วันจันทร์, ธันวาคม 17, 2018
Home > Cover Story > แผนขยายเมือง “แมกโนเลีย” ผุดสมรภูมิลักชัวรี่โลเกชั่น

แผนขยายเมือง “แมกโนเลีย” ผุดสมรภูมิลักชัวรี่โลเกชั่น

 
การจับมือร่วมทุนกับกลุ่มสยามพิวรรธน์ผุดอภิมหาโครงการ “ไอคอนสยาม (ICONSIAM)” มูลค่าการลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท ทั้งเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น วางเป้าหมายไม่ใช่แค่ “ท็อปไฟว์” ในตลาดคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ แต่ขยายแนวคิดไปไกลในฐานะผู้สร้างเมือง โครงการมิกส์ยูสระดับซูเปอร์ไฮเอนด์ 
 
ด้านหนึ่ง แมกโนเลียฯ พยายามขยายสงครามโลเกชั่นจากใจกลางเมืองย่านสุขุมวิทสู่จุดยุทธศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเทรนด์เดียวกับมหานครทั่วโลก เพราะข้อจำกัดเรื่องการหาพื้นที่ที่เหมาะสม ราคาที่ดินที่สูงลิบลิ่ว โดยมีโครงการแมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ ณ ไอคอนสยาม เป็นหมุดตัวแรกในการบุกเบิกทำเลใหม่ๆ 
 
อีกด้านหนึ่ง ทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ เปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบเดิมๆ ผุดคอนโดมิเนียมแล้วขาย สู่บทบาทนักลงทุนโครงการที่แสวงหาองค์ประกอบและจุดขายการตลาดแบบ 360 องศา ซึ่งกลายเป็นแนวโน้มใหม่ที่มาแรงในวงการอสังหาริมทรัพย์
 
ธนวันต์ ชัยวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ ไอคอนสยาม เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวกับ ผู้จัดการ 360  ํ ว่า บริษัทพยายามค้นหาทำเลใหม่ๆ ที่มีองค์ประกอบโดดเด่น ซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรืออยู่ในย่านธุรกิจ ถนนสุขุมวิท แต่มี Story ที่สร้างความน่าสนใจในตัวทำเลและมีองค์ประกอบแวดล้อมนำมาพัฒนาโครงการที่มีจุดขายมากกว่าที่อยู่อาศัย 
 
หรือแม้กระทั่งกรณีโครงการไอคอนสยาม ซึ่งเดิมเป็นเพียงที่ดินว่างเปล่า โกดังเก่าๆ แต่ความน่าสนใจอยู่ที่ขนาดที่ดินผืนใหญ่ การอยู่แวดล้อมด้วยชุมชนเก่า ชุมชนที่มีเรื่องราว มีวัฒนธรรม และกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อใหม่ 
 
ทั้งหมดถูกหยิบและผสมผสานกัน จนกระทั่ง 2 หัวเรือใหญ่อย่าง ชฎาทิพ จูตระกูล และทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ ต้องวางกลยุทธ์สร้างจินตนาการครั้งใหญ่ เพื่อเป็น “One Destination” ของคนทั่วโลก และเปลี่ยนเป้าจากโครงการเชิงพาณิชย์ระดับคอมเพล็กซ์เป็นแผนสร้างอาณาจักรเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีมากกว่า 30 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวมกัน 140,000 ล้านบาท ตลอดระยะทางยาว 10 กิโลเมตร โดยผลักดันให้ “ไอคอนสยาม” เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อการคมนาคมทางน้ำกับโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในระบบอื่นๆ ทั้งรถยนต์และรถไฟฟ้า
 
ธนวันต์กล่าวว่า ทำเลย่านฝั่งธนฯ เป็นเซ็นเตอร์ของลักชัวรี่ริเวอร์ฟรอนท์โลเกชั่น เหมือนย่านราชดำริเป็นเซ็นเตอร์ของลักชัวรี่ในเมือง โจทย์คือพรีเมียมโลเกชั่นของลักชัวรี่เซ็นเตอร์ริมน้ำอยู่ที่ไหน คำตอบคืออยู่ที่ไอคอนสยาม ไม่ว่าเจริญนคร หรือเจริญกรุง คือเซ็นเตอร์ของริเวอร์ฟรอนท์ที่เป็นลักชัวรี่โลเกชั่น โซนนิ่งของบ้านเดี่ยวที่ราคาแพงที่สุดอยู่ฝั่งธนฯ แต่ทำเลริมแม่น้ำถือเป็นทำเลในอนาคตที่ต้องใช้เวลาสร้างการรับรู้ หรือเป็นไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนอีกรูปแบบหนึ่ง มีกำลังซื้อสูงและต้องการไลฟ์สไตล์มากกว่าความรีบเร่ง ไม่ได้ต้องการเพียงคอนโดฯเกาะแนวรถไฟฟ้า
 
