วันอังคาร, ตุลาคม 26, 2021
Home > PR News > เปิดตัว “SC Grand รับสร้างบ้าน” บริษัทใหม่ในเครือ SEACON เตรียมผงาดขึ้นแท่นผู้นำการสร้างบ้าน Intelligent Home

เปิดตัว “SC Grand รับสร้างบ้าน” บริษัทใหม่ในเครือ SEACON เตรียมผงาดขึ้นแท่นผู้นำการสร้างบ้าน Intelligent Home

ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านการสร้างบ้านและทีมงานมากประสบการณ์ กว่า 60 ปี ในธุรกิจรับสร้างบ้าน คุณกอบชัย ซอโสตถิกุล ผู้บุกเบิกธุรกิจรับสร้างบ้านรายแรกของประเทศไทยและ คุณไปรเทพ ซอโสตถิกุล ประธานกรรมการบริหารฯ เดินหน้าเต็มกำลังผุดแบรนด์ “SC Grand รับสร้างบ้าน” ในนาม บริษัท เอส ซี แกรนด์ จำกัด บริษัทน้องใหม่ในเครือ SEACON ของตระกูลซอโสตถิกุล นำทีมโดยกรรมการผู้จัดการใหม่ไฟแรง คุณธีรพงศ์ นคราวงศ์ อดีตผู้บริหาร บริษัท ซีคอน รับสร้างบ้าน เผยใช้กลยุทธ์ที่แตกต่าง โดยคำนึงถึงรายละเอียดของการใช้ชีวิตที่เหนือกว่า ด้วยแนวคิด “Smart Vision – Smart Living” บุกตลาด เตรียมผงาดขึ้นแท่นเป็นแถวหน้าแห่งวงการรับสร้างบ้านที่น่าจับตามอง โดยมีจุดขายเป็นบริษัทรับสร้างบ้าน Intelligent Home รายแรก หวังปั้นยอดขายโต 500 ล้านบาทต่อปี ภายใน 5 ปีแรก

จากการเล็งเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิตอลอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคต SC Grand จึงพัฒนาและต่อยอดวงการรับสร้างบ้านด้วยคำว่า ‘ชีวิตอันชาญฉลาด’ เพื่อมอบความพึงพอใจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ สะดวกสบาย อนุรักษ์พลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยี Smart Device เข้ากับตัวบ้าน อาทิ ระบบการเก็บข้อมูล NAS System, อุปกรณ์ Smart Device และระบบ Home Automation เพื่อให้ ‘บ้านมั่นคง อยู่สบาย และประหยัดพลังงาน’ เช่น การใช้กระจก Energy Green Glass ชนิดพิเศษ, การเลือกใช้ผนังภายนอกกันร้อนที่หนากว่าการสร้างบ้านทั่วไป, การเสริมฉนวนกันความร้อนเป็นพิเศษทั้งใต้แผ่นหลังคาและบนฝ้า, การเตรียมพร้อมสำหรับระบบ Solar Cell และเครื่อง EV Charger รองรับรถยนต์ระบบไฟฟ้าในอนาคต พร้อมมั่นใจในคุณภาพและความแข็งแรงของบ้านทุกหลัง ด้วยโครงสร้างกึ่งสำเร็จรูประบบ SCS [Seacon Construction System] จากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ISO 9001:2008 ในเครือ SEACON จึงกล้ารับประกันโครงสร้างนาน 20 ปี โดยทาง SC Grand มีแบบบ้านให้เลือกสั่งสร้างตั้งแต่ 3 – 25 ล้านบาท

บริษัท เอส ซี แกรนด์ จำกัด ตั้งเป้ายอดขาย 3 ระยะ โดยคาดสร้างยอดขายเติบโตในปีแรกเริ่มต้น 100 ล้านบาท, ระยะกลาง 3 ปี เป็น 300 ล้านบาท/ปี และในระยะยาวยอดขายเติบโตภายใน 5 ปี เป็น 500 ล้านบาท/ปี ผ่านกลยุทธ์ทางการตลาดที่เน้น Below the Line หรือการใช้ Social Network Marketing เป็นหลัก และในส่วน Above the Line จะใช้เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าถึงความเป็นมืออาชีพที่มุ่งมั่นในการทำธุรกิจอย่างจริงจัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *