนั้นจะเป็นไปในลักษณะที่แอลจีเข้ามาดูแลในเบื้องต้น ทั้งสำหรับการขายที่เกิดจากทีมแอลจีและดีลเลอร์ แต่หลังจากนั้นอาจมีการทำคอนแทรกต์กับบริษัทอื่นเพื่อเข้ามาดูแลให้บริการด้านเทคนิคหลังการขาย
 
วิญญูแถลงเพิ่มเติมว่า แอลจีและพาร์ตเนอร์จะดูแลและเติบโตไปพร้อมๆ กัน เพราะถือว่าธุรกิจโฮเทลทีวี เป็นโซลูชั่นใหม่ของแอลจี ยังต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมและพาร์ตเนอร์ ซึ่งศักยภาพของทีมคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปีนี้ภาพรวมของบีทูบีเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จอภาพจะเติบโตขึ้น 10-15 เปอร์เซ็นต์ และขึ้นเป็นอันดับ 3 ของตลาด
 
นับได้ว่าเป็นการรุกตลาดโฮเทลทีวีอย่างเต็มกำลัง เพราะแอลจีนำรูปแบบธุรกิจมาจากแอลจีที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง ซึ่งมีลูกค้าโรงแรมเป็นเชนดังอย่างฮิลตัน แมริออท อินเตอร์คอนติเนนตัล และลูกค้ารายแรกของไทยคือ โรงแรมแจดับบลิวแมริออท จังหวัดภูเก็ต
 
นอกเหนือจากการรุกตลาดในประเทศแล้ว แอลจียังเตรียมความพร้อมที่จะรุกตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศ AEC โดยให้น้ำหนักไปที่ประเทศเมียนมา ลาว และกัมพูชา เพื่อรองรับธุรกิจท่องเที่ยวที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นในภูมิภาคนี้ ซึ่งขณะนี้แอลจีอยู่ในขั้นตอนการวางรากฐานในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังทำงานร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น
 
การขยับตัวของแอลจี (ประเทศไทย) ในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายยิ่งนัก แม้ว่าจะมีเจ้าตลาดอยู่ก่อนแล้วก็ตาม กระนั้นองค์ประกอบสำคัญที่จะนำพาความสำเร็จมาให้คงต้องดูกันที่ศักยภาพของทีม “โฮเทลทีวี” จะทำได้หรือไม่ เมื่อแบรนด์ซัมซุงที่พัฒนาโฮเทลทีวีมาก่อนหน้านี้เดินเกมไปได้ไกลแล้ว หรือแบรนด์อื่นจะรุกขึ้นมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อุดมไปด้วยนวัตกรรมไม่ต่างกัน เป็นไปได้ว่าตลาดโฮเทลทีวีคงจะเต็มไปด้วยการแข่งขันที่ทวีความดุเดือดมากขึ้น