วันอังคาร, กรกฎาคม 14, 2020
Home > Cover Story > เทสโก้โลตัสระส่ำ “กูร์เมต์-เซ็นทรัลฟู้ด” บุกหนัก

เทสโก้โลตัสระส่ำ “กูร์เมต์-เซ็นทรัลฟู้ด” บุกหนัก

สมรภูมิธุรกิจฟู้ดรีเทลเคลื่อนไหวส่งท้ายปีอย่างน่าตื่นเต้น เมื่อค่ายเทสโก้โลตัส ประเทศไทย เจอกรณีบริษัทแม่ Tesco PLC ออกมายอมรับเรื่องแนวคิดตัดขายกิจการในเอเชีย ระบุ 2 ประเทศ คือ ไทยและมาเลเซีย ขณะที่ 2 ยักษ์ใหญ่ “เดอะมอลล์กรุ๊ป-เซ็นทรัลฟู้ดรีเทล” เดินหน้างัดกลยุทธ์ช่วงชิงเม็ดเงินในตลาดที่สูงถึง 1 ล้านล้านบาท ท่ามกลางแนวรบใหม่กับไลฟ์สไตล์ใหม่ของกลุ่มผู้บริโภค เน้นกระแสสุขภาพมากขึ้นและหันมาทำอาหารรับประทานเองเพิ่มขึ้นด้วย

กลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตและมินิซูเปอร์มาร์เก็ตจึงพลิกกลายเป็นเซกเมนต์ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างมีศักยภาพสูง โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียม มีการเลือกสรรสินค้า ทั้งในแง่คุณภาพ ความสด ปลอดสารเคมี และหลากหลาย ส่วน “ราคา” อาจไม่ใช่เหตุผลแรกในการตัดสินใจเหมือนเช่นในอดีต

นายชัยรัตน์ เพชรดากูล ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า เดอะมอลล์กรุ๊ปมีซูเปอร์มาร์เก็ต 2 แบรนด์หลัก คือโฮมเฟรชมาร์ทและกูร์เมต์มาร์เก็ต แต่หลังจากนี้จะปรับโฉมยกระดับเป็นกูร์เมต์มาร์เก็ตทั้งหมด เพื่อรองรับสถานการณ์การแข่งขันที่เข้มข้นของซูเปอร์มาร์เก็ตเมืองไทย ซึ่งระยะเวลามากกว่า 10 ปีที่กูร์เมต์มาร์เก็ตสามารถเจาะกลุ่มผู้บริโภค ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อาศัยจุดแข็งด้านคุณภาพสินค้า โดยเฉพาะผัก ผลไม้ และของทะเล ที่การันตีความสด คัดสรรจากทั่วทุกภาคของประเทศไทยและทั่วทุกมุมโลก

นอกจากนี้ เน้นความหลากหลายของสินค้า Grocery ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่กูร์เมต์มาร์เก็ตเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ มีบริการเชฟเซอร์วิสที่เคาน์เตอร์ You Hunt We Cook หรือบริการปรุงอาหารโดยเชฟมืออาชีพ ลูกค้าสามารถเลือกวัตถุดิบนำมาให้เชฟปรุงเป็นเมนูจานพิเศษและบริการ Dine-In

ล่าสุด เดอะมอลล์กรุ๊ปประกาศรุกสู่ตลาด STAND ALONE จากเดิมเน้นพัฒนาสโตร์ในศูนย์การค้า โดยปีนี้ทุ่มงบกว่า 140 ล้านบาท ประเดิมเปิด 3 สาขาใหม่ และพร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจในทุกพื้นที่ ส่วนการพลิกโฉมโฮมเฟรชมาร์ท ที่เหลืออีก 2 สาขา ได้แก่ สาขาท่าพระและรามคำแหง เป็นกูร์เมต์มาร์เก็ต จะต้องแล้วเสร็จภายในปี 2563