Story ของโครงการแมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ ณ ไอคอนสยาม จึงเริ่มตั้งแต่ตัวโครงการที่ตั้งเป้าให้เป็นคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยคุณภาพระดับสูง หรูหราสง่างามที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย เทียบชั้นมาตรฐานเดียวกันกับโครงการที่พักอาศัยที่ดีที่สุดในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโครงการในนิวยอร์ก ลอนดอน โตเกียว หรือเซี่ยงไฮ้
 
รูปแบบห้องพัก 6 แบบ ไล่ไปตั้งแต่ 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน, 3 ห้องนอน, ห้องดูเพล็กซ์, ห้องดูเพล็กซ์ สกายวิลล่า และห้องสกายวิลล่า ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มตั้งแต่ 60 ตร.ม. จนถึง 222 ตร.ม. โดยถือเป็นห้องชุดขนาด 1 ห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาด ราคาขายเริ่มต้น 230,000 บาทต่อ ตร.ม. หรือเริ่มต้นที่ 14 ล้านบาทต่อยูนิต ไปจนถึงห้องขนาด 293-346 ตร.ม. ราคาขายเริ่มต้น ตร.ม. ละ 360,000 บาท หรือเริ่มต้นที่ 125 ล้านบาทต่อยูนิต ถือเป็นคอนโดมิเนียมริมน้ำที่สูงที่สุด จำนวน 70 ชั้น และแพงที่สุดด้วย 
 
แน่นอนว่า Story สำคัญอยู่ที่การสร้างคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ในอาณาจักรศูนย์การค้า เนื้อที่รวม 50 ไร่ มีพื้นที่ติดแม่น้ำทอดยาวที่สุดในกรุงเทพฯ ระยะทางกว่า 400 เมตร และเป็นอาณาจักรศูนย์การค้าที่มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 500,000 ตร.ม. รวม 500 ร้านค้า 100 ภัตตาคาร จาก 30 ประเทศ สินค้าและบริการทุกแบรนด์เป็นระดับแชมเปี้ยน ศูนย์การประชุมระดับโลก 3,500 ที่นั่ง รองรับการประชุมนานาชาติหรือโชว์อลังการจากบรอดเวย์ ลอนดอน และมีบิ๊กแม็กเน็ต “7 สิ่งมหัศจรรย์” มูลค่าลงทุนอีกกว่าหมื่นล้านบาท
 
ธนวันต์กล่าวว่า แมกโนเลียมองไอคอนสยามแบบเมือง การใช้ชีวิตครบถ้วนในโครงการ การเดินทาง การเชื่อมต่อกับโครงการต่างๆ เป็นการปักหมุดสร้างแลนด์มาร์คให้คนทั่วโลกจดจำและเป็นแลนด์มาร์คของไทย 
 
ล่าสุด แมกโนเลียเตรียมแผนลงทุนโครงการมิกส์ยูสระดับลักชัวรี่อีกแห่งในพื้นที่เดิมโครงการปิยรมย์ สปอร์ต คลับ เนื้อที่ 40 ไร่ ย่านสุขุมวิท หลังซื้อกิจการต่อจากเจ้าของเดิมเมื่อปลายปี 2556 ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนมากกว่า 10,000 ล้านบาท เพราะความหลากหลายของปิยรมย์ สปอร์ต คลับ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งคอมมูนิตี้มอลล์ ตลาดนัด สปอร์ตคลับ สนามกอล์ฟ และขนาดที่ดินผืนใหญ่ 
 
จาก “ไอคอนสยาม” ถึง “ปิยรมย์ สปอร์ต คลับ” แมกโนเลียจะสอบผ่านแบบเฉียดฉิวหรือได้คะแนนท่วมท้นโดนใจเศรษฐีไทยเทศหรือไม่ ไม่พ้นปีนี้รู้ผลแน่
 
Relate Story