วันจันทร์, มิถุนายน 26, 2017
Home > Life > เมืองงอย Simply Beautiful สวรรค์บนดินริมแม่น้ำอู

เมืองงอย Simply Beautiful สวรรค์บนดินริมแม่น้ำอู

ลาว…ดินแดนแห่งสายน้ำและทิวเขา แม่น้ำหลายสายของลาวเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงคนในชาติโดยธรรมชาติของมันเองและยังคงเป็นเส้นเลือดทางเศรษฐกิจที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวนำรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง การล่องเรือชมความงามของสองฝั่งแม่น้ำถือเป็นกิจกรรมที่อยู่ในลำดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวเกือบทุกคนไม่ยอมพลาดเมื่อมาเยือนเมืองลาว และถือเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นจุดขายของ สปป.ลาว เลยก็ว่าได้

จุดหมายปลายทางของเราในครั้งนี้คือ “เมืองงอย” เมืองเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของลาวเหนือ ถ้าการล่องเรือแม่น้ำโขงคือเสน่ห์ของเมืองหลวงพระบาง และการนั่งปล่อยอารมณ์ชมทัศนียภาพริมแม่น้ำซองเป็นความงามของเมืองวังเวียง การได้เสพความงามของธรรมชาติริมฝั่ง “แม่น้ำอู” เส้นเลือดใหญ่ของเมืองงอยก็ถือเป็นสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวเช่นกัน

เราตั้งต้นที่เมืองซำเหนือ แขวงหัวพัน ก่อนเดินทางโดยรถบัสจากซำเหนือมายังเมืองหนองเขียวและแวะพักที่หนองเขียวก่อนเดินทางต่อไปยังเมืองงอย รถออกจากซำเหนือราวๆ 08.30 น. มาถึงหนองเขียวเกือบสามทุ่ม รวมเวลาเดินทาง 12 ชั่วโมง โดยรถคันดังกล่าวต้องเดินทางต่อไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ซึ่งเป็นปลายทาง ใช้เวลาอีกราวๆ 12 ชั่วโมงเช่นกัน เรียกว่าวิ่งกันเป็นวันเลยทีเดียว

การเดินทางโดยทางรถในลาวใช้เวลานาน เพราะถนนหนทางตัดเลียบเลาะไปตามเทือกเขา ทำความเร็วได้ไม่มากนัก รถทุกรอบทุกคันแน่นขนัดด้วยจำนวนผู้โดยสารและสัมภาระ การเดินทางมายังเมืองหนองเขียวก็เช่นกัน ผู้โดยสารและข้าวของเต็มรถ ที่นั่งไม่สบายนักแต่กลับไม่มีเสียงบ่นของคนบนรถ ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวนั่งเบียดๆ กันไป ที่ไหนพอจะนั่งได้ก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน เป็นความเอื้ออาทรที่เห็นได้น้อยเต็มทีในสังคมเมือง

หนองเขียว ชุมทาง Backpacker
เมืองหนองเขียว หรือเมืองงอยใหม่ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมน้ำอู แม่น้ำใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศลาว จุดเด่นของเมืองหนองเขียวคือเป็นทั้งชุมทางรถ ชุมทางเรือ และชุมทางของเหล่า Backpackerหนองเขียวอยู่ห่างจากหลวงพระบางเมืองมรดกโลกและแหล่งท่องเที่ยวทอปฮิตเพียง 150 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางไปยังหลวงพระบางได้ทั้งทางรถและทางเรือ สำหรับทางรถใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง และ 5 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางทางเรือ ซึ่งรับประกันว่าเป็น 5ชั่วโมงในการนั่งเรือที่ไม่น่าเบื่อแน่นอน นอกจากหลวงพระบางแล้ว เรายังสามารถล่องเรือทวนน้ำเพื่อไปยังเมืองงอยและเมืองขวาได้ด้วย

เหล่า Backpacker นิยมมาพักค้างคืนที่หนองเขียวก่อนล่องเรือหรือนั่งรถไปท่องเที่ยวยังเมืองอื่นๆ ทั้งหลวงพระบาง เวียงจันทน์ ซำเหนือ อุดมไซย พงสาลี เมืองขวา เมืองงอย และโดยธรรมชาติของเมืองหนองเขียวเองก็ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอ้อยอิ่งซึมซับความงามของเมืองอยู่แล้ว เมืองที่อยู่ในอ้อมกอดของภูเขาหินปูนสูงตระหง่านดั่งปราการทางธรรมชาติ ลำน้ำอูที่ทอดยาวโดยมีบ้านเรือนตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทาง สะพานข้ามแม่น้ำอูที่เป็นคอนกรีตขนาดใหญ่ดูอ่อนโยนขึ้นทันทีเมื่อฉากหลังเป็นแม่น้ำและทิวเขาเขียวครึ้ม พร้อมสายหมอกที่ปกคลุมอยู่เกือบตลอดเวลา ที่พักและร้านอาหารริมน้ำที่มีอยู่อย่างหนาตาถูกจับจองโดยเหล่านักท่องเที่ยวเพื่อจะได้นั่งชมความงามของธรรมชาติเบื้องหน้าอย่างใกล้ชิด

จากหนองเขียวมีเรือไปเมืองงอยวันละ 2 รอบ คือ 11.00 และ 14.00 น ล่องเรือกลางลำน้ำอูที่คดเคี้ยวไปตามแนวภูเขาสูง สายน้ำที่นิ่งสงบ มีแก่งเป็นบางช่วงพอให้ตื่นเต้น สองข้างทางเป็นทิวเขาหินปูนสูงใหญ่ที่ทอดตัวยาวไปกับแม่น้ำ บางคนเปรียบเปรยว่าเหมือนกุ้ยหลินเมืองจีน บางคนว่าเหมือนกับพังงาบ้านเรา แต่ที่แน่ๆ เป็นภาพที่สวยงามและทำให้เราอิ่มเอมจนรู้สึกว่าเวลาหนึ่งชั่วโมงในการเดินทางดูสั้นลงไปถนัดใจ

เมืองงอย…สวรรค์บนดินริมแม่น้ำอู
ใช้เวลาเดินทางแค่หนึ่งชั่วโมงเราก็มาถึงเมืองงอย ชุมชนเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสวยงามและบริสุทธิ์ริมฝั่งแม่น้ำอู ไม่มีการสัญจรทางถนนที่ติดต่อกับเมืองอื่น การเดินทางทางเรือเป็นวิธีเดียวในการเดินทางมายังที่แห่งนี้ บรรยากาศของเมืองเงียบสงบ ถนนสายหลักของเมืองเป็นเพียงถนนสายเล็กๆ ที่ทอดตัวขนานกับแม่น้ำอู นานๆ ถึงจะมีรถเครื่องหรือไม่ก็จักรยานวิ่งผ่านสักที นอกนั้นเป็นที่สัญจรของผู้คนเป็นหลัก เรียกว่าเป็นถนนคนเดินอย่างแท้จริง อาชีพหลักของชาวบ้านที่นี่คือทำนา ทำไคแผ่น และเปิดกิจการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก ร้านอาหาร และจัดกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ

สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมายังเมืองเล็กๆ แห่งนี้คือธรรมชาติที่งดงามและความเงียบสงบ ภาพของภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ที่เขียวครึ้มด้วยต้นไม้โอบล้อมอยู่รอบเมือง สายน้ำอูที่ชุ่มชื่นและสงบนิ่ง เงาสะท้อนของภูเขาที่ทาบอยู่บนสายน้ำงดงามดุจภาพวาด ชาวประมงนำเรือเล็กๆ ออกหาปลาในแม่น้ำ บ้างก็เป็นประมงริมฝั่งอาศัยช่วงน้ำลดจับปลาตามแอ่งน้ำเอา ชาวเรือซ่อมแซมเรือของตนอยู่ริมฝั่ง ภาพของเด็กๆ ที่สนุกสนานกับการดำผุดดำว่ายในแม่น้ำ วิถีชีวิตของผู้คนที่โยงใยและพึ่งพิงสายน้ำเป็นอีกมนตร์เสน่ห์ของเมืองนี้ เมืองที่นักเดินทางหลายท่านนำพาตัวเองมาอยู่ในอ้อมกอดของธรรมชาติ

วันนี้เมืองงอยยังคงเป็นเมืองที่เงียบสงบ แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามายังที่แห่งนี้จะมากขึ้นก็ตาม ไฟฟ้ามีให้ใช้แค่บางช่วงเวลา การเดินทางยังคงใช้การล่องเรือทางลำน้ำอูเป็นหลัก แต่ในอนาคตถ้าความเจริญคืบคลานเข้าไปมากกว่านี้ มีถนนตัดผ่าน ไม่แน่ใจว่าความเงียบสงบที่เป็นเสน่ห์ของเมืองจะถูกทำลายไปหรือไม่…

มีบางคนกล่าวว่า หนองเขียว-เมืองงอย อาจจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่และเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของวังเวียง เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของลาว ด้วยศักยภาพและความพร้อมทางธรรมชาติที่มีของสองเมืองนี้ คำกล่าวที่ว่านี้คงไม่ไกลเกินไปนัก

สิ่งที่เหมือนกันของหนองเขียวและเมืองงอยคือการผุดขึ้นของธุรกิจที่อิงกับการท่องเที่ยว ทั้งที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก เอเย่นต์จัดทัวร์และกิจกรรมทางการท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเดินป่า ปีนหน้าผา เที่ยวถ้ำ พายคายัค แคนนู และเรือบริการนักท่องเที่ยว ที่มีให้เห็นอยู่อย่างหนาตา บางบ้านปรับเปลี่ยนบ้านของตนให้เป็นเรือนพักรองรับนักท่องเที่ยว ในแง่ของการท่องเที่ยว แน่นอนสิ่งเหล่านี้มันเอื้อประโยชน์ให้กับนักท่องเที่ยว และเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น

แต่ในอีกแง่หนึ่งเกรงว่า ถ้าปราศจากการควบคุมที่ดีพอ เมืองเล็กๆ ที่สวยงามเหล่านี้ จะไม่ต่างอะไรกับเมืองท่องเที่ยวหลายแห่งของบ้านเรา ที่ถูกทำลายลงด้วยการท่องเที่ยวเช่นกัน…