สำหรับกูร์เมต์มาร์เก็ตทั้ง 3 สาขา ได้แก่ กูร์เมต์มาร์เก็ต สาขา DESIGN VILLAGE พุทธมณฑลสาย 2 ใช้งบลงทุนกว่า 70 ล้านบาท พื้นที่กว่า 2,700 ตร.ม. ซึ่งใหญ่ที่สุดในสาขา STAND ALONE ทั้งหมดของกูร์เมต์มาร์เก็ต เนื่องจากย่านพุทธมณฑลถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพด้านกรุงเทพตะวันตก มีการขยายตัวของเมือง โดยระยะ 10 กิโลเมตรจากโครงการมีหมู่บ้านขนาดใหญ่ ที่พักอาศัย และหมู่บ้านระดับไฮเอนด์กว่า 37 หมู่บ้าน รวมกว่า 15,000 ครัวเรือน กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่มีกำลังซื้อสูง

ขณะที่ย่านนี้ยังไม่มีห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมเปิดให้บริการมากนัก และสาขานี้ยังมีไฮไลต์พิเศษ คือบริการ Dine-In และ The Dock Seafood Bar คอนเซ็ปต์ใหม่ โดยเปิดให้บริการแล้วเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา และคาดการณ์เป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทต่อปี

สาขาที่ 2 กูร์เมต์มาร์เก็ต PEOPLE PARK อ่อนนุช ใช้งบลงทุนกว่า 60 ล้านบาท พื้นที่ 1,600 ตร.ม. ตั้งอยู่ในคอมมูนิตี้ มอลล์ ที่มีคอนโดมิเนียมหลายแห่งและมีโรงเรียนนานาชาติ BANGKOK PREP อยู่ในบริเวณใกล้เคียง มีจุดเด่น คือ ความเป็น COMPLETED SUPERMARKET ขนาดกะทัดรัด เดินง่าย และในตัวโครงการมี FITNESS แบบครบวงจร ทำให้กลุ่มสินค้าประเภท Grab & Go แนวเฮลตี้ เป็นทางเลือกในการขยายตลาด โดยกูร์เมต์มาร์เก็ตสาขา PEOPLE PARK อ่อนนุช จะเปิดให้บริการวันที่ 19 ธันวาคมนี้ และคาดการณ์เป้ายอดขาย 200 ล้านบาทต่อปี

ส่วนสาขาส่งท้ายเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่เรียกว่า “กูร์เมต์ไทย” ถือเป็น PILOT STORE นำร่องแห่งแรกอยู่ในโครงการ I’M CHINATOWN ใช้งบลงทุนกว่า 10 ล้านบาท พื้นที่ 140 ตร.ม. เพื่อตอกย้ำจุดแข็งในฐานะซูเปอร์มาร์เก็ตสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งการเลือกทำเลย่านเยาวราช เพราะเป็น TOURIST ATTRACTION โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีนถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย

ขณะเดียวกัน โครงการอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าวัดมังกร และ I’M CHINATOWN มีโรงแรมระดับ 4 ดาวแห่งเดียวของไชน่าทาวน์ ซึ่งคาดว่า Gourmet Thai จะสามารถดึงกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวที่จะมาซื้อของฝากก่อนเดินทางกลับได้ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% เมื่อเทียบกับกลุ่มลูกค้าคนไทยอยู่ที่ 30% เป้าหมายยอดขายปีแรก 50 ล้านบาท โดยเปิดให้บริการแล้วเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

นายชัยรัตน์ย้ำว่า ฟู้ดรีเทลนับเป็นตลาดใหญ่มีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนของตลาดโมเดิร์นเทรด 60% แต่เดอะมอลล์ยังมีส่วนแบ่งในตลาดฟู้ดรีเทลเพียง 2-3% ขณะที่ตลาดมีโอกาสมหาศาล ทำให้กูร์เมต์มาร์เก็ตต้องเข้าหาลูกค้ามากขึ้นด้วยกลยุทธ์ “ฟู้ดคอนวีเนียน” เข้าถึงสโตร์ได้ง่ายที่สุด โดยวางแผนขยายสาขาทุกรูปแบบ 5 สาขาต่อปี งบลงทุนประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี และจะขยายนอกเครือข่ายของเดอะมอลล์มากขึ้นใน 3 รูปแบบ คือ กูร์เมต์มาร์เก็ตขนาดมาตรฐานพื้นที่ 1,500-2,000 ตร.ม. กูร์เมต์ไทยและกูร์เมต์ทูโก หรือคอนวีเนียนสโตร์ เน้นกลุ่มสินค้าอาหารของรับประทาน

ปัจจุบันแบรนด์กูร์เมต์มีสาขารวม 17 แห่ง แบ่งเป็น กูร์เมต์มาร์เก็ตในเครือเดอะมอลล์ 10 แห่ง สแตนด์อะโลน 4 แห่ง กูร์เมต์ไทย 2 แห่ง และกูร์เมต์ทูโก 1 แห่ง ภายในสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 19 แห่ง

หากพิจารณายอดบิลต่อลูกค้าเฉลี่ยใช้บริการที่กูร์เมต์มาร์เก็ต 2.5 ครั้งต่อเดือน เฉลี่ย 580 บาทต่อบิล โมเดลทูโกเฉลี่ย 200 บาทต่อบิล กูร์เมต์ไทยเฉลี่ย 1,000 บาทต่อบิล รวมต่อเดือนมีลูกค้า 2 ล้านบิล และมีฐานลูกค้าประมาณ 4 ล้านราย ซึ่งนายชัยรัตน์คาดการณ์รายได้จากกูร์เมต์มาร์เก็ตและโฮมเฟรชมาร์ทในปี 2562 ประมาณ 12,000 ล้านบาท จากปี 2561 อยู่ที่ 11,800 ล้านบาท และคาดการณ์ปี 2563 จะเติบโตอย่างน้อย 7-8%

ด้านบริษัทเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (CFR) ภายใต้บริษัทเซ็นทรัล กรุ๊ป มีจำนวนสาขามากกว่า 210 สาขา ใน 8 รูปแบบ ประกอบด้วย เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์มาร์เก็ต ท็อปส์ซูเปอร์สโตร์ ซูเปอร์คุ้ม ท็อปส์ เดลี่ และอีทไทย รวมถึงยังมีร้าน Specialty Store 2 รูปแบบ คือเซ็นทรัล ไวน์ เซลลาร์ และร้านกาแฟ เซกาเฟรโด ซาเนตติ เอสเพรสโซ รวมทั้งทำกิจการร่วมค้ากับกลุ่มพันธมิตรญี่ปุ่น เปิดร้านสุขภาพและความงาม มัทซึโมโตะคิโยชิ โดยแบรนด์เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์จัดอยู่ในกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมสูงสุด หรือ ฟู้ดสโตร์ระดับเวิลด์คลาส

ทั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัลส่งสัญญาณการเปิดสงครามรุกตลาดชัดเจน โดยเฉพาะการดึงนายสเตฟาน คูม ประธานกรรมการบริหารคาร์ฟูร์ในประเทศอิตาลีและเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารของคาร์ฟูร์ในหลายประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย ตุรกี ฝรั่งเศส เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป พร้อมควบตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

เป้าหมายใหญ่ คือ เปิดยุทธการขับเคลื่อนนโยบายภายใต้ยุทธศาสตร์ นิวเซ็นทรัล นิวรีเทล รับมือธุรกิจค้าปลีกไร้พรมแดนในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการเร่งขยายส่วนแบ่งตลาด ยอดขายและกำไร การปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือทางดิจิทัลเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าผ่านทุกแพลตฟอร์มของการให้บริการ ทั้งหน้าร้านในกลุ่มเซ็นทรัลฟู้ดรีเทล เครือข่ายของกลุ่มเซ็นทรัลทั้งหมด และช่องทางออนไลน์

ส่วนนายอลิสเตอร์ เทย์เลอร์ บิ๊กบอสเซ็นทรัลฟู้ดรีเทล ขยับไปนั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล แฟมิลี่มาร์ท จำกัด เพื่อเร่งกลยุทธ์แข่งขันในสงครามคอนวีเนียนสโตร์ที่รุนแรงไม่แพ้กัน

แน่นอนว่า สมรภูมิตลาดฟู้ดรีเทลมีแนวโน้มยิงยาวตลอดปี 2563 โดยเฉพาะการเปิดเกมรุกครั้งใหญ่ของค่ายเดอะมอลล์กรุ๊ปกลายเป็นตัวจุดชนวนเพิ่มดีกรีร้อนแรงได้อีกหลายเท่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *